รัฐบาล NLD ยอมให้ 7 รัฐชาติพันธุ์ร่างรัฐธรรมนูญของตัวเองเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ด้านพรรครัฐมอญใหม่มีท่าทีเตรียมลงนามหยุดยิง

0


นายพลขุนโอก่า จากองค์กรปลดปล่อยแห่งชาติปะโอ (Pa-O National Liberation Organization – PNLO) ได้ออกมาเปิดเผยว่า รัฐบาลพม่ายอมรับการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งการปกครองตนเองของกลุ่มชาติพันธุ์แล้ว โดยการยอมให้ 7 รัฐชาติพันธุ์เขียนร่างรัฐธรรมนูญของตัวเองขึ้น นับเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองพม่า โดยขุนโอก่าเผยอีกว่า การยอมรับของฝ่ายรัฐบาลพม่ามีขึ้นหลังจากตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ได้หารือกับคณะกรรมการร่วมเจรจาสันติภาพสหภาพ (Union Peace Dialogue Joint Committee (UPDJC) ซึ่งเป็นตัวแทนจากกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์จำนวน 16 คน จากรัฐบาล 16 คน และตัวแทนจากพรรคการเมืองอีก 10 คน ซึ่งนางซูจีเป็นผู้นำในคณะทำงานนี้

“เราได้มีการตกลงว่า ชาติพันธุ์สามารถเขียนรัฐธรรมนูญของตัวเองได้ของแต่ละรัฐ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์พม่า รัฐภายใต้สหภาพไม่เคยได้รับสิทธิ์นั้นมาก่อนในการร่างรัฐธรรมนูญของตัวเอง แต่ในวันนี้เราได้รับมันแล้ว” นายพลขุนโอก่า กล่าว มีรายงานว่า การประชุมของ UPDJC ได้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7-11 พฤษภาคม ที่ผ่านมา คณะทำงาน UPDJC ได้มีมติเห็นด้วยในหลักการ 6 ใน 7 ข้อของระบอบสหภาพสหพันธรัฐ โดยการประชุมที่ผ่านมายังได้มีการอนุมัติเกี่ยวกับหลักการพื้นฐานทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง ที่ดินและในด้านสิ่งแวดล้อม โดยจะมีการหารือเพิ่มเติมในการประชุมใหญ่สัญญาป๋างโหลงศตวรรษที่ 21 ซึ่งจะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคม นี้เป็นต้นไป หลักการ 6 ข้อที่มีการเห็นด้วย ได้แก่ อธิปไตย หลักปฏิบัติของอธิปไตย ความเสมอภาค การปกครองตนเอง หลักการสหภาพสหพันธรัฐ และระบอบประชาธิปไตยหลายพรรคการเมือง

ขณะที่หลักการข้อที่ 7 ซึ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์การเมืองและศาสนาจะถูกยกนำไปหารือกันต่อไป อย่างไรก็ตาม ในการประชุมของคณะทำงาน UPDJC ถึงแม้รัฐชาติพันธุ์จะสามารถร่างรัฐธรรมนูญของตัวเองได้ แต่ก็ระบุไว้ว่า จะต้องไม่ขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญปี 2008 (2551) ที่ทหารพม่าร่างขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพาทใดๆที่จะสามารถเกิดขึ้นได้ ทางด้านนายพะโด ซอ เคว ทู วิน รองประธาน KNU คนใหม่ได้กล่าวแสดงความเห็นว่า การที่รัฐชาติพันธุ์จะสามารถร่างรัฐธรรมนูญของตัวเองได้ เป็นเรื่องที่น่ายินดี ซึ่งเป็นก้าวย่างต่อไปในข้างหน้า และเป็นองค์ประกอบของระบอบสหพันธรัฐ โดยนายพะโด ซอ เคว ทู วิน ระบุรู้สึกขอบคุณ

ขณะที่ในหัวข้อ “การปกครองตนเอง” นั้น ทางกองทัพพม่าได้ร้องขอให้เขียนกำกับเพิ่มคำว่า “ไม่แยกตัวออกจากสหภาพ” นอกจากนี้ในที่ประชุมยังเห็นด้วยที่จะให้กองทัพพม่ายังมีบทบาททำหน้าที่ 3 อย่างคือ1.ปกป้องไม่ให้มีการแยกตัวจากสหภาพ 2.ปกป้องไม่ให้มีการบ่อนทำลายความเป็นเอกภาพ และ 3.การรักษาอธิปไตย “หากเราสามารถสร้างสหภาพสหพันธรัฐที่ให้สิทธิเสมอภาคและการปกครองตนเองอย่างเต็มที่ คงไม่มีใครต้องการที่จะแยกออกจากสหภาพอย่างแน่นอน ถึงแม้จะอยู่ภายใต้การถูกบังคับก็ตาม” ขุนโอก่า ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ชื่อใหม่ของประเทศพม่าอาจเปลี่ยนเป็น “สหพันธรัฐสหภาพพม่า” ขณะที่กองทัพพม่ายังคงใช้ชื่อเรียกว่า กองทัพสหภาพตั้ดมะด่อว์ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นตามมาหากใช้ชื่อว่า “กองทัพสหพันธรัฐ” ขณะที่ 7 รัฐชาติพันธุ์ประกอบด้วย รัฐฉาน รัฐมอญ รัฐคะเรนนี รัฐกะเหรี่ยง รัฐมอญ รัฐคะฉิ่นและรัฐอาระกัน

อีกด้านหนึ่งมีรายงานพลเอกมิ้นอ่องหล่าย ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพพม่าขณะนี้ได้ระบุว่า หากรัฐบาล NLD สามารถสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในประเทศได้ภายใน 5 ปี จะยอมเอาสัดส่วนทหารที่มีอยู่ 25% ในสภาออกไป ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุดเกี่ยวกับการลงนามหยุดยิงของกลุ่มชาติพันธุ์นั้น ทางพรรครัฐมอญใหม่ New Mon State Party (NMSP) มีท่าทีที่จะลงนามหยุดยิงกับรัฐบาลพม่า นอกจากนี้กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์อื่นๆที่คาดว่าอาจจะลงนามด้วยคือ พรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (the Karenni National Progressive Party)พรรคก้าวหน้ารัฐฉาน/กองทัพรัฐฉานเหนือ(Shan State Progressive Party -SSPP) สภาแห่งชาติอาระกัน(Arakan National Council-ANC) และสหภาพประชาธิปไตยลาหู่(Lahu Democratic Union-LDU) โดยพรรครัฐมอญใหม่นั้นเคยลงนามหยุดยิงกับ”สภาฟื้นฟูกฎระเบียบแห่งรัฐ” หรือ “สลอร์ค” (The State Law and Order Pestoration Council – SLORC) เมื่อปี 2538 แต่สัญญาหยุดยิงแตกหักลงเมื่อปี 2553 แต่พรรครัฐมอญใหม่ได้ลงนามหยุดยิงในระดับรัฐกับรัฐบาลของนายเต็งเส่งไว้เมื่อปี 2555

ที่มา Irrawaddy
แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ

Share.

Comments are closed.