ถกเดือดโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา กฟผ.ควงสผ.ดวลข้อมูลนักวิชาการ-ชาวบ้าน เวทีกสม. พบพิรุธ EHIA อื้อ

0

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2560 ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ คณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากรได้จัดการประชุมรับฟังข้อเท็จจริงกรณีร้องเรียนคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และโครงการท่าเทียบเรือสำหรับโรงไฟฟ้าถ่านหิน ตำบลปากบาง อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา โดยเชิญหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ผู้แทนอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ผู้แทนนายอำเภอเทพา ผู้แทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ 20 คน รวมทั้งนักวิชาการ โดยห้ามสื่อมวลชนรับฟังการประชุม

ข่าวแจ้งว่าบรรยากาศตลอดระยะเวลาในการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด และใช้เวลานานตั้งแต่ 10.00 -15.30 น. โดยเริ่มต้นกสม.ได้เปิดโอกาสให้สผ.และกฟผ.ชี้แจงกระบวนการพิจารณา EHIA หลังจากนั้นจึงให้นักวิชาการและผู้ที่ไม่เห็นด้วยแสดงความเห็น โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้ถกเถียงกันอยู่เป็นระยะ ๆ โดยฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการได้พยายามชี้ให้เห็นว่าข้อมูลใน EHIA ที่ผ่านความเห็นชอบของสผ.นั้น มีในหลายประเด็นที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริง
ข่าวแจ้งว่า ดร. เกื้อ ฤทธิบูรณ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า จากการอ่านรายงานประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) พบว่า ประเด็นเรื่องทรัพยากรชีวภาพและระบบนิเวศที่ระบุในรายงานเป็นการประเมินแบบหยาบ เช่น ระบุพบสัตว์น้ำจืดในพื้นที่ พบป่าชายเลนเสื่อมโทรม และชี้ชัดว่าฐานทรัพยากรที่เทพามีคุณภาพต่ำ ตรงนี้คนที่ทำรายงานอาจจะทำไปตามประสบการณ์ ทำไปแบบไม่ได้คิดไว้ แต่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลของคนในพื้นที่ อีกทั้งฝ่ายวิชาการสิ่งแวดล้อมเองก็เคยลงพื้นที่สำรวจ ก็พบว่าเป็นข้อมูลคนละเรื่องกับที่ปรากฏในรายงาน ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่น่าสนใจว่า ใครจะเป็นผู้พิสูจน์ว่าข้อมูลใดเป็นข้อเท็จจริง หากให้วิเคราะห์แบบเป็นกลาง คือ หากคนทำรายงานยืนยันความโปร่งใสในข้อมูลยืนยันว่าทำข้อมูลถูกต้อง มันควรมีหลักฐาน แต่กรณีดังกล่าวถูกท้วงติงซึ่งหากมีคนท้วงติงแล้วก็ควรมีการทบทวน

ขณะที่ดร.สมพร ช่วยอารีย์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานคริน วิทยาเขตปัตตานี ได้ฉายกราฟฟิคแสดงข้อมูลเปรียบเทียบการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งขัดแย้งกับในรายงาน EHIA โดยเฉพาะการใช้อ่าวประจวบฯ เป็นโมเดลในการพิจารณา แต่อ่าวประจวบฯ เป็นอ่าวที่ยาว แตกต่างจากทะเลเทพา ซึ่งผู้แทนทช.เห็นด้วยในประเด็นนี้


ด้านน.พ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการ (ผอ.) โรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา ซึ่งติดตามสถานการณ์โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา กล่าวว่า การผ่าน EHIA ไปแล้ว ท้วงติงหลายรอบแล้วว่ามีประเด็นใดบ้างที่ดูไม่สมเหตุสมผล และสผ.พยายามสื่อสารว่าผ่านกระบวนการหลายอย่างแบบชอบธรรม แต่อยากเรียนว่า จริง ๆ แล้วกรณีปัญหาตอนนี้ไม่ใช่แค่ EHIA เท่านั้น แต่ปัญหาเกิดตั้งแต่เวทีรับฟังความคิดเห็น คือ ค.1-3 แล้ว ชาวบ้านไม่ได้เพิ่งลุกขึ้นมาท้วงตอน EHIA ผ่าน เขาห่วงและตั้งคำถามมานานแล้วตั้งแต่เวทีรับฟังความเห็น ซึ่งในแต่ละครั้งมีการรับฟังความคิดเห็นในแบบวันเดียวหลายประเด็น และเวทีเหล่านั้น ชาวบ้านสื่อสารแบบทางเดียว คือ ตั้งคำถามไป ไม่เคยได้รับคำตอบ สะท้อนว่านับตั้งแต่มีเรื่องตรงไฟฟ้าเข้ามา สผ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เคยให้โอกาสพูดคุยแบบจริงจัง

