ศาลยกอีกคดีชาวเลราไวย์ถูกฟ้องข้อหาบุกรุก

0

ชาวเลชุมชนราไวย์กำลังฟังคำอธิบายจากนายบรรชา หาดทรายทอง หลังศาลยกฟ้อง ( ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก ชาวเล ราไวย์ )

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 นายบัญชา หาดทรายทอง ชาวเลชุมชนหาดราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ให้เปิดเผยภายหลังรับฟังคำพิพากษาจากศาลจังหวัดภูเก็ตในคดีอาญาเลขที่ 1869/59 ที่นางบุญศรี ตันติวัฒนวัลลภ เเละ นางสาวจินดารัตน์ ธรรมจักร ทายาทนายจำเริญ มุกดี ผู้จัดการมรดกของนายทัน มุกดี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายบัญชา หาดทรายทอง ข้อหาบุกรุกที่ดินว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่วันนี้ตนชนะคดีจากนายทุน แต่เรื่องเศร้าของชาวบ้านยังไม่จบลงเท่านี้เพราะยังมีอีกหลายคดีที่ต้องต่อสู้ต่อไป

“วันนี้มีพี่น้องมาให้กำลังใจ เราอบอุ่นพอแล้ว ตอนแรกผมพูดกับพี่น้องทุกคนว่าถ้าผมไม่ชนะคดี ขออย่าให้ใครหรือหน่วยงานไหนหาเงินมาประกันตัวเพราะผมรู้สึกว่าคนจนไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพื่อเรียกร้องเสรีภาพที่ถูกคุมขังซึ่งเป็นการคุมขังที่ไม่ได้เกิดจากการกระทำผิด แต่เป็นการคุมขังที่เกิดจากกระบวนการยุติธรรมเข้าไม่ถึงพวกเรา ผมจึงไม่อยากให้ใครต้องมาเสียเงินเพื่อสิ่งนี้ แต่พอพวกเราชนะต้องมาคิดต่อว่าแล้วจะเอาบทเรียนนี้ไปปกป้องที่ดินบนหาดราไวอย่างไรต่อไป” นายบัญชา กล่าว

นายบัญชา กล่าวต่อว่าการฟ้องร้องดังกล่าว ฟ้องฐานบุกรุกเเละถอนหลักหมุดที่ดินในพื้นที่ตามโฉนดที่ดินเลขที่ 95230 เนื้อที่ 3 ไร่ 3 งาน 73 ตารางวา ซึ่งตนสร้างเป็นร้านอาหารนานกว่า 9 ปี และก่อนหน้านั้นเป็นร้านผ้าบูติค แต่ปรับเปลี่ยนกิจการใหม่หลังเหตุการณ์สึนามิ

นายพสิษฐ์ ถาวรล้ำเลิศ ทนายความที่ช่วยเหลือคดีชาวเล กล่าวว่า เดิมทีนายบัญชาเคยถูกโจทย์รายเดียวกันฟ้องคดีแพ่งละเมิดขับไล่ เเละศาลจังหวัดภูเก็ตได้ยกฟ้องเมื่อ วันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมาแล้ว แต่วันนี้เป็นคดีอาญา และผลพิพากษาวันนี้น่ายินดี โดยศาลได้วินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา ศาลชั้นต้นตัดสินยกฟ้องในคดีแพ่ง ที่โจทย์รายเดียวกันยื่นฟ้อง (มีนายบัญชาเป็นจำเลยที่ 4) ไปแล้ว ตามหลักฐานของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่นำมาหักล้าง และกรณีที่โจทย์กล่าวอ้างว่าจำเลย (นายบัญชา) มีการทำลายหลักหมุดที่ดิน ซึ่งขณะนั้นทั้งคู่ได้มีการต่อสู้ในชั้นศาล ซึ่งต่างฝ่ายต่างแย่งสิทธิ์ การกระทำใด ๆ ในระหว่างนั้นจึงไม่เกิดผล จึงยกฟ้องโดยไม่ต้องมีการวินิจฉัย

นายพสิษฐ์ กล่าวว่า ในที่ดินบริเวณเดียวกันนี้ถูกโจทก์ฟ้องดำเนินคดีทั้งสิ้น 10 คดี แบ่งเป็นยอมความ 1 คดี ถอนฟ้อง1 คดี และยกฟ้อง 8 คดี เหลือยังไม่พิพากษา 1 คดี คือ คดีนายวรนัน หาดทรายทอง

“ผลพิพากษาครั้งนี้ มีนัยสำคัญว่าจะนำไปสู่การชะลอคดี และลดการฟ้องเพิ่ม เป็นไปได้ว่านายทุนอาจจะยื่นอุทธรณ์ตามมา แต่เมื่อถูกยกฟ้องเยอะแบบนี้ ย่อมไม่เป็นผลดีถ้าฟ้องเพิ่มเติม หรืออุทธรณ์ตามหลัง” นายพสิษฐ์กล่าว

ทนายความกล่าวเพิ่มว่า ในการต่อสู้คดีใดก็ตามที่เป็นคดีเกี่ยวกับข้อพิพาทที่ดินนั้นยิ่งเว้นระยะเวลาในการต่อสู้คดีย่อมเป็นผลดีต่อจำเลยในการรวบรวมข้อมูลเพื่อสู้คดี

อนึ่งสำหรับคดีนี้นับว่าเป็นคดีที่ 8 ที่ศาลจังหวัดภูเก็ตได้ตัดสินยกฟ้อง โดยความช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่พบหลักฐานที่นำมาหักล้าง ทั้งข้อมูลการเรียนของนักเรียนชาวเลในโรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ การตรวจดีเอ็นเอเชื่อมโยงกระดูกโบราณที่ขุดพบ การอ่านเเปลภาพถ่ายย้อนหลัง รวมถึงภาพถ่ายครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนิน เมื่อปี 2502 ซึ่งในภาพดังกล่าวสามารถยืนยันได้ว่าต้นมะพร้าวมีอายุมากกว่า 35 ปี เเย้งข้อมูลของโจทก์ที่ระบุว่าปลูกมะพร้าวอายุประมาณ 10 ปี หลังเข้าแจ้งขอออกเอกสารสิทธิ์ เเละศาลยังวินิจฉัยว่าโฉนดที่ดินยังเป็นการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบด้วย

Share.

Comments are closed.