คนเล็กคนน้อยหลากหลายอาชีพในเชียงของ ร่วมค้านระเบิดแก่ง คนขับเรือ-สามล้อ หวั่นสิ้นช่องทางทำกิน เตรียมร่วมงาน “ฮอมบุญ ฮอมปอย หยุดระเบิดแก่งแม่น้ำโขง”

0

received_688662577961306

เมื่อวัน 4 กุมภาพันธ์ 2560 นายประเสริฐ ราชยศ ชาวเชียงของ จังหวัดเชียงราย อาชีพขับรถสามล้อมานานกว่า 10 ปี เปิดเผยว่า ในโอกาสที่ชาวเชียงของจะจัดงาน ฮอมบุญ ฮอมปอย หยุดระเบิดแก่งแม่น้ำโขงในวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ ทีมขับสามล้อยินดีร่วมสนับสนุนภาคประชาชน โดยการร่วมติดสติ๊กเกอร์รณรงค์หยุดระเบิดแก่งแม่น้ำโขง เพื่อแสดงจุดยืนในการต้านโครงการใหญ่และต้านการสำรวจของบริษัทจากจีนในการศึกษาแม่น้ำโขงเพื่อเดินหน้าแผนปรับปรุงร่องน้ำในการเดินเรือพาณิชย์

“คนเชียงของหายากนะคนที่ไม่ค้านการระเบิดแก่งเนี่ย เรื่องนี้เราเห็นทีมครูตี๋สู้มานานแล้ว อยู่ ๆ รัฐบาลท่านจะเอามาศึกษาใหม่ บอกตรง ๆ ตกใจ นึกว่าหยุดไปซะแล้ว ทำไมยังมาพูดถึงเรื่องนี้อีก เชียงของในอดีตมันคึกคักมากนะ แต่ตอนนี้มันกร่อย ๆ แล้วตั้งแต่มีสะพานข้ามน้ำโขง ถ้ามีระเบิดแก่งมาอีกคงกร่อยหนักกว่าเดิม เพราะคนเชียงของกับคนฝั่งลาวห้วยทรายนั้น คือการใช้บริการเรือกับรถสามล้อนี่มันเป็นส่วนหนึ่งในการสัญจร อย่างตอนนี้ถ้าคนลาวเขาจะข้ามมาซื้อของ เขาก็จะข้ามเรือมาลงท่าเรือบั๊กแล้วก็จ้างสามล้อขับไปตลาดรอบละ 30 บาท กรณีที่มีขนของด้วยอาจจะเพิ่มอีก 20 แต่ก็พอจะเลี้ยงคนขับสามล้ออย่างเราได้ แต่ถ้าเรือข้ามฟากเลิกให้บริการ คนจะต้องไปข้ามจากสะพาน ซึ่งถ้าคนจะไปสะพานเราไปส่งได้บ้าง แต่ไม่มีสิทธิรับกลับ นั่นหมายความว่าคนลาวที่ข้ามมาก็ไม่มีโอกาสจ้างรถเราเข้ามาเชียงของ ตรงนี้ก็เดือดร้อนตาม ๆกันไป” นายประเสริฐ กล่าว
received_688662607961303

นายประเสริฐกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันคนขับสามล้อในเชียงของมีทั้งหมดราว 60 คัน ประจำอยู่ฝั่งเหนือ 30 คัน ฝั่งใต้ 30 คัน ส่วนมากจะรับส่งลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวระหว่างที่พักกับท่ารถ ท่าเรือ และรับพ่อค้าแม่ค้าจากฝั่งลาวที่ข้ามเข้ามาซื้อของฝั่งไทย และเชื่อว่าส่วนมากไม่สนับสนุนการระเบิดแก่ง ส่วนตัวมั่นใจว่าคนเชียงของรักบ้านเกิดและปรารถนาจะประกอบอาชีพในท้องถิ่นมากกว่าการจากบ้านไปทำงานต่างถิ่น

ด้านนายเสาร์แก้ว นำอินทร์ อาชีพขับเรือกล่าวว่า การกีดกันเรือเล็กไม่ให้ล่องในแม่น้ำโขง กรณีที่มีการปรับปรุงร่องน้ำ จะเป็นเหมือนการตัดเส้นทางทำมาหากินของเรือท่องเที่ยวรายเล็ก เปรียบเหมือนการทำลายฐานรากของอาชีพคนท้องถิ่น ซึ่งการพัฒนาที่ทำลายฐานรากเช่นนี้จะส่งผลต่อความมั่นคงทางการงานอาชีพ และอยากให้รัฐบาลทบทวนแนวทางพัฒนาใหม่เพราะแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำสายประวัติศาสตร์ และมีค่ากับคนริมโขงมากกว่าการล่องเรือสินค้าผ่านไปมา

received_688662611294636

ด้านนางสุนี ไชยรส ผู้อำนวยการส่งเสริมความเสมอภาคและความเป็นธรรม วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ระหว่างวันที่ 4-5 กุมภาพันธ์นี้ ตนได้พานักศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์และวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต จำนวน 29 คนมาร่วมกิจกรรม “ฮอมบุญ ฮอมปอยฯ” โดยในวันนี้พานักศึกษาล่องเรือเพื่อเก็บข้อมูลทำสื่อสาธารณะเผยแพร่ทางออนไลน์ เพื่อนำเสนอสถานการณ์เกี่ยวกับโครงการระเบิดแก่งในหลากหลายมิติ อันเป็นหนึ่งในกิจกรรมการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย ที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาได้ฝึกปฏิบัติในแง่การทำกิจกรรมเพื่อสังคม

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงว่า จะต้องมีการทำประชาพิจารณ์นั้นมีความคิดเห็นอย่างไร นางสุนี กล่าวว่า อยากให้นายกฯ ใช้หลักการสองเรื่องต่อกรณีการให้ความเห็นเรื่องระเบิดแก่ง นั่นคือ 1 แม่น้ำโขง เป็นแม่น้ำนานาชาติ เป็นแม่น้ำของชุมชน การทำประชาพิจารณ์แบบหยาบ ๆ ทำไม่ได้ ต้องมองผลกระทบในประเทศและผลกระทบข้ามพรมแดนด้วย 2 กรณีของโครงการนี้ครั้งหนึ่งรัฐบาลไทยเคยชะลอแล้ว รัฐบาลชุดนี้ควรกลับไปศึกษาอดีตที่ผ่านมาก่อนเพื่อดูว่า มีเหตุผลใดบ้างที่ประชาชนคัดค้านและทำให้ต้องมีการชะลอโครงการ

ทั้งนี้สำหรับกิจกรรมวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ทางกลุ่มรักษ์เชียงของและภาคีเครือข่ายได้นำคณะศิลปิน สื่อมวลชนหลายสำนักล่องเรือสำรวจเกาะแก่งในแม่น้ำโขง ในเวลาประมาณ 17.00 น. กลุ่มศิลปินในโครงการศิลปะชุมชน Community Art แสดงสด (Performance Art) ที่ตลาดนัดถนนคนเดิน ตำบลเวียง ส่วนในวันที่ 5 จะมีการจัดงานฮอมบุญ ฮอมปอยฯ โดยเริ่มแต่เช้ามีนิทรรศการ และกิจกรรมหลากหลายในช่วงบ่าย และร่วมลงชื่อคัดค้านโครงการระเบิดแก่ง

Share.

Comments are closed.