“คำว่าพูดคุยในที่นี้หมายถึงพูดคุยแบบตรงไปตรงมา ทีละประเด็น หรือสองประเด็น แต่มีเวลาได้พิสูจน์กัน เช่น ชาวบ้านบอกว่า ตรงนี้สร้างไม่ได้ ไม่เหมาะ เพราะอะไร ก็ให้ไปตรวจสอบแบบประเด็นต่อประเด็น และใช้เวลาในการคุยกันนานกว่านี้ จะได้เข้าใจกัน แต่การมาเร่งรัดเร่งผ่าน EHIA ไป ทั้งที่เวทีรับฟังความเห็นยังไม่ได้ตกลงจริงจัง ทำให้ปัญหายังอยู่และไม่เข้าใจกัน ซึ่งเกิดขึ้นทั้งในส่วนของท่าเรือและส่วนของที่ตั้งโรงไฟฟ้า การทำแบบนี้เหมือนไม่ได้คิดว่า ผ่านแบบนี้แล้ววันหนึ่งมาถึงขั้นกระบวนการต่อไป ฝ่ายจะสร้างก็บอกในรายงานว่า ชาวบ้านยอมรับ ยอมให้เวนคืน แต่แล้วถ้ามาถึงช่วงเวนคืนจริง ๆ แล้วชาวบ้านไม่ยอมล่ะ คนมีโฉนดเขาไม่ย้ายล่ะ ถ้าเขาไม่ยอมรับและไม่ใส่ใจรายงานตรงนั้นล่ะ จะเป็นยังไง แม้ว่ารายงานจะเขียนไปว่าทำความเข้าใจแล้ว คนมาฟังแล้ว มาเสนอความคิดเห็นแล้ว คุยไปเรียบร้อยตกลงกันเข้าใจดี แต่พอไปถึงพื้นที่ชาวบ้านก็ไม่ออก แล้วจะย้ายชาวบ้านด้วยวิธีใด ถึงบอกไปหลายครั้งว่า เราไม่รู้ว่าในรายงาน อันไหนสำรวจจริง อันไหนคัดลอกมาวางในเอกสาร แล้วอยากรู้ว่า ถ้าสำรวจจริง สำรวจวิธีใด ไปกับใคร แล้วถ้าไม่สำรวจจริงแต่นั่งอ่านเอกสาร คัดจากเอกสารอื่นมา แบบนี้เราก็อยากรู้ว่า ทำเพราะอะไร ทำไมต้องทำ และตรงนี้ไม่เคยมีการตอบคำถาม ดังนั้นชาวบ้านมีสิทธิจะค้านต่อโดยใช้เหตุผลตรง ๆ จากข้อเท็จจริงที่มีในพื้นที่เช่นกัน” น.พ.สุภัทร กล่าว

ทั้งนี้ตัวแทน สผ. กล่าวในที่ประชุมว่า กรณีการรับฟังความคิดเห็น เข้าใจว่า ทีมจัดเวทีรับฟังได้เชิญผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาชี้แจง และแสดงความคิดเห็นรอบด้านแล้ว แต่มีบางครั้งที่เชิญมาแล้วผู้คัดค้านโรงไฟฟ้าไม่มา ซึ่งจะให้รอตลอดก็ไม่ได้ สผ.เองก็ทำหน้าที่หลายอย่าง หลายโครงการ ไม่ได้มีแค่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาอย่างเดียว กระบวนการทุกอย่างที่ดำเนินการไปตามความเหมาะสม

“โครงการโรงไฟฟ้านั้น รายงาน EHIA เสนอรายงานเรียบร้อยแล้ว สผ.ดำเนินการตามขั้นตอนในหลักการตามอำนาจหน้าที่และไม่มีกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนว่ากำหนดกี่วันจะต้องแล้วเสร็จ แต่ในการดำเนินการของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ ( คชก.) นั้น กรณีที่ชาวบ้านท้วงติง สผ.ก็ได้ทำหนังสือไปถึง กฟผ. และอยู่ระหว่างรอ กฟผ.รวมรวมรายงานฉบับชี้แจง ส่งให้ สผ.อยู่ ซึ่งไม่ได้มีการกำหนดวันเวลาที่ชัดเจน จึงอยากเรียนที่ประชุมว่า กระบวนการอนุมัติให้สร้างโรงไฟฟ้า ไม่ใช่หน้าที่ของสผ.เป็นหน้าที่ของรัฐ สผ.เพียงแต่เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการพิจารณาเท่านั้น แต่ไม่ได้แปลว่ารายงานผ่านคชก.แล้วจะสร้างได้ ” แหล่งข่าวอ้างคำพูดตัวแทน สผ.กล่าว

