คนเมืองเพชรเหนื่อย รถไฟฟ้ารางคู่กรุงเทพ-หัวหิน เปลี่ยนแนวเส้นทางบ่อย ล่าสุดทับชุมชนร้อยปีบ้านวงดนตรีดัง “คีตาญชลี” สนข.นัดประชุม 31 สค.

0


เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2560 นางสาวอัญชลี อิสมันยี สมาชิกวงดนตรี“คีตาญชลี” และชาวบ้านป่าตาล ตำบลไร่ส้ม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ครอบครัวของตนได้รับหนังสือจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เพื่อเชิญเข้าประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ–หัวหิน ในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี โดยมีหนังสือเชิญชาวบ้านในหมู่บ้านป่าตาล ตำบลไร่ส้ม เพียงไม่กี่หลัง เลือกเฉพาะบ้านที่จะถูกเวนคืนที่ดินเนื่องจากทางผู้ดำเนินโครงการและบริษัทที่ปรึกษามีการปรับเปลี่ยนเส้นทางสร้างรถไฟความเร็วสูงรอบใหม่ ซึ่งทราบข่าวว่าปรับเปลี่ยนมาแล้วถึง5 ครั้ง โดยส่วนตัวรู้สึกกังวลถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นระหว่างดำเนินการ เช่น เสียงรบกวนจากการก่อสร้าง แผนรองรับที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ รวมถึงแผนการย้ายและเวนคืนที่ดินเนื่องจากไม่แน่ใจในรายละเอียดความรับผิดชอบว่ารัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องจะบริหารจัดการอย่างไร

“เท่าที่เข้าใจคือ เดิมนั้นบอกจะทำตามแนวรถไฟเดิม แต่ทำไมอยู่ๆ มาเปลี่ยนเส้นทางใหม่หลายครั้ง ซึ่งพอเปลี่ยนเส้นทาง เปลี่ยนแผน เจ้าหน้าที่จะลงมาพูดคุยและชี้แจงแผนกับชาวบ้านที่อาจจะถูกเวนคืนตัวต่อตัว บ้านต่อบ้าน และส่งหนังสือมาเชิญไปรับฟังความเห็น และแสดงความคิดเห็นเป็นครั้งๆ ไป ไอ้เราก็คิดว่าบ้านที่จะถูกย้ายแน่นอนว่าต้องไปทั้งหลัง คนมีที่ดินหลายแปลงไม่น่าจะห่วง เพราะเขาอาจจะไม่เดือดร้อนด้วยเหตุผลที่ว่าเขาก็เอาเงินไปสร้างบ้านหลังใหม่ได้ แต่ผลอย่างอื่นมันยังไม่ประเมินไง เช่น แรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นระหว่างก่อสร้าง มลภาวะทางเสียง พวกนี้เราอยากฟังเพิ่มเติม ในฐานะที่เป็นชาวบ้านคนหนึ่งก็อยากให้ชาวบ้านไปฟังกันเยอะๆ และอยากให้รัฐเชิญชาวบ้านทุกคนไปฟังมากกว่าเชิญเฉพาะครอบครัวที่ถูกเวนคืน ก็เลยอยากเชิญชวนพี่น้องตำบลไร่ส้มและใกล้เคียงไปฟังกันด้วย เผื่อช่วยกันเก็บข้อมูลและหากมีอะไรโต้แย้ง หรือสงสัยจะได้ช่วยกันตรวจสอบ” นางสาวอัญชลี กล่าว

