เตรียมฟ้องศาลปกครองเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินราไวย์ หลังศาลยุติธรรมยกฟ้อง 2 ราย พบการออกเอกสารสิทธิ์ส่อพิรุธ พลเอกสิรินทร์ชี้ช่องสอบพิสูจน์ข้อเท็จจริง

0
received_659149930912571

ภาพโดย วิโชติ ไกรเทพ

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2559 นายพสิษฐ์ ถาวรล้ำเลิศ ทนายความคดีด้านที่ดินของชาวเลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (13 ธันวาคม) ศาลจังหวัดยุติธรรมภูเก็ตได้มีคำพิพากษายกฟ้องในคดีเอกชนฟ้องขับไล่ชาวเลราไวย์2 ราย ประกอบด้วยนายจรูญ หาดทรายทอง และนางแต๋ว เซ่งบุตร ให้สามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่ต่อไปได้ โดยศาลวินิจฉัยตามศาลชั้นต้นระบุว่า การออกเอกสารสิทธิตั้งแต่ ส.ค.1 จนถึงโฉนดที่ดินนั้นมีพิรุธ อย่างไรก็ตามกรณีชาวเลชนะคดีในศาลครั้งนี้เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้น เพราะยังมีชาวเลอีก 4 รายอยู่ระหว่างดำเนินคดีอีกซึ่งทั้งหมดนี้อาศัยอยู่ในแปลงเดียวกัน (โซนตะวันตกของชุมชนเนื้อที่ราว 12 ไร่) โดย 4 รายที่เหลือศาลยุติธรรมนัดพิพากษาวันที่ 30 มกราคม 2560

“แปลงที่ดินที่เอกชนฟ้องศาลนั้นเป็นแปลงที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตรวจค้นพบโครงกระดูก และมีพยานหลักฐานชัดเจน ซึ่งผมจะสรุปคดีแล้วทยอยส่งฟ้องศาลปกครองต่อไป แม้ศาลจะไม่ได้ยืนยันว่ามีการออกเอกสารโดยมิชอบแต่ก็ชี้ชัดว่าออกเอกสารพิรุธ ดังนั้นต้องไปดูกันในศาลปกครองต่อ เพราะศาลยุติธรรมไม่สามารถมีคำสั่งเพิกถอนโฉนดได้ ซึ่งจะต้องรวบรวมเอกสาร พยานไปสู้คดีต่อไป” นายพศิษฐ์ กล่าว

 

ภาพโดย วิโชติ ไกรทิพย์

ภาพโดย วิโชติ ไกรเทพ

ด้านพลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการชาวเลที่ผ่านมา มีการปรึกษากับกรมสอบสวนคดีพิเศษมาโดยตลอด และกรณีที่ดินที่ค้นพบกระดูกนั้นเป็นหลักฐานชิ้นเด็ดจริง แต่ว่าหลักฐานพ่วงอื่นๆ จำเป็นเช่นกัน โดยข้อเสนอของตนและหลายฝ่ายที่ได้ประชุมกัน คือ กรณีที่เอกชนรายหนึ่งอ้างว่าแจ้ง สค.1ก่อน ต้องไปตรวจสอบว่า เขาแจ้ง สค.1 ตอนอายุเท่าไหร่ แจ้งปีใด เพราะชาวเลพูดถึงต้นมะพร้าวต้นหนึ่งที่โตมาในปี 2502 และยืนยันว่ามะพร้าวต้นนั้นในหาดราไวย์อายุราว 45-50 ปี ซึ่งเอกชนยังอ้างว่าปลูกไว้แล้วจ้างชาวเลทำงานในพื้นที่จ้างปีใด จ้างทำอะไรบ้าง ซึ่งถ้าข้อมูลที่ฝ่ายโจทก์ยื่นฟ้องขับไล่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่คนในชุมชนให้มา ก็จะมีความซับซ้อนไปอีก ส่วนตัวเห็นว่า กรณีที่ดินแปลง 12ไร่มีความไม่ชอบมาพากลหลายอย่างและชาวเลกำลังตกเป็นเหยื่อ

“เป็นข่าวดีที่ศาลพิจารณายกฟ้องแก่ชาวเล2ราย และต้องขอบคุณที่ศาลพิจารณาอย่างถี่ถ้วนทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ ผมเองรู้สึกว่าที่ผ่านมานายทุนเขามองชาวเลไม่มีตัวตน ถ้าการพิจารณาคดีครั้งนี้ศาลยกฟ้องทุกคดี ชาวเลจะได้มีตัวตนสักที และเห็นเป็นรูปธรรมไปเลยว่าชาวเลเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ใครคด ใครโกงก็รับผลไป การต่อสู้ที่ได้ผล คือ ต้องทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกเลิกโฉนดที่ออกโดยมิชอบให้ได้” พลเอกสุรินทร์ กล่าว

////////////////

Share.

Comments are closed.