คกก.ชาวเลเสนอฟ้องศาลขอเปิดทางสาธารณะชุมชนราไวย์หลังนายทุนใช้กองหินกั้น กรมที่ดินยังใบ้ไม่มีคำตอบเรื่องเพิกถอนเอกสารสิทธิตามข้อเสนอดีเอสไอ โบ้ยเป็นอำนาจมหาดไทย ทนายความแนะชะลอการลงทุนหลีเป๊ะลดความขัดแย้ง

0

ราไวย์

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2559 ที่อาคารสำนักงานข้าราชการพลเรือน (กพร.) กทม.ได้มีการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกินและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล โดยมีพลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง เป็นประธาน โดยที่ประชุมได้พิจารณาปัญหาของชุมชนชาวเลหาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งพลเอกสุรินทร์ กล่าวในระหว่างการประชุมว่า ข้อเสนอเรื่องปัญหาข้อพิพาทที่ดินชาวเลที่หาดราไวย์ จำเป็นต้องทำเรื่องการเปิดเส้นทางสาธารณะที่นายทุนเอาหินมาเททับพื้นที่ก่อน โดยจะประชุมขอความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้วให้ชาวเลในชุมชนนำไปฟ้องศาลยุติธรรมเพื่อขอเปิดใช้เส้นทางก่อน ส่วนกรณีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ในเนื้อที่19 ไร่ นั้นต้องประสานงานกระทรวงมหาดไทย โดยเร็วที่สุด แต่อยากขอความชัดเจนกับกรมที่ดินว่าจะมีทางใดในการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ต่อไป

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จากกรมที่ดินได้แจ้งต่อคณะกรรมการฯ ว่า กรมที่ดินไม่มีอำนาจในการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์โดยตรง ต้องขออำนาจจากทางกระทรวงมหาดไทย ดังนั้นจึงอยากให้คณะกรรมการส่งเอกสารข้อมูล และส่งหลักฐานที่ดีเอสไอให้กระทรวงฯ พิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตามพลเอกสุรินทร์ ได้พยายามขอทราบกระบวนการในการเพิกถอนอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากกรมที่ดิน แต่ทางเจ้าหน้าที่กรมที่ดินนิ่งเงียบและไม่ได้ตอบคำถาม

ที่ประชุมยังได้พิจารณาปัญหาชาวเลชุมชนเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ซึ่งล่าสุดชาวเล 4 ราย ถูกดำเนินคดีและศาลนัดไกล่เกลี่ยวันที่16 มีนาคม 2559 ที่ศาลจังหวัดสตูล ว่าคณะกรรมการฯ เห็นว่าต้องประสานงานให้ฝ่ายความมั่นคงคอยดูแลไม่ให้นายทุนดำเนินการใดๆในพื้นที่ระหว่างที่คู่กรณีไกล่เกลี่ย ส่วนที่ดินโดยรวมนั้นเร่งให้ชาวบ้านทำแผนที่ทำมือส่งให้คณะกรรมการ ฯ เพื่อให้ดีเอสไอ ตรวจสอบข้อมูลต่อไป

ด้านนายพนาดร ชูภักดี ทนายความอิสระที่เคยติดตามคดีที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ กล่าวว่า ในทางกฎหมายนั้น ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ต่อไป แต่เรื่องเร่งด่วนสำหรับชาวเลเกาะหลีเป๊ะ คือ ขณะนี้การท่องเที่ยวโด่งดังมาก และเกาะหลีเป๊ะกลายเป็นศูนย์กลางความสนใจของนักลงทุน ความสนใจดังกล่าวส่งผลให้มีนายหน้าที่ดินเข้าไปใช้กลอุบายเพื่อแบ่งที่ดินบนเกาะให้เช่า ให้ขาย ทั้งๆที่รู้ว่าที่ดินบนเกาะมีเอกสารรูปลอยหรือเอกสารสิทธิ์บวมที่เกินจากแปลงที่ดินมากมาย แต่นายหน้าก็ยังพยายามจะจัดการที่ดินโดยการติดต่อเจ้าของที่ดินซึ่งอ้างกรรมสิทธิ์แล้วหานักลงทุนชาวไทย ชาวต่างชาติมาเช่าหรือซื้อที่ดินเพื่อการลงทุน ดังนั้นหากระงับกระแสลงทุนได้ ก็จะช่วยทุเลาปัญหาฟ้องขับไล่ที่ได้ เพราะตราบใดที่ไม่มีการลงทุน ที่ดินก็จะไม่ถูกพัฒนา ทั้งนี้สำหรับเรื่องคดีความของชาวเลที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ก็ให้ไกล่เกลี่ยกันไปก่อน แต่ส่วนตัวเสนอว่าให้ขออำนาจจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อสั่งชะลอการก่อสร้าง และการทำธุรกรรมด้านที่ดินก่อน

ด้านนางแสงโสม หาญทะเล ชาวเลเกาะหลีเป๊ะ กล่าวว่า ขณะนี้กระบวนการต่อสู้ที่ดินของชาวบ้านเกาะหลีเป๊ะนั้น ชาวบ้านได้ร่วมกันเปิดกองทุนของเพื่อระดมทุนสู้คดีแก่ชาวบ้าน ที่จะเข้าไปไกล่เกลี่ยคดีถูกฟ้องไล่ที่ ณ ศาลจังหวัดสตูลวันที่ 16 มีนาคม ทั้งนี้สำหรับข้อมูลการครอบครองที่ดินในเกาะหลีเป๊ะนั้น มีชาวเลนำ สค.1 แจ้งครอบครองที่ดินเพียง40 ราย แต่ปัจจุบันชาวเลบนเกาะมีราว 121 หลังคาเรือน ซึ่งชาวเลมีทั้งคนที่มาตั้งถิ่นฐานบนเกาะมาก่อน และคนที่ย้ายมาจากเขาแหลมเกาะใกล้ๆหลีเป๊ะที่เคยอยู่ในอดีตแต่ย้ายเข้ามาอาศัยที่เกาะในระยะหลัง

อนึ่ง สำหรับผู้ที่ประสงค์จะสมทบทุนช่วยเหลือชาวเลเกาะหลีเป๊ะที่ถูกดำเนินคดี สามารถบริจาคได้ที่ บัญชีเลขที่ 02-01-264-261-52 ชื่อบัญชี ชมรมชาวเลอูรักลาโว้ยเกาะหลีเป๊ะ ธนาคารออมสิน สาขาจังหวัดสตูล

/////////////////////////

Share.

Comments are closed.