ทางการพม่าบุกกวาดล้างกลุ่มพระสงฆ์ชาตินิยมหัวรุนแรงในมัณฑะเลย์ หลังออกมาเคลื่อนไหวสร้างความเกลียดชังระหว่างศาสนา ด้านความรุนแรงในพื้นที่ชาวโรฮิงญาทางตะวันตกของประเทศส่อเค้าตึงเครียดอีก

0

ภาพ Irrawaddy

มีรายงานว่า เมื่อเช้ามือวานนี้ (5 ส.ค.) ทางการพม่าได้บุกจับกุมกลุ่มพระสงฆ์ชาตินิยมและฆราวาสบางส่วนที่ออกมาตั้งค่ายประท้วงรัฐบาล NLD ในเมืองมัณฑะเลย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจพม่าระบุว่า สามารถจับกุมตัวกลุ่มพระสงฆ์ที่นำประท้วง 6 รูป โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหาทำลายความสงบเรียบร้อยของประเทศ มีโทษจำคุก 2 ปี

ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันพุธ (2 ส.ค.) ที่ผ่านมา มีพระสงฆ์หลายสิบรูป ซึ่งเป็นพระสงฆ์กลุ่มชาตินิยมและฆาราวาสอีกจำนวนหนึ่งได้ตั้งค่ายประท้วงขึ้นที่เจดีย์ชเวดากองในย่างกุ้ง และที่เจดีย์มหามุนีในเมืองมัณฑะเลย์ โดยการออกมาประท้วงครั้งนี้เรียกร้องให้รัฐบาลของนางอองซาน ซูจี ก้าวลงจากอำนาจโดยอ้างว่า เนื่องจากรัฐบาล NLD ไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติได้ แต่แทนที่ทางกลุ่มจะได้รับการสนับสนุนกลับถูกสังคมประณามและโกรธเคืองที่พยายามทำให้เกิดกระแสชาตินิยมต่อต้านชาวมุสลิมและทำให้กระบวนการปฏิรูปประเทศของนางซูจีต้องหยุะงัก

หลังการเข้าบุกจับกุม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของพม่าออกมาแถลงว่า สามารถจับกุมตัวพระสงฆ์ได้ทั้งหมด 11 รูป และฆาราวาสอีกจำนวน 2 คน และกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการติดตามผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคนอื่น ๆ มาดำเนินคดี โดยยังระบุว่า การบุกทลายกลุ่มผู้ประท้วงครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมาย เพราะก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งเตือนกลุ่มผู้ประท้วงให้ยุติการชุมนุมไปแล้วหลายครั้ง แต่ทางกลุ่มผู้ประท้วงก็ไม่ยอมปฏิบัติตาม

แม้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพม่าจะแถลงว่ายังไม่สามารถหาสาเหตุแรงจูงใจของการออกมาประท้วงครั้งนี้ได้ แต่ก็เชื่อว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังที่ต้องการสร้างความไม่สงบขึ้นในประเทศ และยอมรับว่าการที่จะสาวไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังนั้นเป็นไปได้ยาก

ขณะที่สถานการณ์ในรัฐยะไข่ หรือรัฐอาระกัน ทางตะวันตกของประเทศ ล่าสุด พบมีชาวบ้านจำนวน 6 คน เป็นชาย 3 และหญิง 3 ถูกฆาตรกรรมเสียชีวิตในเมืองมงดอว์ โดยทั้งหมดพบเป็นชาติพันธฺุ์มโร (Mro) กลุ่มชาติพันธุ์เล็กๆ ที่นับถือศาสนาพุทธ อาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีชาวมุสลิมโรฮิงญาอาศัยอยู่เป็นส่วนใหญ่ และยังมีชาวบ้านหายตัวไปอีก 2 คน โดยเชื่อว่าน่าจะเสียชีวิตแล้ว ขณะที่ในพื้นที่นี้มักมีเหตุฆาตรกรรมและการลักพาตัวอยู่บ่อยครั้ง

เช่นเดียวกับความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในเมืองราทีดอง หลังทางเจ้าหน้าที่ทางการพม่าพยายามไล่ล่าตัวชาวบ้านที่เชื่อว่าเป็นกลุ่มกองกำลังทหารมุสลิมโรฮิงญา แต่ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของทางการพม่าได้ถูกกลุ่มชาวบ้านปิดล้อมไว้และห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่จับกุมชายผู้ต้องสงสัยจนสามารถหนีไปได้ 2 ราย มีแถลงการณ์จากทางการพม่าว่า แม้ทางเจ้าหน้าที่จะยิงปืนใส่ชาวบ้านแต่ชาวบ้านก็ไม่เกรงกลัว จึงคาดว่า เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะมีชาวบ้านได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่นักข่าวไม่สามารถลงทำข่าวได้เนื่องจากเป็นพื้นที่ถูกปิด

โดยในพื้นที่เมืองราทีดองนั้น ชาวมุสลิมมักถูกอุ้มหายตัวและพบเป็นศพในเวลาต่อมา หลังการก่อเหตุโจมตีด่านตำรวจโดยกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญา ทำให้ทางกองทัพพม่าได้ปฏิบัติการปราบปรามกวาดล้างชาวโรฮิงญาในพื้นที่อย่างหนัก มีรายงานชาวโรฮิงญาราว 75,000 คน ต้องหนีทะลักเข้าบังกลาเทศเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อหนีการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนจากทหารพม่า ขณะที่กองทัพพม่าถูกองค์กรระหว่างประเทศกล่าวหาว่า ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญาจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ที่มา Irrawaddy/DVB

แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ

Share.

Comments are closed.