ข่าวแจ้งว่าที่ พ.ต.อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ กฟผ. ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตนยืนยันว่ารายงาน EHIA ถูกต้อง และผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมมาโดยตลอด โดยมีผู้เชียวชาญร่วมตรวจสอบอย่างดี และถือว่าได้ทำตามกฎหมายทุกขั้นตอน จะให้กลับไปเริ่มทำใหม่คงไม่ได้ แต่กรณีที่มีการท้วงติงจากชาวบ้านในการประชุมที่กสม.วันนี้ จริงๆแล้ว ต้องบอกว่าข้อมูลในรายงานบางอย่างอ้างอิงจากเอกสาร แต่บางส่วนก็ลงพื้นที่จริง ๆ แต่ข้อมูลในรายงานนั้นไม่ได้มีการรายงานแค่สัตว์น้ำจืดส่วนเดียว สัตว์น้ำประเภทอื่นก็มีระบุเช่นกัน แต่แค่ระบุแยกตามพื้นที่ และรายงาสัตว์น้ำทุกประเภท เรื่องป่าก็เช่นกัน มีหลายพื้นที่ หลายสังคม ทั้งโกงกาง ทั้งพืชประเภทอื่นในพื้นที่ชุ่มน้ำ ทั้งนี้ขอบเขตการศึกษาของเราอยู่ระยะรัศมีห่างจากที่ตั้งโรงไฟฟ้า 5 กิโลเมตร โดยเราจะศึกษาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับชุมชนในระยะดังกล่าว ซึ่งถือว่ามีความครอบคลุมแล้ว แต่หากจะให้เพิ่มเติมแก้ไขบางประเด็นก็อาจจะไปดูทีละประเด็น แต่ไม่กลับไปนับหนึ่งใหม่แน่ ถึงอย่างไรกระบวนการของโรงไฟฟ้ามีอีกหลายขั้นตอน กว่าจะไปถึงขั้นเวนคืนอีกนาน ดังนั้น ต้องรอผ่านคณะรัฐมนตรีก่อน

ด้านนางเตือนใจ ดีเทศน์ ประธานอนุกรรมการฯ และประธานในที่ประชุมกล่าวว่า จากการที่กสม.ไปลงพื้นที่เทพาเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานั้น ไปพบวาพื้นที่เทพาสมบูรณ์จริง ๆ และมีทรัพยากรหลายอย่าง เวลาที่ได้ยินกฟผ.พูดว่า โรงไฟฟ้าอยู่ร่วมกับชาวบ้านได้ ก็อยากให้พิจารณาจุดนี้ ว่าคุ้มหรือเปล่าจะเอาโรงไฟฟ้าไปแลกกับทรัพยากร

ทั้งนี้หลังการประชุมแล้วเสร็จ คณะอนุกรรมการสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากรมีมติว่าจะทำข้อเสนอไปยังสผ.ให้มีการเปิดรับฟังข้อมูลรอบด้านและมีการเปิดเผยข้อมูลแบบครบถ้วน คือ ให้คนตั้งคำถามแล้วให้ชี้แจงคำตอบ ไม่ใช่แค่การสื่อสารทางเดียวว่ารายงานผ่านไปขั้นใด อย่างไรบ้าง แต่ควรต้องมีพื้นที่การพูดคุยกันอย่างจริงจังอีกครั้ง

ขณะที่นายมัธยม ชายเต็ม ตัวแทนชาวเทพากล่าวว่า พรุ่งนี้ (วันที่ 14 กันยายน 2560 ) เวลา 10.00 น. ชาวบ้านจะเดินทางไปยื่นหนังสือขอรับเล่มรายงาน EHIA ฉบับล่าสุดที่กฟผ.ส่งให้สผ. และเห็นด้วยกับมติ ของกสม.ที่จะทำข้อเสนอให้มีพื้นที่คุยกันและมีเวลาสื่อสารข้อมูลอย่างรอบด้าน

Share.

Comments are closed.