ร้องคสช.-กสม.สอบข้อเท็จจริงสมาชิกสมาพันธ์เกษตรกรภาคใต้ถูกจับ ตั้งข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร

0

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 เวลา 11 .00 น. ที่สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นายธีรเนตร ไชยสุวรรณ ตัวแทนสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายวัส ติงสมิตร ประธานคณะอนุกรรมการด้านสิทธิในที่ดินและการจัดการทรัพยากรป่าไม้ และนางอังคณา นีละไพจิตร ประธานอนุกรรรมการสิทธิพลเมือง ในคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) เพื่อให้ร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในจังหวัดสุราษฎร์ธานีจับสมาชิก สกต.และสมาชิกขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) จำนวน 8 คน ที่อยู่ในชุมชนน้ำแดงพัฒนา หมู่ที่ 9 ตำบลคลองน้อย อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมาโดยตั้งข้อหาอั้งยี่ และวงเงินประกันสูงถึง คดีละ 2 แสนบาท โดยชาวบ้านบางส่วนระดมเงินจากญาติไปประกันตัวออกมา แต่ยังมี 4 คน ยังติดคุกต่อ ได้แก่ นายรณรงค์ สิทธิกุล, นางนงเยาว์ กลับนุ้ย, นายไพโรจน์ กลับนุ้ย และนางวิไลวรรณ กลับนุ้ย

ทั้งนี้ตัวแทนสกต.ได้ยื่นเรื่องร้องเรียน กสม.ใน 2 ประเด็นคือ 1.ลงพื้นที่เพื่อสืบสวนและสอบสวนข้อเท็จจริงโดยทันที เพราะการละเมิดสิทธิและความขัดแย้งในที่ดินในพื้นที่ที่สกต. พยายามจัดทำโฉนดชุมชนมีความซับซ้อนและการตรวจสอบการละเมิดสิทธิจะทำได้จริงก็ต่อเมื่อมีการลงพื้นที่ไปหาข้อเท็จจริงและสอบถามจากสมาชิกของสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของสมาชิกของสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ทั้งที่ถูกดำเนินคดีและสมาชิกในชุมชนที่ขณะนี้อยู่อย่างหวาดผวาและหวาดกลัว รวมถึงจัดทำรายงานข้อเสนอแนะทางนโยบาย และ2.ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางในการคุ้มครองสมาชิกของสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้

นายธีรเนตร ให้สัมภาษณ์ว่าหลังจากจับกุมชาวบ้านถูกแจ้งข้อหา 3 ข้อหา ได้แก่ 1.บุกรุก 2.ลักทรัพย์ 3.ซ่องโจร (อั้งยี่) โดยเบื้องต้น ในวันแรกตั้งวงเงินประกันตัวข้อหาละ 90,000 บาท รวม 3 ข้อหาเป็นเงินคนละ 270,000 บาท หลังจากนั้นวันต่อมาได้เพิ่มวงเงินประกันตัวเป็นข้อหาละ 200,000 บาท รวม 3 ข้อหา เป็นเงินคนละ 600,000 บาท ชาวบ้านที่ยังคงติดอยู่ในคุกนั้นมีฐานะยากจน ไม่มีความสามารถหาเงินมาประกันตัว ศาลฝากขังที่เรือนจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึง

“ตำรวจไม่ได้มีหมายเรียก เข้ามาจับกุมในชุมชนเลย เจ้าตัวไม่ได้รู้ล่วงหน้าว่าจะถูกจับ ต้องถูกขังคุก ไม่มีโอกาสยื่นขอประกันตัวจากกองทุนยุติธรรม เขามองชาวบ้านเป็นอะไร ทำผิดอะไรร้ายแรงหรือ เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดกลัวให้ชาวบ้าน และวิตกกังวลว่าจะนำไปสู่การสลายชุมชนในอนาคต ทำไมชาวบ้านถูกคดี ถูกกล่าวหาว่าเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร ทั้ง ๆ ที่เปิดเผยตัวมาโดยตลอด มีการเจรจา มีกลไกแก้ปัญหากับรัฐมาหลายชุด มีการดำเนินตามนโยบายรัฐมาโดยตลอด จึงอยากให้ กสม.ไปลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และระหว่างนี้ทางเครือข่ายจะเดินหน้าหาเงินประกันตัวชาวบ้าน แต่ยังไม่ได้รับคำตอบว่า กสม.จะลงพื้นที่วันใด” นายธีรเนตรกล่าว

ตัวแทน สกต. กล่าวด้วยว่าในวันที่ 26 เมษายน นี้ตนจะเข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์ร้องทุกข์สำนักนายกรัฐมนตรีเนื่องจากอยากให้เรื่องราวไปถึง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และอยากมีโอกาสชี้แจงกับผู้มีอำนาจให้เข้าใจและให้การช่วยเหลือ

อนึ่งชุมชนน้ำแดงพัฒนาเดิมเป็นที่สาธารณะประโยชน์ ที่ชาวบ้านใช้ร่วมกัน ต่อมานายทุนสิงคโปร์ได้มากว้านซื้อที่ดิน และเปลี่ยนสภาพเป็นสวนปาล์มน้ำมัน มีการออกเอกสารสิทธิบางส่วน หลังจากนั้น พ.ศ. 2531 บริษัทประสบปัญหาล้มละลาย กลายเป็นที่ดินทิ้งร้างไป ต่อมา พ.ศ. 2551 เกษตรกรไร้ที่ดินได้รวมกลุ่มกันเข้าไปใช้ประโยชน์ เปลี่ยนจากสวนปาล์มทิ้งร้างเป็นที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย โดยเป็นสมาชิกของ สกต. และพีมูฟ

ทั้งนี้พีมูฟและสกต.มีข้อตกลงกับรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาประชุมกับพีมูฟ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2560 มีข้อตกลงว่าจะมีการสั่งการให้ชะลอการดำเนินการที่สร้างผลกระทบไว้ก่อน แต่ตำรวจสุราษฎร์ธานี ตำรวจภูธรภาค 8 กลับนำหมายจับไปจับกุมสมาชิกสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ (สกต.) ถือว่าเป็นการละเมิดข้อตกลง นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้มีการตรวจสอบเอกสารสิทธิบางส่วนในพื้นที่ พบว่ามีข้อสงสัยหลายประการ อาจมีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ

Share.

Comments are closed.