ระอุใต้ เคลื่อนพลใหญ่ต้านโรงไฟฟ้าเทพา-กระบี่-ท่าเรือปากบารา

0

received_1342321862477762
เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 เครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ เพอร์มาตามาส (PERMATAMAS) นำโดย นายดิเรก เหมนคร ผู้ประสานเครือข่ายเปอร์มาตามาส นำอ่านแถลงการณ์แบบถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก ไลฟ์ ที่ใช้ชื่อว่า “หยุดถ่านหินสงขลา” ก่อนการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่คัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมมลพิษในพื้นที่ชายแดนใต้ ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ นี้

​นายดิเรก กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ทางเครือข่าย PERMATAMAS และเครือข่ายภาคประชาชนใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้จัดการชุมนุมใหญ่เพื่อคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมมลพิษในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยนัดหมายรวมพลผู้มีสำนึกรักท้องถิ่น รักสิ่งแวดล้อม รักความเป็นธรรม และรักในการทำนุบำรุงวิถีชุมชนและศาสนาให้ยั่งยืน ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป แต่กลับปรากฏว่า มีกระแสการดิ้นอย่างหนักของแกนนำจัดตั้งที่สนับสนุนถ่านหิน มีการระดมจัดจ้าง จัดหาวัยรุ่นและคนเกเร นักเลงในพื้นที่ ให้แทรกซึมเข้ามาในพื้นที่จัดกิจกรรม เพื่อเข้ามาป่วนกิจกรรมโดยหวังจะเข้ามาพูดจายั่วยุให้ฝ่ายชาวบ้านเกิดอารมณ์โกธร เกิดการชกต่อย เพื่อจะสร้างเงื่อนไขให้เกิดภาพความรุนแรงของชาวบ้าน รวมทั้งเป็นการเปิดช่องให้ทางเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาควบคุมสถานการณ์ หรือยุติเวที อีกทั้งยังมีการวางแผนปล่อยข่าว แล้วจะมีการพูดจาให้ร้ายกับกลุ่มคัดค้าน ด้วยการโวยวายเสียงดังว่า ตนไม่ได้รับเงินตามที่แกนนำรับปากไว้ว่าจะให้เงินหากมาชุมนุม เพื่อทำลายความชอบธรรมของการเคลื่อนไหวอันบริสุทธิ์ของชาวบ้าน ซึ่งการกระทำดังกล่าวนับเป็นวิชามารที่ต้องเรียกว่า “เลวมาก” เมื่อหลักวิชาการและเหตุผลในการสนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินไม่สามารถสู้ได้ งานระดมมวลชนเพื่อสนับสนุนถ่านหินเทพาก็ไม่สามารถสู้ได้

นายดิเรกกล่าวว่า ปัจจุบัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้แต่เพียงรวบรวมรายชื่อผู้ข้าร่วมกิจกรรมจากกิจกรรมต่างๆ เช่น จัดกิจกรรมวิ่ง การแสดงดนตรี การดูงาน การแจกของ หรือแม้แต่การจดทะเบียนสมรสในวันวาเลนไทน์ก็จะพาไปเที่ยวเขื่อนเชี่ยวหลาน แล้วนำมาเหมารวมว่า รายชื่อเหล่านั้นเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งเป็นวิชามารที่ตลกร้าย เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ไม่ต้องการโรงไฟฟ้าถ่านหิน

“ชุมชน ศาสนา และสิ่งแวดล้อมของคนในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยศรัทธาต่อการต่อสู้ตามวายิบ หรือหน้าที่ที่ควรจะเป็นของพี่น้องมุสลิมและศาสนิกในทุกศาสนาทางกลุ่ม PERMATAMAS จึงขอประณามการกระทำของกลุ่มแกนนำผู้มัวเมาไร้ศาสนา และขอเชิญชวนพี่น้องผู้รักความเป็นธรรมจากทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้มากันให้มากๆ เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม การพัฒนาต้องตอบโจทย์สันติภาพและสิ่งแวดล้อม ประชาชนต้องร่วมคิดร่วมทำร่วมตัดสินใจ ณ สนามชั่วคราวในพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาชุมชนบางหลิง หมู่ที่ 4 ตำบลคลองประดู่ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา พร้อมร่วมรับฟังการปราศรัยจากวิทยากร รวมทั้งร่วมละหมาดฮายัติ และร่วมอ่านแถลงการณ์การประกาศจุดยืนของภาคประชาชนที่จะขอให้ยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน และยุติการพัฒนาชายแดนใต้ในทิศทางของอุตสาหกรรมมลพิษ โดยพร้อมเพรียงกัน” นายดิเรก กล่าว

