อนุกก.กสม.ลงพื้นที่ทุ่งป่าคา ชาวบ้านร่ำไห้ แม่เฒ่าเคว้งคว้างหลังสมาชิกในครอบครัว 4 คนติดคุก “ครูแดง” เสนอปรับวิธีลงโทษสำหรับผู้ทำผิดเล็กน้อย

0
received_1096140657095885

ชาวบ้านร่วมสะท้อนความรู้สึกผ่านป้าย(ขอบคุณภาพโดยภูมิพัฒน์ บุญเลี้ยง)

เมื่อวันที่ 22 เมษายน คณะอนุกรรมการด้านสิทธิสถานะกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นำโดยนางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการกสม.และสื่อมวลชนหลายสำนัก ได้ลงพื้นที่ทุ่งป่าคา อำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อรับฟังข้อเท็จจริงปัญหาของชาวบ้านกรณีถูกจับดำเนินคดีและจองจำอยู่ในเรือนจำแม่ฮ่องสอนในข้อหามีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครอง ทั้งนี้ชาวบ้านราว 70 คนได้มารวมตัวกันที่โบสถ์ประจำหมู่บ้าน โดยมีการถือป้ายข้อความต่างๆ อาทิ “หนูอยากกอดพ่อ” ,“หนูอยากให้พ่ออยู่กับหนู” ,“ชาวบ้านไม่ผิดขอความเป็นธรรมด้วย”

ขณะเดียวกันในระหว่างการหารือ บรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าสลด เนื่องจากคนในครอบครัวต่างคิดถึงสมาชิกครอบครัวที่อยู่ในเรือนจำ โดยแม่เฒ่าคนหนึ่งถึงกับร่ำไห้เมื่อนางเตือนใจเข้ามาสอบถามความเป็นอยู่ เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวของแม่เฒ่า 4 คนถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ

ชาวบ้านต่างร่ำไห้เมื่ออนุกรรมการสิทธิฯเข้าไปสอบถามความเป็นอยู่

ชาวบ้านต่างร่ำไห้เมื่ออนุกรรมการสิทธิฯเข้าไปสอบถามความเป็นอยู่ (ขอบคุณภาพโดยภูมิพัฒน์ บุญเลี้ยง)

นางเมธินี ผาติพันธุ์ศรี ชาวบ้านซึ่งเคยถูกจองจำในเรือนจำและเพิ่งพ้นโทษเมื่อต้นเดือนเมษายน กล่าวว่า ก่อนออกจากเรือนจำได้รับการกำชับว่าห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับไม้ ทำให้ตอนนี้รู้สึกกลุ้มใจเพราะบ้านที่อยู่เริ่มผุพัง แต่ไม่กล้าปรับปรุงเพราะกลัวถูกจับ เช่นเดียวกับชาวบ้านทุ่งป่าคาจำนวนมากก็ไม่มีใครกล้าต่อเติมบ้าน ขณะเดียวกันตนเองยังเป็นหนี้ ธกส.อีก 5 หมื่นบาทหลังจากกู้เงินมาปลูกข้าวโพด แต่ต้องถูกจำคุกอยู่ 1 ปี ทำให้ไม่สามารถหาเงินใช้หนี้ได้

นางเตือนใจให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ว่า ที่ต้องพิจารณาคือ 1.กรณีคนสูงอายุและคนพิการในหมู่บ้านซึ่งผู้นำครอบครัวถูกคุมขัง โดยมีแม่เฒ่าเหลืออยู่ที่บ้านเพียงลำพังเพราะสมาชิกในครอบครัว 4 คนถูกคุมขังทั้งหมด และแม่เฒ่าไม่มีใครเลี้ยงดู ดังนั้นจะประสานไปยังพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเข้ามาดูแล 2.ประสานไปยังธกส.เพื่อให้ผ่อนปรนสำหรับชาวบ้านที่เป็นหนี้สิน 3.มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งต้องการปรับปรุงบ้านที่ผุพัง ดังนั้นกรมป่าไม้หรือกรมอุทยานฯ ควรให้คำตอบที่ชัดเจนกับชาวบ้านว่าทำได้แค่ไหน อย่างไร 4.ขณะนี้มีชาวบ้าน 5 คนกำลังได้รับการพิจารณาให้พักโทษ ก็จะช่วยประสานไปยังกรมราชทัณฑ์เพื่อให้กระบวนการต่างๆเป็นไปอย่างราบรื่น

 

ชาวบ้านต่างร่ำไห้เมื่ออนุกรรมการสิทธิฯเข้าไปสอบถามความเป็นอยู่

ชาวบ้านต่างร่ำไห้เมื่ออนุกรรมการสิทธิฯเข้าไปสอบถามความเป็นอยู่ (ขอบคุณภาพโดยภูมิพัฒน์ บุญเลี้ยง)

“นอกจากนี้เราจะทำข้อเสนอในเชิงนโยบายไปยังรัฐบาลว่า การกระทำความผิดเล็กๆน้อยๆ ไม่ควรใช้วิธีลงโทษจำคุก แต่น่าจะมีวิธีอื่นๆ ในการทำให้เขาปรับปรุงพฤติกรรม ขณะเดียวกันชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมากที่ไม่สามารถพูดและเขียนภาษาไทยได้ก็ควรมีกระบวนการสอบสวนด้วยวิธีอื่นๆ ด้วย เช่น การลงไปสอบสวนสข้อเท็จจริงในพื้นที่” นางเตือนใจ กล่าว

///////////////////////////

Share.

Comments are closed.