ชาวบ้านท่าแซะโวยภาครัฐ 2 มาตรฐาน ยอมให้กลุ่มเชียร์เขื่อนเคลื่อนไหว แต่กลุ่มต้านกลับถูกทหารขัดขวาง

0

ภาพคลองท่าแซะ ที่จะถูกสร้างเขื่อน

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 นางวัชรี จันทร์ช่วง ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ชาวบ้านร่วมกันคัดค้านการสร้างเขื่อนท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยการเดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และทำเนียบรัฐบาล จนถูกทหารเรียกไปรายงานตัว ล่าสุดยังได้มีหนังสื่อเวียนภายในกลุ่มองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อให้ช่วยกันสนับสนุนการสร้างเขื่อนท่าแซะนั้น ทางกลุ่มได้ออกแถลงการณ์ประณามการปฏิบัติของภาครัฐที่เป็น 2 มาตรฐาน คือ เมื่อฝ่ายค้านเขื่อนยื่นหนังสือ กลับถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงมองว่าเป็นการนำไปสู่การชุมนุมอันก่อให้เกิดความไม่สงบและพยายามเอามาตรา 44 มาข่มชาวบ้านให้อยู่นอกฎระเบียบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) แต่กลับเปิดกว้างสำหรับฝ่ายเห็นด้วยให้ชุมนุมให้เคลื่อนไหวอย่างเต็มที่ไร้อุปสรรค

นางวัชรี กล่าวต่อว่า หลังจากมีการเคลื่อนไหวจากฝ่ายหนุนนั้น ทางเครือข่ายมองว่า อาจจำเป็นต้องยกระดับการต่อต้านขึ้น และคิดว่านี่เป็นการท้าทายจากภาครัฐที่พยายามจะบิดเบือนกฎหมายสิ่งแวดล้อมและ ไม่ยอมรับฟังข้อเสนอจากกลุ่มที่เสนอให้พัฒนาลุ่มน้ำสาขา แทนการสร้างเขื่อน

“ แม่น้ำสาขาที่เราพูดถึง เช่น แม่น้ำท่าตะเภา เกิดจากการรวมตัวกันของคลองท่าแซะกับคลองรับร่อ ที่นี่ก็คือยังใช้ประโยชน์ได้อยู่ ขณะที่หลายโครงการขนาดใหญ่เสนอให้รื้อระบบการทำ EHIA และ EIA แต่กรณีเขื่อนท่าแซะกลับจะเดินหน้าสร้างอย่างเดียว แบบนี้มันไม่ไหว รัฐบาลต้องมองถึงความสงบในแบบที่รับฟังคนเห็นต่าง ไม่ใช่ฟังแค่คนที่เห็นด้วย แล้วมาตรา 44 ก็ควรยกเลิกไปซะ เพราะนอกจากทำให้ทหารกับชาวบ้านไม่มีโอกาสเจรจากันอย่างปกติแล้วก็เป็นการใช้กฎหมายที่สร้างกำแพงการสื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชนด้วย” นางวัชรี กล่าว

สำหรับเนื้อหาในแถลงการณ์ระบุว่า การที่มีคนมายื่นหนังสือสนับสนุนการสร้างเขื่อนท่าแซะ กับผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 ทางกลุ่มอนุรักษ์ต้นน้ำท่าแซะเห็นว่า เขาไม่ได้เดือดร้อน และมีจิตใจโหดร้าย ที่ไม่ได้คิดถึงหัวอกคนที่จะได้รับผลกระทบ จากการย้ายถิ่นฐานและต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ ในขณะที่ไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างเขื่อนด้วยซ้ำไป ซึ่งมีทางเลือกอื่นในการจัดการน้ำที่ผ่านมาก็มีเขื่อนคุริง เพื่อรับน้ำจากคลองท่าแซะอยู่แล้ว ซึ่งมีการจัดการน้ำของเขื่อนคุริงนั้นเป็นการจัดการน้ำที่ไม่ดี ในการบริหารจัดการน้ำเวลาฝนตกน้ำหลากไม่ยอมเปิดประตูระบายน้ำและกักเก็บน้ำ ทำให้น้ำเอ่อท่วมริมตลิ่งทั้งที่ไม่ควรจะเป็น

แถลงการณ์ระบุว่า การนัดชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอีกวันหนึ่งเพื่อสาปแช่งคนสนับสนุน และเรียกร้องว่าหน่วยงานของรัฐและทหารสองมาตรฐานเวลาคนออกมาสนับสนุนที่จะทำลายทรัพยากร ทหารไม่เห็นดำเนินการใดๆ ซึ่งก่อให้เกิดความแตกแยกเหมือนกัน ต่างกับเวลาชาวบ้านคัดค้านเพื่อปกป้องทรัพยากร ปกป้องแหล่งทำกินของตนเองถูกมองว่าทำให้เกิดความวุ่นวาย

“สุดท้ายขอยืนยันว่าเราจะคัดค้าน และการออกมาสนับสนุนของผู้มีผลประโยชน์แอบแฝงและเป็นเครื่องมือของกลุ่มทุนที่จะสร้างเขื่อนโครงการเขื่อนท่าแซะ เพื่อรับเหมาช่วงเล็กๆน้อยจากงบประมาณก่อสร้างระยะสั้น สุดท้ายจะทำให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ หรือโยกย้ายที่อยู่อาศัยจากเขื่อนท่าแซะมีความเป็นอยู่ที่ทุกข์ยาก ทนทุกข์ตลอดชั่วลูกชั่วหลานเหมือนกับเขื่อนอื่นๆที่ผ่านมา ขอยืนยันคัดค้านและสาปแช่งแกนนำสนับสนุน มีอันเป็นไปชั่วข้ามวันข้ามคืน ขอให้สิ่งศักดิ์ปกป้องพ่อน้องที่ได้รับผลกระทบด้วย” แถลงการณ์ระบุ

///////////////////////////////

Share.

Comments are closed.