สภาพม่ามีมติใช้ชื่อนายพล “อองซาน” ตั้งชื่อสะพานในรัฐมอญ ด้านผู้นำกะเหรี่ยงเตือนอาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ ชี้ชาวบ้านไม่พอใจอิทธิพลพม่าในเขตชาติพันธุ์

0

ภาพโดย MNA

หลังเกิดเหตุการณ์ประชาชนราว 3,000 คนได้ออกมาประท้วงไม่พอใจ เหตุที่รัฐบาลในรัฐมอญเตรียมตั้งชื่อสะพานข้ามแม่น้ำสาละวินเป็นชื่อของนายพลอองซาน ซึ่งเป็นบิดาของนางอองซาน ซูจี และถูกยกเป็นวีรบุรุษในหมู่ชาวพม่า ความคืบหน้าล่าสุด มีรายงานว่า รัฐบาลยังคงเดินหน้าในเรื่องนี้ต่อไป ด้านผู้นำกะเหรี่ยงเตือน อาจนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์และบานปลาย

ทั้งนี้ รัฐบาลรัฐมอญมีแผนที่จะตั้งชื่อสะพานข้ามแม่น้ำสาละวิน ที่เชื่อมระหว่างเมืองหลวงรัฐมอญ เมืองมะละแหม่งไปยังเมืองเชาโซน การออกมาประท้วงของประชาชนชาวมอญที่ผ่านมา เนื่องจากเห็นว่า เป็นการแผ่ขยายอิทธิพลพม่ามายังในเขตกลุ่มชาติพันธุ์ โดยมีรายงานว่า ประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะให้ตั้งชื่อสะพานแห่งนี้ว่า “สะพานมะละแหม่ง-เชาโซน(สะลาวิน)” มากกว่าชื่อวีรบุรุษของชาวพม่า

ภาพโดย MNA

นายหน่ายเท็ดลิน รัฐมนตรีด้านกิจการชาติพันธุ์แสดงความเห็นว่า การตั้งชื่อสะพานที่เป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่นี้ หากรัฐบาลไม่สามารถรับมือแก้ปัญหาได้อาจนำไปสู่ทำให้การเมืองชาติพันธุ์ได้รับผลกระทบและจะเป็นการยั่วยุให้เกิดความตึงเครียดที่มีมานาน โดยรัฐสภาพม่าได้มีมติเห็นชอบที่จะตั้งชื่อสะพานเป็นชื่อของนายพลอองซานเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา แม้จะมีส.ส.รายหนึ่งออกมาคัดค้านมติดังกล่าวก็ตาม

ด้านนายซอจ่อโม สมาชิกของคณะกรรมการรัฐสภากิจการด้านชาติพันธุ์ได้ออกมาเตือนว่า การตั้งชื่อสะพานเป็นชื่อนายพลอองซานอาจกระทบต่อกระบวนการสันติภาพในพม่า หากรัฐบาล NLD ยังคงดึงดันในสิ่งที่คนชาติพันธุ์ไม่ชอบ

เช่นเดียวกับผู้นำด้านกลุ่มวัฒนธรรมกะเหรี่ยงรายหนึ่งที่แสดงความเห็นว่า ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับการปรองดองแห่งชาติ ประเด็นเรื่องการตั้งชื่อสะพานเป็นชื่อของนายพลอองซานนั้น ไม่ควรเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ถึงแม้มาจากการตัดสินใจของสภาแต่ไม่ได้มาจากความเห็นขอบจากประชาชน

“ไม่ใช่เป็นเพราะว่า ชื่อของนายพลอองซานเป็นที่เกลียดชัง แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลควรช่วยสนับสนุนในระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธรัฐ” โดยผู้นำรายนี้ยังเสริมว่า ประเด็นเรื่องชื่อสะพานเป็นมากกว่าการต่อสู้ด้านการกำหนดสัญลักณ์ แต่เปรียบเหมือนการต่อสู้ที่ใหญ่ขึ้นเพื่ออัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์

ส่วนนายซอโมเช เลขาธิการคณะกรรมการกลุ่มด้านวัฒนธรรมกะเหรี่ยงประจำเมืองมะละแหม่งแสดงความเห็นว่า ชาติพันธุ์ควรสามัคคี และหากมองเรื่องนี้จากมุมมองของการเมืองชาติพันธุ์ รัฐบาล NLD จำเป็นต้องระมัดระวังตัว เขากล่าว

ที่มา Karen News
แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ

Share.

Comments are closed.