คนใต้กว่า 2 พัน ร่วมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ส่งสัญญาณถึงรัฐบาล ยันรอฟังท่าที 17 ก.พ. ระบุหากยังเดินหน้าพร้อมลุกต้านทั้งด้ามขวาน

0

received_1343152039061411

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 ที่สนามชั่วคราวพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าเทพา บ้านคลองประดู่ อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ได้มีการจัดเวทีสาธารณะ “การพัฒนาต้องตอบโจทย์สันติภาพและสิ่งแวดล้อม เราขอร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ” โดยมีเครือข่ายภาคประชาชนและชาวบ้านจากหลายจังหวัดของภาคใต้ เดินทางมาร่วมงานกว่า 2,000 คน ซึ่งเป็นการแสดงพลังครั้งใหญ่คัดค้านนโยบายการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน

สำหรับบรรยากาศตั้งแต่ในช่วงเช้าตลอดเส้นทางเข้าสู่งาน มีการขึงป้ายผ้าแสดงสัญลักษณ์และข้อความคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา โดยมีชาวบ้านในพื้นที่จัดการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มาร่วมงาน เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะจัดเวทีสนับสนุนโรงไฟฟ้าถ่านหินในวันเดียวกัน รวมทั้งมีการเปิดโต๊ะบริจาคสมทบทุนกิจกรรมของชาวบ้าน

received_1343152212394727

ทั้งนี้ตลอดกิจกรรมมีตัวแทนภาคประชาชน นักวิชาการ นักกิจกรรม และตัวแทนชาวบ้านจากพื้นที่ต่าง ๆ ร่วมปราศรัยบนเวที อาทิ กลุ่มรักบ้านเกิดสะบ้าย้อย นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยทักษิณ เยาวชน Beach for Life เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เครือข่ายหยุดถ่านหิน เครือข่ายประชาชนปกป้องทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมสงขลา-สตูล กลุ่มชุมชนทุ่งพอ อ.สะบ้าย้อย เครือข่ายหยุดถ่านหินสงขลา เครือข่ายนักศึกษาจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ฯลฯ นอกจากนี้มีการละหมาดฮายัต

นายดิเรก เหมนคร ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ปกป้องสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสันติภาพ (Permatamas) กล่าวว่า วันนี้เป็นการรวมพลังของชาวบ้านในภาคใต้ ที่ต้องการเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกนโยบายผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน เพราะไม่เพียงพื้นที่เทพาเท่านั้นที่ไม่เหมาะสมกับการตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ควรหยุดนโยบายนี้ในแผนพัฒนาภาคใต้ทั้งหมด เนื่องจากมีข้อมูลวิชาการยืนยันชัดเจนแล้วว่า ถ่านหินมีผลกระทบรุนแรง ควรใช้พลังงานจากทางเลือกอื่น ๆ แทน

“ตอนนี้พี่น้องทั้งภาคใต้จับมือร่วมกันทั้งหมดแล้ว เพื่อส่งสัญญาณไปถึงรัฐบาล ที่กำลังจะมีท่าทีออกมาเร็ว ๆ นี้ว่า จะเดินหน้าหรือหยุดโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทั้งที่เทพา กระบี่ หรือทั้งภาคใต้ เราไม่ต้องการชะลอ แต่ขอให้ยกเลิกไปเลย ซึ่งหากยืนยันว่ารัฐบาลเดินหน้าต่อ ชาวบ้านในภาคใต้ทั้งหมดก็จำเป็นต้องยกระดับการเคลื่อนไหว ซึ่งไม่มีใครอยากเห็นความรุนแรงเกิดขึ้น ซึ่งหวังว่ารัฐบาลจะเลือกฟังเหตุผลและความถูกต้อง” นายดิเรก กล่าว

นายชายมิด ชายเต็ม ชาวบ้านในพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทพา กล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่เห็นพี่น้องจากหลายจังหวัดมาร่วมกันคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะที่ผ่านมามีการกลั่นแกล้งชาวบ้านในพื้นที่มาตลอด ในหมู่บ้านก็เกิดความขัดแย้ง แต่ตอนนี้ทุกคนลุกขึ้นมาต้านกันทั้งหมดแล้ว เพราะเวทีที่กฟผ.จะจัดวันเดียวกัน ก็ยกเลิกไปเพราะไม่มีคนไปเข้าร่วม ก็หวังว่าเสียงของพวกเราจะส่งไปถึงนายกรัฐมนตรีที่กำลังจะตัดสินใจต่อโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน และท่าเทียบเรือถ่านหินกระบี่ ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งจะมีผลต่อนโยบายการใช้ถ่านหินในภาคใต้ทั้งหมด

หลังจากนั้นเวลาประมาณ 17.30 น. บนเวทีมีการอ่านแถลงการณ์ร่วมกัน “การพัฒนาต้องตอบโจทย์สันติภาพและสิ่งแวดล้อม เราขอร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ” ระบุข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล 4 ข้อ ดังนี้ 1.ขอให้รัฐบาลยุติการผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพารวมทั้งโรงไฟฟ้ากระบี่และปะนาเระ อย่าเอาอำนาจทหารมาฟันธงเข้าข้างฝ่ายทุนความเสียหายจะเกินเยียวยา รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีเอาแต่พูดทุกวันศุกร์ แต่กลับไม่เคยฟังเสียงโดยตรงจากประชาชน

2.ขอให้รัฐบาล หยุดนโยบายการยัดเยียดอุตสาหกรรมมลพิษมาให้พี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งเหมืองแร่ โรงไฟฟ้าชีวมวล โรงไฟฟ้าขยะ นิคมอุตสาหกรรมมลพิษในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เขื่อน และการถมหินทำลายชายหาดเป็นต้น ซึ่งล้วนเอาเข้ามาโดยไม่เคยถามประชาชน

3.องค์กรภาคประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอกระบวนมีส่วนร่วมในการร่วมคิดร่วมทำร่วมตัดสินอย่างจริงใจ ในทุกกรณีของการพัฒนาที่มีผลต่อวิถีชีวิตของประชาชนอย่าใช้การมีส่วนร่วมเป็นเพียงวาทกรรม โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพามีขนาดใหญ่มาก มลพิษและผลกระทบครอบคลุมกว้างขวาง แต่ทำไมคนปัตตานี ยะลา นราธิวาส รวมทั้งสงขลาและสตูล กลับถูกละเลย ไม่มีส่วนร่วมใดๆตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

4.การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องตั้งมั่นในการเคารพต่อเสียงประชาชน มุ่งมั่นรักษาฐานชีวิตฐานทรัพยากรสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และเคารพต่อการะบวนการสันติภาพไม่ควรให้การพัฒนาที่ประชาชนไม่ต้องการมาเป็นเงื่อนไขและเป็นภัยแทรกซ้อนต่อสันติภาพที่กำลังเป็นความหวังของพื้นที่
——————

Share.

Comments are closed.