กลุ่มฅนรักบ้านเกิดร่ำไห้ หลังศาลปกครองกลางยกฟ้องคดีประทานบัตร-ใบอนุญาตประกอบโลหะกรรมเหมืองทองคำวังสะพุง ประกาศเดินหน้าสู้ต่อ

0

15776527_666957840131780_644822316_o
เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2559 ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ศาลได้อ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ส. 1544/2556 คดีหมายเลขแดงที่ ส.816/2559 ระหว่าง นายสราวุธ พรมโสภา ผู้ฟ้องที่ 1 กับพวกรวม 598 คน กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม) ผู้ถูกฟ้องที่ 1 อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ที่ 2 บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ที่ 3 (ผู้ถูกฟ้องคดี) เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ (คดีประทานบัตรเหมืองแร่ทองคำ อำเภอวังสะพุง) โดยศาลได้พิจารณายกฟ้องคดีดังกล่าว โดยวินิจฉัยว่า การที่รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกประทานบัตรพิพาทและการที่อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร) ได้ออกใบอนุญาตและต่ออายุใบอนุญาตประกอบโลหะกรรมให้แก่บริษัท ทุ่งคำ จำกัด เป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายอีกทั้งได้มีการควบคุมการประกอบกิจการไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมหรือเกิดอันตรายตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. 2510 แล้ว

ดังนั้น การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมไม่เพิกถอนประทานบัตรพิพาท และการที่อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ไม่เพิกถอนใบอนุญาตประกอบโลหะกรรมของบริษัท ทุ่งคำ จำกัด จึงไม่เป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ
fb_img_14829228308796230

ทั้งนี้ภายหลังเสร็จสิ้นคำพิพากษาชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด ที่เดินทางมาร่วมรับฟังต่างแสดงท่าทีผิดหวังกับผลการพิพากษาและหลายคนร้องไห้เสียใจ แต่ยังประกาศต่อสู้ต่อไปและร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งปิดเหมืองทองคำถาวร พร้อมทั้งรวมตัวกันถือป้ายข้อความยืนยันสู้ต่อและขอร่วมคัดค้านพระราชบัญญัติ (พรบ.)เหมืองแร่ฉบับใหม่ ให้ถึงที่สุด

นางพรทิพย์ หงชัย ตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด กล่าวทั้งน้ำตาว่า การเสียน้ำตาของพี่น้องในวันนี้ไม่ใช่น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ แต่ที่ผ่านมาชาวบ้านที่คัดค้านเหมืองทองพยายามสู้ด้วยความรู้ของชาวบ้าน และทำเต็มที่ กระทั่งมีการปิดเหมืองชั่วคราว นั่นคือผลงานการต่อสู้ของชาวบ้าน ซึ่งได้มาโดยไม่ได้ร้องขอความยุติธรรม

“พี่น้องเรารู้อยู่แล้วว่าชีวิตของชาวบ้านอย่างเราเจออะไรมากมายที่ลำบาก ผู้คนเจ็บป่วย ล้มลง แค่ไหนแต่ผู้มีอำนาจย่อมใช้อำนาจกลบเกลื่อนข้อเท็จจริงเสมอ ไม่ได้รู้สึกว่าแพ้ แต่ยอมรับว่าเสียใจที่ศาลยกฟ้อง น้ำตาเราไม่ใช่น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ แต่มันเครียด มันน้อยใจ คนมีอำนาจเขามองไม่เห็น ทำเป็นไม่รู้ไม่เป็นไร ชาวบ้านถูกเหยียบย่ำมาสารพัดก็ไม่เป็นไร เราไม่ได้แคร์อยู่แล้ว” นางพรทิพย์ กล่าว

ด้านนางไล ภักดิ์มี อายุ 78 ปี ชาวบ้านกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด กล่าวว่า ตนอยู่มาตั้งแต่วังสะพุงอุดมสมบูรณ์และค่อยๆ ล่มสลายไปกับเหมืองทองคำ ถึงแม้วันนี้จะเสียใจกับคำพิพากษา แต่ไม่ขอหยุดต้านเหมืองทองคำ เพราะอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่เกิดเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางเลวร้ายมาโดยตลอด

fb_img_14829228485416930

“น้ำกินไม่ได้ ผักกินไม่ได้ แม่เองหยุดทำนามาหลายปีแล้ว แม่สู้ไม่ไหว ปลูกข้าวไม่ขึ้นจะให้ทำยังไง ผื่นคันยังเต็มตัวก็ไปหาหมอทุกเดือน เอายามารักษา แล้วในส่วนสารหนู แคดเมียม ปรอท ที่หมอตรวจเจอในเลือดของแม่ก็ไม่เห็นมีใครมาช่วยแม่นะ แม่ก็รักษาไป มีเงินก็ไปหาหมอ ไม่มีก็อยู่ต่อไป เราทำอะไรได้ ขึ้นมากรุงเทพแต่ละครั้ง มาเพื่อพบความผิดหวังก็ยังมา เพราะแม่รู้ตัวว่าแม่กำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง” นางไล กล่าว

ด้านนางวิรอน รุจิไชยวัฒน์ กล่าวว่า คำพิพากษาของศาลที่ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจมากที่สุด คือ คำพิพากษาในประเด็นที่ว่าเหมืองทองคำไม่ใช่อุตสาหกรรมที่ก่อเกิดมลพิษ โดยเชื่อคำรายงานของสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ระบุว่าสารพิษต่างๆ ไม่ได้เกินมาตรฐานและไม่มีผลกระทบต่อสัตว์ คน สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ ยิ่งคิดก็ยิ่งเหมือนฝันร้าย พออ้างเรื่องวิชาการเมื่อใด ปากคำของชาวบ้านจะไม่มีความหมายเลย เพราะชาวบ้านไม่มีความรู้ ไม่มีเกียรติไม่มีศักดิ์ศรี

นางสุนี ไชยรส อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวให้กำลังใจชาวบ้านบริเวณหน้าศาลปกครองทั้งน้ำตาว่า ตนได้ติดตามข่าวเหมืองแร่ทองคำและการต่อสู้ของกลุ่มชาวบ้านวังสะพุงมาตลอด รู้ว่าชาววังสะพุงคือตัวอย่างของนักต่อสู้ และเป็นต้นแบบให้สังคมไทยหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องการปกป้องชุมชนและการมีจุดยืนในการรักษาสิทธิชุมชน ทั้งนี้ตนเองนั้นได้มีส่วนร่วมในการต่อสู้คดีชาวบ้านที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาหลายคดี เช่น คลิตี้ โรงโม่ที่หนองบัวลำภู ฯลฯ ยอมรับว่าเรื่องคดีแบบนี้มันยาก แต่หลายที่ชาวบ้านยังไม่ยอมแพ้ยังสู้อยู่ อยากฝากไว้ว่าคดีเหมืองแร่มีผู้มีอำนาจ มีการเมือง มีโจทก์หลายคน มีเงื่อนไขพิเศษหลายอย่างเชื่อมโยงกัน มีความซับซ้อน อย่างไรก็ตามขอให้กำลังใจชาวบ้านและให้เดินหน้าสู้ต่อ ตนจะขอเป็นกำลังใจตลอดไปและยืนข้างชาวบ้านเสมอ

รายละเอียดโปรดอ่านเพิ่มเติมจากเอกสารข่าวศาลปกครองที่แนบมาพร้อมนี้ https://drive.google.com/open?id=0BwUVNRo_KEwUeHBiX2dlblJGVHc
///////////////////////////

Share.

Comments are closed.