ขณะที่นายสมบูรณ์ คำแหง เลขาธิการคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)ภาคใต้ ได้ออกแถลงการณ์ต่อกรณีนี้เช่นกันในหัวเรื่อง “ร่วมคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่และเทพา” โดยสรุปว่า การที่รัฐบาลมีนโยบายที่ต้องการสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ ถือเป็นเรื่องที่รัฐควรทำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งเป็นแนวนโยบายที่ประชาชนควรสนับสนุนด้วยเช่นกัน และคิดว่าคงไม่มีประชาชนใดจะต้องออกมาคัดค้านแนวทางดังกล่าวนั้นได้ หากแต่การที่ กฟผ.มีความพยายามที่จะยัดเยียดให้ประชาชนไทยทั่วไปในภาคใต้ หรือทุกภาคของประเทศไทย จะต้องยอมรับการการผลิตไฟฟ้าที่ต้องใช้เชื้อเพลิงจากถ่านหิน เสมือนว่าโลกใบนี้ไม่มีทางเลือกอื่นใดที่ดีกว่านี้อีกแล้ว ในอันที่จะผลิตพลังงานไฟฟ้าที่สะอาดปลอดภัยที่สุดให้กับประชาชนได้ใช้ด้วยเพียงเหตุผลที่ว่า “ถ่านหิน” คือสิ่งที่ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำสุด และอ้างว่ามีความสะอาด ปลอดภัยที่สุดแล้วนั้น ถือเป็นวาทกรรมล่อลวง และยังขัดแย้งทิศทางของนานาอารยประเทศทั่วโลกที่กำลังรณรงค์ให้มีการยกเลิกการใช้ฟอสซิลที่มีอยู่อย่างจำกัดบนโลกใบนี้

นายสมบูรณ์กล่าวว่า การตื่นตัวของประชาชนตั้งแต่บ้านบ่อนอก หินกรูด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อำเภอท่าศาลาและ อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และ จังหวัดกระบี่ ที่กล้าปฏิเสธการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ฝ่ายของ กฟผ.พยายามที่ทำการก่อสร้างเรื่อยมาตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา แต่ก็ถูกคนในพื้นที่ขับไล่ ต่อต้าน คัดค้านจนไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ในที่สุด และการตื่นรู้ของคนกระบี่และสงขลาล่าสุดนี้ ถือเป็นความหนักหนาสาหัส ด้วยเพราะ กฟผ.ทราบดีว่าหากไม่สามารถก่อสร้างในพื้นที่เหล่านี้ได้อีก ก็คงจะไม่มีพื้นที่ใดให้เชื้อเพลิงชนิดถ่านหินได้เผาผลาญชีวิตของคนในไทยทั้งประเทศอีกต่อไปแล้ว

“เราจึงขอสนับสนุน และขอเชิญชวนพี่น้องผู้รักธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และผู้ที่รักความถูกต้องทั้งหลายให้ออกมาสนับสนุนการคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงถ่านหินอย่างพร้อมเพียงกันในวันที่ 12 กุมภาพันธ์นี้ ที่ชายหาด อ.เทพา จ.สงขลา และในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ที่ จังหวัดกระบี่ และร่วมกันอย่างพร้อมหน้าทั่วประเทศในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ทำเนียบรัฐบาล” นายสมบูรณ์ กล่าว

​นายสมบูรณ์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมด้วยว่า นอกจากการเคลื่อนไหวค้านโรงไฟฟ้าแล้ว สิ่งที่น่าจับตามองอีกเรื่องคือกรณี ท่าเรือน้ำลึกปากบารา ซึ่งในวันที่ 17 มีนาคม 2560 นี้ จะมีเรื่องประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกรณีท่าเรือน้ำลึกปากบารา ณ โรงเรียนปากบาง ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล ซึ่งทางบริษัท เอทีที คอลซัลแทนต์ บริษัทที่กรมเจ้าท่าจ้างเป็นที่ปรึกษาในโครงการ ได้ส่งเอกสารรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) มาให้กับทางเเครือข่ายแล้ว ในส่วนนี้เชื่อว่าไม่เอกสาร EHIA ที่มีไม่เป็นธรรมแน่นอน เพราะการศึกษานั้นเน้นศึกษาเพื่อผลประโยชน์ทุนหนึ่งเท่านั้น และการต่อต้านท่าเรือปากบาราจำเป็นต้องทำไปพร้อมกับต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะทุกอย่างเชื่อมโยงกันและไทยมีบทเรียนมาแล้วจากโรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งทางเครือข่ายจะเดินหน้าคัดค้านไม่ให้มีเวทีเช่นกัน เพราะทั้ง 3โครงการที่กล่าวมา มันคือแผนใหญ่ของรัฐบาล ในการเตรียมความพร้อมของการพัฒนาอุตสาหกรรมภาคใต้

“กระบวนการ EHIA ไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างเป็นธรรม และควรยกเลิกไปได้แล้ว เพราะมันไม่ได้เป็นการกลั่นกรองผลกระทบ การตรวจสอบ ทบทวนอะไร แต่เป็นการเขียนขึ้นมาเพื่อให้รัฐบาลเดินหน้าต่อ เวทีรับฟังความคิดเห็นก็เช่นกัน เราพูดมาตลอดว่าไม่เอาท่าเรือ ไม่เอาแลนด์บริดจ์ และไม่เอาโรงไฟฟ้า ดังนั้นก็ไม่เอา EHIA ที่หนุนโรงไฟฟ้า” นายสมบูรณ์ กล่าว

Share.

Comments are closed.