ประจานความล้มเหลวรัฐ พบอีกซุงเถื่อน 180 ท่อนลอยล่องในแม่น้ำสาละวิน เชื่อตัดในฝั่งไทยเขตรอยต่อเขตป่าอนุรักษ์แต่พยายามบิดเบือนให้เป็นไม้ฝั่งพม่า

0

received_1175044392538844

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2559 ทหารพรานที่ 36 ค่ายเทพสิงห์ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้ตรวจพบแพไม้ซุงสัก จำนวน 180 ท่อน ผูกติดข้างฝั่งแม่น้ำสาละวิน ในเขตสหภาพเมียนมา ห่างจากบ้านแม่สามแลบ ตำบลแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปทางทิศเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร โดยแพดังกล่าวใช้ไม้ไผ่ที่ยังมีรอยตัดใหม่ ๆ สีเขียวสด ผูกเป็นแพ และใต้แพดังกล่าวมีไม้ซุงสัก ลักษณะเป็นไม้สักท่อนแห้ง ผูกรวมกันนับได้ประมาณ 180 ท่อน ส่วนข้างแพที่จะมองเห็นไม้ซุงสัก ได้ถูกอำพรางด้วยใบตองกล้วยลักษณะใหม่สด ปกปิดเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คนทั่วไปมองเห็นไม้ซุงได้อย่างชัดเจน

ทั้งนี้ทหารพรานได้ตรวจสอบข้อมูลเบื้อต้น พบว่าเป็นไม้สักที่ตัดจากเขตอำเภอผาซอง จังหวัดลอยก่อว์ รัฐคะยา สหภาพเมียนมา เพื่อนำไปส่งให้แก่พ่อค้าบริเวณพื้นที่ตรงข้าม อำเภอสบเมย ของไทย โดยแพไม้ดังกล่าว ล่าสุดตรวจสอบแล้วพบว่า ได้มีการลอบล่องตามลำน้ำสาละวิน ไปส่งยังโรงเลื่อยไม้ปลายทางเมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา

received_1175044579205492

ขณะที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคงในพื้นที่เปิดเผยว่า ไม้ที่ถูกทหารพรานตรวจพบเป็นไม้ที่ตัดในเขตไทย บริเวณห้วยอุมดา และห้วยแม่สะเกิบ ซึ่งอยู่ระหว่างรอยต่อของหน่วยอุทยานแห่งชาติป่าสาละวิน และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน โดยกลุ่มขบวนการเป็นคนไทยที่มีอิทธิพล จ้างทหารกะเหรี่ยง KNU เป็นคนตัดแล้วผูกเป็นแพ เพื่อนำส่งให้แก่โรงเลื่อยไม้ในเขตสหภาพเมียนมา

“การลักลอบตัดในครั้งนี้อาศัยจังหวะในห้วงที่นายทหารระดับสูงของกองทัพภาคที่ 3 เสียชีวิต และผบ.ทุกหน่วยที่ขึ้นตรงพากันไปร่วมงานพิธีศพที่จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้หน่วยในพื้นที่ไม่ค่อยเข้มงวดเหมือนปกติ โดยไม้ที่ตัดส่วนใหญ่จะเป็นไม้เก่าที่ถูกตัดโค่นมานานแล้ว และหน่วยที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบและตรวจยึดไว้แล้ว แต่ไม่สามารถชักลากไม้ของกลางมาเก็บไว้ที่หน่วยได้” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า จากการตรวจสอบกับแกนนำชนกลุ่มน้อยในพื้นที่รัฐคะยา ทุกฝ่ายต่างยืนยันว่า ไม้ในเขตรัฐคะยา จะเป็นไม้ที่มีการสัมปทานในนามของบริษัทคะยาธานี แต่เพียงเจ้าเดียว ซึ่งไม้ทุกท่อนที่ตัดนั้นจะถูกส่งไปขายยังประเทศจีนเท่านั้น และไม่สามารถส่งมาขายในพม่าให้พ่อค้ารายย่อยแบบโรงงานแปรรูปไม้ได้ เพราะจะผิดกับข้อตกลงขององค์การค้าไม้เมียนมา (Myanmar Timber Enterprise: MTE) ของรัฐบาลเมียนมา ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการตัดไม้และจำหน่ายไม้ในพม่าทั้งหมด

แหล่งข่าวระบุว่า ไม้ที่ตัดในเขตรัฐคะยาทั้งหมด จะมีไม้ 2 ชนิดคือ ไม้สัก และ ไม้ประดู่ ซึ่งเป็นไม้สดใหม่ หากนำมาล่องแพในแม่น้ำสาละวินจะต้องมีการผูกถังน้ำมันขนาด 200 ลิตรทำเป็นแพเพื่อพยุงไม้ เนื่องจากเป็นไม้สด ดิบ จะมีน้ำหนักมาก ป้องกันไม่ให้ไม้ซุงจมหายไปใต้น้ำได้ง่าย แต่ไม่ที่ตรวจพบกลับไม่มีการใช้ถังน้ำมันผูกเป็นแพ เนื่องจากเป็นไม้สักแห้ง และยังมีการอำพรางด้วยใบตองกล้วยปิดบังที่ไม้ซุงข้างแพอีกด้วย ที่สำคัญระยะทางการล่องแพไม้ซุงจาก อำเภอผาซอง รัฐคะยา มาถึง เขตรัฐกะเหรี่ยง ตรงข้าม อำเภอสบเมยของไทย มีระยะทางไม่ต่ำกว่า 350 กิโลเมตร ไม้ไผ่ที่ผูกเป็นแพจะต้องกลายเป็นไม้เก่าและสีทึบ เนื่องจากตากแดดและแช่น้ำมานาน ไม่ใช่สีเขียวสดอย่างที่พบเห็นแน่นอน

——————

Share.

Comments are closed.