นรข.คุมเข้มตามประกบเรือจีน ตรวจสอบ-ปิดผนึกอุปกรณ์ระหว่างแล่นผ่าน ระบุยังไม่มีการสำรวจแม่น้ำโขงในพรมแดนไทย ภาคประชาชนอีสานเคลื่อนไหวคัดค้านระเบิดแก่ง เสนอรัฐบาล 3 ข้อ

0
เจ้าหน้าที่นรข.ขึ้นไปตรวจสอบและปิดผนึกอุปกรณ์สำรวจบนเรือสัญชาติจีนระหว่างแล่นผ่าแม่น้ำโขงในพรมแดนไทย

เจ้าหน้าที่นรข.ขึ้นไปตรวจสอบและปิดผนึกอุปกรณ์สำรวจบนเรือสัญชาติจีนระหว่างแล่นผ่าแม่น้ำโขงในพรมแดนไทย

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2560 นาวาเอกชลทัย รัตนเรือง ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง(นรข.) เขตเชียงราย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กลุ่มนักอนุรักษ์และเยาวชนในอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ร่วมกันรณรงค์คัดค้านการระเบิดแก่งในแม่น้ำโขงโดยใช้เรือประกบเรือสำรวจและออกแบบสัญชาติจีนระหว่างแล่นผ่านพรมแดนไทย ว่าจริงๆแล้วเรือของจีนลำดังกล่าวยังไม่ได้เข้ามาทำการสำรวจในเขตไทย แต่ได้ไปสำรวจในประเทศลาว ซึ่งตอนขาไปทางนรข.ขึ้นไปทำการตรวจสอบและปิดผนึกอุปกรณ์ที่ใช้สำรวจและเปิดให้เมื่อผ่านพรมแดนไทยไปแล้ว

นาวาเอกชลทัยกล่าวว่า เรือสำรวจจีนได้ผ่านพรมแดนไทยเข้าไปสำรวจแม่น้ำโขงในลาวก่อนที่จะมีมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) และได้เดินทางกลับตั้งแต่เมื่อวาน (8 มกราคม 2560 ) โดยทางนรข.ก็ได้ปิดผนึกอุปกรณ์บนเรือเช่นเดิม โดยเรือลำดังกล่าวได้แล่นไปแวะค้างคืนแถวอำเภอเชียงแสน และคาดว่าภายในวันนี้จะออกจากเขตพรมแดนไทยเพื่อรีบเดินทางกลับจีนเนื่องจากขณะนี้เขื่อนในประเทศจีนได้ลดการระบายน้ำ

“ขณะนี้เขายังไม่ได้ทำเรื่องขอสำรวจในแม่น้ำโขงที่เป็นพรมแดนไทย ซึ่งเขาต้องขอผ่านมาทางกรมเจ้าท่า และทางกรมเจ้าท่าเองก็มีอนุกรรมการ ที่มีผู้แทนจากฝ่ายต่างๆ เช่น สภาความมั่นคง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ร่วมกันพิจารณา” นาวาเอกชลทัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเขาเข้ามาสำรวจจริง มั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่มีการเก็บข้อมูลอื่นที่เกี่ยวกับด้านความมั่นคงของชาติ นาวาเอกชลทัยกล่าวว่า กว่าเขาจะมาสำรวจในพื้นที่ประเทศไทยได้คงต้องพิจารณาอีกหลายขั้นตอน โดยจะต้องกำหนดกกรอบให้ชัดเจน และต้องมีผู้เชี่ยวชาญของไทยขึ้นไปร่วมในคณะสำรวจด้วย

15967813_1311407398902542_1462806782_o

บรรยายภาพ-เจ้าหน้าที่นรข.ขึ้นไปตรวจสอบและปิดผนึกอุปกรณ์สำรวจบนเรือสัญชาติจีนระหว่างแล่นผ่าแม่น้ำโขงในพรมแดนไทย

ขณะเดียวกัน ยังมีความความเคลื่อนไหวคัดค้านการระเบิดแก่งในแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเครือข่ายประชาชนลุ่มน้ำโขง-อีสานได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐยกเลิกมติครม.ในการสำรวจการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการพาณิชย์พร้อมทั้งเปิดโอกาสภาคประชาชนนำเสนอข้อมูลให้เกิดการถกเถียงแลกเปลี่ยน เพื่อให้สังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

ในแถลงการณ์ระบุว่า โครงการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขง เพื่อให้เรือบรรทุกสินค้าขนาด 500 ตันแล่นผ่านได้ตลอดปี จะส่งผลต่อระบบนิเวศและความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขง ซึ่งประชาชนในลุ่มน้ำโขง ได้อาศัยสัตว์น้ำเป็นแหล่งอาหาร รวมทั้งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและอธิปไตยของประเทศในเรื่องเขตแดน มติ ครม.ดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิชุมชนโดยไม่ให้ข้อมูลข่าวสาร และขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน นอกจากนี้การระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขง จะมีผลกระทบข้ามพรมแดน เพราะแม่น้ำโขงมี 6 ประเทศ ที่ใช้ประโยชน์ร่วมกัน

“การตัดสินใจของรัฐบาลไทย ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนข้ามพรมแดน นอกจากนั้นยังมีผลกระทบด้านความมั่นคง หากมีการระเบิดเกาะแก่ง เพราะจะทำให้ร่องน้ำลึกเปลี่ยนไปและแม่น้ำโขงเป็นแหล่งจับปลาที่สำคัญระดับโลก โดยประชาชนริมแม่น้ำกว่า 8 ล้านคนต่างพึ่งพาอาศัยซึ่งในแต่ละปีสามารถจับปลาได้กว่า 2 ล้านตัน ดังนั้นการทำลายเกาะแก่งในแม่น้ำน้ำโขงจึงเท่ากับทำลายความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งขยายพันธุ์ปลาตามธรรมชาติ”แถลงการณ์ระบุ

ในแถลงการณ์ระบุข้อเสนอด้วยว่า 1.ให้รัฐบาลทบทวนมติครม.ครั้งนี้และให้ยกเลิกแผนระเบิดแก่งเพื่อพัฒนาเส้นทางการเดินเรือของจีนทั้งหมด เพราะที่ส่งผลเสียหายต่อระบบนิเวศและชาวบ้านในลุ่มน้ำโขงอย่างรุนแรง 2.ให้มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนข้อมูลในวงกว้างเพื่อสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและคนในสังคม 3.การระเบิดแก่งแม่น้ำโขงจะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ จะทำให้ปริมาณปลาในแม่น้ำโขงลดลง ดังนั้นรัฐบาลควรหาทางเลือกในการพัฒนาแม่น้ำโขงที่ไม่ทำลายธรรมชาติในแม่น้ำโขง

Share.

Comments are closed.