คกก.ชาวเลสั่งรื้อโฉนดเอกชนที่ออกทับสุสาน-พื้นที่จิตวิญญาณ 5 จังหวัดอันดามัน มอบจังหวัดภูเก็ตค้นข้อมูลตัวเอกชนรายใหญ่ครอบครองที่ดินราไวย์

0
(แฟ้มภาพ) สุสานชาวเลเกาะหลีเป๊ะ

(แฟ้มภาพ) สุสานชาวเลเกาะหลีเป๊ะ

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2559 พลเอก สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ว่า ที่ประชุมได้มีข้อเสนอหลายด้านเกี่ยวกับปัญหาชาวเลใน 5 จังหวัดอันดามัน (ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ สตูล) โดยภาพรวมนั้น ทางคณะกรรมการฯ ขอเบิกข้อมูลกับสำนักงานที่ดินของแต่ละจังหวัดเพื่อขอตรวจสอบโฉนดที่ดิน นส.3 ที่ออกทับที่สุสานและพื้นที่จิตวิญญาณทุกแห่งทั้ง 5 จังหวัด เพื่อตรวจสอบระยะเวลาว่าออกเอกสารนานกี่ปีแล้ว เนื่องจากปัจจุบันชาวเลหลายชุมชนร้องเรียนว่ามีความลำบากในการจัดหาสุสานเพื่อฝังศพ

 

 

(แฟ้มภาพ) กำแพงโดยรอบบริเวณสุสานชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ที่ถูกรีสอร์ทแห่งหนึ่งสร้างกันพื้นที่ไว้

(แฟ้มภาพ) กำแพงโดยรอบบริเวณสุสานชาวเลเกาะหลีเป๊ะ ที่ถูกรีสอร์ทแห่งหนึ่งสร้างกันพื้นที่ไว้

 

พลเอก สุรินทร์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีเร่งด่วนอย่างที่ดิน 19 ไร่ในชุมชนหาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ตนั้น เนื่องจากทางคณะกรรมการฯ และกรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบพบมาเป็นปีแล้วว่า ออกเอกสารสิทธิ์โดยไม่ชอบธรรม จึงเสนอให้กรมที่ดินเพิกถอน แต่กรมที่ดินยังไม่กล้าจะปฏิบัติตาม ที่ประชุมจึงมีมติให้จังหวัดภูเก็ตขอข้อมูลอายุ กับรายละเอียดเอกสารวันที่จดทะเบียนจาก สค.1 มาเป็นโฉนดที่ดินหรือ นส.3 ในเอกชนรายใหญ่ที่อ้างครอบครองที่ดินมายาวนาน เพื่อจะตรวจสอบว่า มีความสอดคล้องกันหรือไม่ รวมทั้งส่งรายชื่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่เกี่ยวข้องในแต่ละช่วงมาด้วย เพื่อจะศึกษาสาระบบของพยานแต่ละช่วง หากพบความผิดปกติอาจจะมีประโยชน์แก่ชาวเลราไวย์ เพื่อใช้ในการฟ้องศาลต่อไป หากกรมที่ดินยังเพิกเฉยต่อการถอนเอกสารสิทธิ์

“สำหรับที่ของบริษัทบารอนฯ ที่ชาวเลร้องเรียนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่องบริษัทสร้างกำแพงกั้นน้ำทะเลและปิดทางสาธารณะนั้น ทางชาวเลเขาฟ้องศาลจังหวัดแล้ว ต้องรอหมายศาลออกมาคุ้มครองทางเดินสาธารณะต่อไป แต่ทางคณะกรรมการฯ ประชุมวันนี้มีมติเพิ่มเติมคือ ขอให้กรมเจ้าท่าส่งรายงานมาว่า บริษัทมีใบอนุญาตสร้างกำแพงกั้นน้ำทะเลหรือไม่ แล้วขอตามกระบวนการอย่างไรบ้าง” พลเอกสุรินทร์ กล่าว

ประธานคณะกรรมการชาวเลฯ กล่าวด้วยว่า กรณีปัญหาชาวเลเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูลที่ตนได้รับร้องเรียนว่าถูกเอกชนถมคลอง ถมที่สาธารณะตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา ทางคณะกรรมการฯ มอบหมายให้สำนักงานอุทยานแห่งชาติตะรุเตาส่งแผนที่ทางอากาศในปี 2493 พร้อมทำรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่ออธิบายรายละเอียดของเส้นทางคลอง ถนนเชื่อมสู่หาด สู่ทะเล และถนนในชุมชนเพื่อจะได้ตรวจสอบภายหลังว่าถนน คลอง บ่อน้ำ ที่ชาวบ้านเคยใช้ร่วมกัน ถูกปิดไปกี่จุดเพราะชาวบ้านยืนยันว่าบ่อโบราณ ทางเดินเก่าแก่ในชุมชนนั้น ชาวบ้านไม่เคยมีการครอบครองเป็นการส่วนตัว ซึ่งข้อเสนอและมติทั้งหมดในการประชุมวันนี้ ทางคณะกรรมการฯ จะใช้เวลาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและจัดประชุมอีกครั้งในเดือนกรกฎาคม อย่างน้อยกรณีชาวเลราไวย์ต้องมีความคืบหน้า เพราะกรมที่ดินไม่ยอมรับว่าตนผิดพลาด

///////////////////

Share.

Comments are closed.