กรมแผนที่ทหาร-สมช.เชื่อระเบิดแก่งแม่น้ำโขงส่งผลกระทบเส้นแบ่งแดนไทย-ลาวแน่ กสม. เตรียมเสนอรัฐบาลยกระดับกลไกรับผิดชอบ

0


คณะอนุกรรมการสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากรธรรมชาติ ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)ได้จัดประชุมเพื่อพิจารณาข้อร้องเรียนของชาวบ้านที่อาศัยลุ่มน้ำโขงถึงผลกระทบของการระเบิดแก่งเฟส 1 และกำลังจะมีการสำรวจปรับปรุงร่องน้ำ ที่อาจมีการระเบิดแก่งอีกในเฟส 2 โดย ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวประกอบด้วย กรมแผนที่ทหาร สมช. อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ นรข. ผวจ.เชียงราย อธิบดีกรมเจ้าท่า และอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงคมนาคมมาให้ข้อมูล เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ณ สำนักงาน กสม. ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ

นางเตือนใจ ดีเทศน์ ประธานอนุกรรมการสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร กล่าวว่า จากฟังการให้ข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กสม.พบว่า รัฐบาลได้มอบงานหน้าที่การดำเนินการเกี่ยวกับแม่น้ำโขงให้กับ กรมเจ้าท่า และกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่ง กสม. เห็นว่าเป็นหน่วยงานที่เล็กเกินไปเมื่อเทียบกับเนื้องานและผลกระทบที่เกิดขึ้นในการที่จะดูแลครอบคลุมได้ ดังนั้นทางคณะอนุกรรมการฯ จึงเห็นร่วมกันว่าที่จะเสนอต่อรัฐบาล ให้สร้างกลไกการบริหารของไทยต่อประเด็นแม่น้ำโขงให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงการเจรจาระหว่างประเทศ กับองค์กรสากล ไม่ว่าจะเป็น UNDP UNEP UNESCO IUCN ในประเด็นและโครงการที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำโขง และการยกระดับให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระดับสากล และการเผยแพร่เรื่องแม่น้ำโขงและแม่น้ำสาขาให้คนได้เข้าใจถึงความสำคัญ ไม่เฉพาะคนลุ่มน้ำโขงแต่เป็นทั้งโลก ที่เป็นรองเพียงแม่น้ำอเมซอนในประโยชน์และการใช้งานทรัพยากรของชุมชน ที่คนไทยยังไม่ตระหนัก และการมองแม่น้ำโขงแยกส่วนเป็นตอนบน ตอนล่าง ทำให้ไม่เห็นความสำคัญทั้งระบบที่หล่อเลี้ยงคนกว่า 60 ล้านคน

นายปกรณ์ ประเสริฐวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 7 หนองคาย กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม กล่าวว่า โครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือแม่น้ำล้านช้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาแผนสำรวจของจีนที่ส่งมาที่จะเข้ามาสำรวจในแม่น้ำโขงชายแดนไทย-ลาว และประชุมร่วมกับหน่วยงานที่จะร่วมสำรวจ ทั้งกรมอุทกศาสตร์ทหาร นรข. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้กรมเจ้าท่าได้เสนอต่อที่ประชุมตัวแทน 4 ประเทศ ในการประชุมที่เมียนม่า ในเดือนมกราคมที่ผ่านมาให้จีนจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญไทยในการศึกษา EHIA และ SIA ซึ่งศึกษาทั้งผลกระทบสิ่งแวดล้อมและทางสังคมด้วย เพราะจีนเป็นเจ้าของกองทุนจัดจ้างการสำรวจ ซึ่งจีนได้รับข้อเสนอไปและยืนยันว่าจะจัดหาผู้เชี่ยวชาญไทยที่ได้รับการรับรองจาก สำนัก งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ให้ร่วมศึกษาผลกระทบ ซึ่งกรมเจ้าท่าได้หารือกับมหาลัยราชภัฏเชียงราย แต่ยังไม่มีนักวิชาการรับร่วมโครงการ จึงอยู่ระหว่างการหาผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นเอกชนต่อไป

นายกฤต ไกรจิตติ อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงต่างประเทศ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า สำหรับเรื่องการจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญมาศึกษา EHIA และ SIA นั้น ควรหาคนที่เป็นกลาง และจัดหาทุนสำหรับการศึกษาเอง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงและเป็นอิสระและการศึกษาผลกระทบไม่สามารถที่แยกเป็นส่วน ๆ ควรศึกษาทั้งระบบของลุ่มน้ำโขง และการรับฟังผลกระทบที่เกิดขึ้น จึงเสนอให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องพูดในคณะกรรมการแม่น้ำโขง (MRC) กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ต้องยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเป็นช่องทางไม่ให้จีนที่จะทำอะไรที่มีผลกระทบต่อลุ่มน้ำโขง ซึ่งขณะนี้มีหลายโครงการ จะแยกกล่าวถึงเป็นโครงการก็ไม่ครอบคลุมปัญหาที่กระทบกับคนลุ่มแม่น้ำโขง การจัดตั้ง MRC ที่เป็นความร่วมมือ 4 ประเทศลุ่มน้ำโขงที่จีนและพม่าไม่เข้าร่วมด้วย แต่รับที่จะเป็น Dialog Partner ที่จะปรึกษาหารือและแบ่งปันข้องมูลเพราะจีนอยู่ตอนบนแม่น้ำโขงที่มีโครงการกระทบแม่น้ำโขงทั้งหมด ดังนั้นกระทรวงต่างประเทศต้องยกเรื่องนี้เสนอจีน เรื่องผลกระทบ ตามข้อสัญญาจีนมีหน้าที่ต่อแม่น้ำโขงด้วย และ สผ.และทุกกระทรวงต้องท้วงเรื่องนี้กับประเทศจีน

สำหรับเรื่องแบ่งเขตแดน ผู้แทนกรมแผนที่ทหารและ สมช. ยืนยันว่าเรื่องเส้นแบ่งเขตแดนที่ไทยและลาวมีแนวทางการแบ่งเขตแดนที่ต่างกัน ขณะที่ลาวยึดตามเส้นแบ่งเขตแดนตามแผนที่ฝรั่งเศส แต่ไทยยึดตามแนวร่องน้ำลึก ที่จะต้องมีการเจรจากันต่อไปยังไม่ยุติโดยง่าย แต่หากมีการปรับปรุงร่องน้ำลึกโดยทางเทคนิคกระทบต่อเส้นแบ่งเขตแดนแน่นอน

Share.

Comments are closed.