ชาวเลเครียดถูกฟ้องขับไล่ แต่ยันไม่ยอมแพ้ นายทุนหลีเป๊ะส่งแค่ทนายไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ชาวบ้านโวยแทบไม่มีกินอยู่แล้ว-จนลงทุกวันเพราะจ่ายค่าเดินทางสู้คดี

0

received_1066229590086992

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2559 นางสาวสลวย หาญทะเล ชาวอูรักลาโว้ย เกาะหลีเป๊ะ อำเภอเมือง จังหวัดสตูล เปิดเผยว่า วันนี้ตนและชาวเลรายอื่นได้แก่ นางแส้หนา เกาะสิเร๊ะ (มารดา) นางสาวประภา สิริฮัน และนายสิชล หาญทะเล นางสาวมาซ่า หาญทะเล และนายสิชล หาญทะเล พร้อมทนายความได้เดินทางไปยังศาลจังหวัดสตูล เพื่อไกล่เกลี่ยกับนายทุนที่อ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดิน หลังถูกฟ้องดำเนินคดีข้อหาบุกรุกที่เอกชน ตามนัดของศาลแต่ปรากฏว่านายทุนที่ไม่มาตามนัด กลับส่งเพียงทนายคนเดียวมาเจรจา

นางสาวสลวยกล่าวว่า ประเด็นหลักคือ เน้นการเกลี้ยกล่อมให้ชาวเลยอมย้ายออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด ซึ่งทุกคนปฏิเสธคำขอของทนายความฝ่ายนายทุน และยืนยันว่าจะสู้คดีต่อไป ซึ่งเจ้าหน้าที่ศาลได้เลื่อนนัดไกล่เกลี่ยอีกครั้งไปเป็นวันที่15พฤษภาคม 2559

“ฉันถามเขาหลายครั้งมาก ว่าทำไมนัดแล้วไม่มา เพราะอะไร เขาไม่มีคำตอบให้ฉัน เราจะคุยกับทนายได้ไง ทนายเป็นคนอื่นนะ เราต้องคุยกับคนที่ฟ้องเราสิ เขาน่าจะมาคุยกับฉันกับแม่ และพี่น้องชาวเลบ้าง เรามานี่เงินไปกลับจากเกาะถึงฝั่งก็เกือบรายละ1,000 บาท เราไม่มีจะกินแล้ว แต่เราต้องมา และยังไม่รู้นะว่าต้องมากี่ครั้งฉันไม่มีเงิน ไม่มีเวลาทำมาหากินแล้ว มาเมืองบ่อยก็จนลงทุกที” นางสลวย กล่าว

ด้านนางสาวประภา กล่าวว่า ตนถูกทนายฝ่ายนายทุนพยายามเกลี้ยกล่อมให้ยอมรับว่าบุกรุกที่ดินและย้ายออกไปจะได้ไม่ต้องถูกกักขังอีก แต่ตนยืนยันว่าแผ่นดินเกาะหลีเป๊ะเป็นแผ่นดินของชาวเล การกดดันชาวเลในรูปแบบฟ้องดำเนินคดีเป็นการใช้กฎหมายบังคับคนไม่มีทางสู้ ทั้งนี้ตนยังมีความหวังว่าจะสู้คดีไปพร้อมกับชาวบ้านทุกคนและเชื่อว่าความยุติธรรมยังมีอยู่ ส่วนตัวไม่เข้าใจว่าเหตุใดนายทุนไม่มาเจรจาเอง แต่ยินดีจะเดินทางมาอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม เพราะไม่อยากเป็นจำเลย

ขณะที่นางแส้หนา กล่าวว่า ชาวเลกลัวคุกก็จริง แต่ความจริงก็คือความจริง นายทุนบางคนต้องการเอาที่ดินไปให้ต่างชาติเช่า ทั้งๆที่เขาเองเป็นคนไทย รู้อยู่เต็มอกว่าแผ่นดินเป็นของอูรักลาโว้ยตั้งแต่ต้น การมาเร่งไล่ เร่งฟ้อง มันไม่แตกต่างอะไรจากปล้นกันกิน เขาต้องรู้ตัวเสมอว่าเขามาไล่เจ้าของที่ นั่นคือความจริงเพราะประวัติศาสตร์มีให้เห็น กระดูกคนตายยังฝังอยู่ จะรื้อสุสานสร้างโรงแรมทั้งเกาะก็หนีความจริงไม่พ้น ทั้งนี้ในอนาคตจะเป็นอย่างไรตนจะยอมรับชะตากรรม ขณะนี้รู้สึกว่าเครียดมากทุกวัน นอนไม่หลับ ยังคงร้องไห้เสมอ แต่ไม่เคยคิดยอมแพ้

ทั้งนี้การฟ้องขับไล่ที่ดินชาวเลหลีเป๊ะโดยนายทุนที่อ้างกรรมสิทธิ์ครอบครองที่ดินนั้น เกิดขึ้นมานานนับ 10 ปี แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดจังหวัดสตูลได้พิจารณาคดีความของ ชาวเลอูรักลาโว้ย 4 รายได้แก่ นางสลวย หาญทะเล นางสาวมาซ่า หาญทะเล นางสาวประภา สิริฮัน และนายสิชล หาญทะเล ซึ่งต่อมาได้รับการประกันตัวจากเงินช่วยเหลือของชุมชนเกาะอาดัง หลีเป๊ะและเงินบริจาค รวมทั้งเงินบางส่วนจากกองทุนยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม แต่กรณีนางแส้หนา เกาะสิเร๊ะ เป็นคดีเดียวที่ยังไม่มีการตัดสิน ซึ่งนางแส้หนา ได้รับหนังสือแจ้งเตือนจากทนายความเอกชนหลายครั้ง ในฐานะชาวเลที่สร้างบ้านบนที่ดินส่วนบุคคล จึงได้รับจดหมายแจ้งเตือนให้ย้ายออก พร้อมข้อความ เตือนว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ศาลเห็นว่าเป็นคดีความที่เกิดจากนายทุนคนเดียวกัน จึงนัด ไกล่เกลี่ยในวันนี้
////////////////////////////////////

Share.

Comments are closed.