กะเหรี่ยงรบกันเองหนัก ชาวบ้านกว่า 2 พันอพยพหนีตาย DKBA ปะทะเดือด BGF

0
ภาพจาก karennews.org

ภาพจาก karennews.org

เว็บไซต์สำนักข่าวกะเหรี่ยง Karen News รายงานเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2559 ว่า ชาวบ้านกะเหรี่ยงกว่า 2,000 คน ได้หลบหนีออกจากบ้านเรือนใน 12 หมู่บ้านเนื่องจากการปะทะกันระหว่างกองกำลังปกป้องชายแดน (BGF) ภายใต้การสนับสนุนของกองทัพพม่า และกองกำลังกะเหรี่ยง DKBA ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ให้ข้อมูลว่ามีรถกระบะจำนวนหลายคันบรรทุกเจ้าหน้าที่ทหารพม่าเข้ามาในพื้นที่แม่ตะวอและมุ่งหน้าไปยังเขตหย่องโป่ (Hlaingbwe)

สำนักข่าวกะเหรี่ยงรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน ชาวบ้านจำนวน 2,000 คน ได้หนีมาโดยการดูแลของหลวงพ่ออุทุสนะ พระชาวกะเหรี่ยงที่มีผู้นับถือจำนวนมาก และได้ให้ชาวบ้านเข้ามาอาศัยในวัดที่เมงจีหงู่ ต่อมาในวันที่ 10 กันยายน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ชายแดนไทยทาง อ.ท่าสองยาง ได้หนีข้ามแม่น้ำเมยมายังฝั่งไทยเพื่ออาศัยหนีภัยชั่วคราว
สื่อกะเหรี่ยงรายงานว่า การปะทะครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากกองกกำลังกะเหรี่ยง DKBA ประกาศว่าจะสู้กับกองกำลัง BGF ของกองทัพพม่า และได้โจมตีฐานกองกำลังหลายแห่งตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน เป็นต้นมา

ทางด้าน KPTV ซึ่งเป็นกลุ่มสื่อกะเหรี่ยงอีกสำนักรายงานเช่นกันว่า กองกำลังทหารพม่า และกองกำลัง BGF เริ่มทำการโจมตีหมู่บ้านกลู ทอ พื้นที่บิโข่เล เพื่อเคลียร์พื้นที่ตั่งแต่ช่วงเช้าเวลา 8.30 น. ซึ่งพยายามทำการเข้าโจมตีด้วยทหารราบถึง 3 ครั้งจนทำให้ทหารพม่า และ BGF ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงได้ถอยออกจากพื้นที่ และใช้อาวุธหนัก เช่น ปืนใหญ่ 120 มม. ของกองทัพพม่า และปืนใหญ่ 81 มม. ของ BGF ยิงถล่มมายังพื้นที่ บ้านแม่ตะวอ (ตรงข้ามบ้านแม่ตะวอฝั่งไทย อ.ท่าสองยาง จ.ตาก) จำนวนร้อยกว่านัด โดยมีรายงานว่าทหารพม่าและ BGF เกิดการสูญเสียและบาดเจ็บ ร้อยกว่านาย ซึ่งรายงานในพื้นที่ระบุว่า กองทัพพม่าได้เข้าเสริมกำลังพลเพื่อเข้าควบคุมพื้นที่บ้านแม่ตะวอ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2558 ด้วยรถบรรทุก 30 คัน คาดว่ากำลังพลประมาณ พันนาย

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า เมื่อมีการสู้รบและชาวบ้านส่วนใหญ่ได้อพยพเข้าพักในเขตเมืองเมียนจีหงู่ เนื่องจากวัดดังกล่าวเป็นวัดหลักของหลวงพ่อ อุทุสะนะ ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นพระผู้นำที่นำทหารกะเหรี่ยง KNU ที่นับถือพุทธแปรพรรคเป็น กองกำลังกะเหรี่ยงพุทธ เมื่อปี พ.ศ. 2536 ซึ่งไปเป็นพันธมิตรกับกองทัพพม่าจนทำให้ DKBA หันกลับมาทำการโจมตี KNU
แต่สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อปี พ.ศ. 2555 เมื่อกองกำลัง DKBA ส่วนหนึ่งยอมรับเงื่อนไขกองทัพพม่าเข้าเป็นกองกำลังปกป้องชายแดน BGF และรับคำสั่งตรงจากกองทัพพม่า

อนึ่ง บทบาทของหลวงพ่ออุทุสะนะถูกวิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอด เพราะถูกมองว่าสนับสนุนบางกองกำลัง ทำให้เกิดการสู้รบขึ้น แม่ในระยะหลังบารมีของพระรูปนี้จะลดน้อยลง แต่ก็ยังเป็นศรัทธาของทั้ง DKBA และBGF กะเหรี่ยง แต่ไม่สามารถชี้นำ BGF กะเหรี่ยงได้อีก แต่ด้วยความเคารพในหลวงพ่ออุทุสะนะ วัดของท่านจึงยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทาง BGF กะเหรี่ยงไม่เข้าทำการใดๆ

Share.

Comments are closed.