นางสาวอัญชลี กล่าวต่อว่า ชุมชนบ้านป่าตาลอยู่ร่วมกันมานานเหมือนญาติพี่น้อง เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากบ้านแตก และต้องไปหาที่อยู่ใหม่ โดยเฉพาะคนที่มีที่ดินแค่แปลงเดียวและผืนสุดท้ายก็น่าเห็นใจไม่น้อยซึ่งผลกระทบตรงนี้ยังไม่ชัดเจน ล่าสุดทราบว่าโครงการรถไฟความเร็วสูงดังกล่าวนี้ จะต้องเวนคืนไปราว 4,000 กว่าครัวเรือน และใช้งบเวนคืน ราว4,000 ล้านบาท ก็จะเฉลี่ยค่าเวนคืนได้แค่หลังละ 1 ล้าน ปัจจุบันไม่แน่ใจว่าเงิน 1 ล้านจะได้บ้านพร้อมที่ดินหรือไม่ตรงนี้คิดว่ารัฐอาจจะต้องทบทวน

ด้านนางสาวพรภิรมย์ ปานสำราญ ชาวบ้านป่าตาล กล่าวว่า เท่าที่ฟังจากปากคนเฒ่าคนแก่นั้นตำบลไร่ส้มก่อตั้งมานานแล้วอายุนับร้อยปีแล้ว พอได้ยินว่ารัฐบาลจะสร้างทางรถไฟความเร็วสูงผ่านหมู่บ้าน ผ่านตำบลและบ้านของตน ยอมรับว่าลังเลกับข้อมูลมาก โดยตั้งแต่มีโครงการฯ นั้นเจ้าหน้าที่ได้ลงมาชี้แจงข้อดีของโครงการ ฯ ส่วนตัวเข้าใจดีว่า คมนาคมสะดวก รวดเร็ว แต่ข้อเสียยังไม่มีใครเคยชี้แจง สำหรับตนและครอบครัวนั้น ขณะนี้ยังไม่ตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับโครงการฯ เพราะเท่าที่รับฟังจากเจ้าหน้าที่ระบุว่าครอบครัวของตนต้องหาที่อยู่ใหม่ก็มาคิดว่าถ้าให้หาที่อยู่ใหม่รัฐบาลจะจ่ายเงินเราเท่าไหร่ และพอหรือไม่สำหรับการหาบ้าน ที่ดินแปลงใหม่

“ช่วงหนึ่งเราไปฟังแล้วบอกว่าต้องหาที่แปลงใหม่ก็ตกใจนะ แต่ไม่ได้จะต้านซะทีเดียว อยากรู้ข้อมูลชัดกว่านี้ เพราะบ้านเราเปิดอู่มานาน ตัวฉันทำงานในห้างฯ ส่วนแฟนก็ซ่อมรถ ที่ดินแปลงนี้มีโฉนดและได้รับมรดกจากพ่อแม่ ก็เอาไปเข้าธนาคารเอาเงินมาสร้างบ้านหลังใหม่ปลูกบ้านมาได้ 9-10 ปี เราก็เสียดายใช่ไหม อยากจะฟังรายละเอียดมากกว่านี้จะได้รู้ว่าควรเอาหรือไม่เอา แต่ถ้าให้ย้ายเงิน 1 ล้านไม่พอนะ ต้องหลังละ 5 ล้านขึ้นไป คิดว่าวันที่ 31 นี้จะลางานไปประชุม ไปฟังเขาให้แน่ใจและอยากให้ชาวบ้านไปด้วยกัน เจ้าหน้าที่เขาจะได้อธิบายให้ฟังว่าเส้นไหน เป็นเส้นไหน ยืนยันนะว่าเราเข้าใจความเจริญ แต่เราอยากทราบความชัดเจน” นางสาวพรภิรมย์ กล่าว

อนึ่ง ข้อมูลที่ปรากฏใน http://www.realist.co.th ระบุว่า รถไฟความเร็วสูงเส้นทางกรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะทาง 211 กิโลเมตร มีวงเงิน 9.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรับฟังเสียงภาคเอกชนและปรับปรุงเส้นทาง จึงยังไม่มีความแน่นอนว่าจะพัฒนาเส้นทางรถไฟในเส้นใด

//////////////////////////////

Share.

Comments are closed.