ฉายหนังสั้นชาวเล “1 ปีที่พ่อจากไป-รองเง็งเกิร์ล”

0


เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ไลม์ไลท์ อเวนิว จ.ภูเก็ต สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ร่วมกับสำนักข่าวชายขอบ มหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต อุทยานการเรียนรู้ภูเก็ต สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย สถาบันวิจัยจุฬาฯและมูลนิธิชุมชนได้ ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมและเวทีเสวนาสาธารณะ ฉายภาพยนตร์สั้น “1 ปีที่พ่อจากไป-รองเง็งเกิร์ล” โดยภายในงานมีนิทรรศการในหลวงรัชกาลที่ 9 กับชาวภูเก็ต พร้อมทั้งการแสดงรองเง็ง และการขายของที่ระลึกของชาวเล

ทั้งนี้ภาพยนตร์สั้น“ 1 ปีที่พ่อจากไป-รองเง็งเกิร์ล” กำกับการแสดงโดยนายบุญชัย กัลยาศิริ และนำแสดงโดยเยาวชนชาวเลในชุมชนราไวย์ ซึ่งเป็นเรื่องราวของผู้อาวุโสชาวเลคนหนึ่งที่ต้องการพาคณะรองเง็งในชุมชนราไวย์ไปแสดงถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งเคยพระราชทานนามสกุลให้ชาวเลโดยต้องการให้เยาวชนรุ่นใหม่เป็นตัวแทนซึ่งไม่ค่อยจะมีใครสนใจศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชน แต่ในที่สุดก็สามารถรวมกลุ่มกันได้โดยผ่านความท้ายทายต่างๆจนฝึกฝนสำเร็จและได้ออกเดินทางไปแสดงยังกรุงเทพฯ

นายบุญชัย กล่าวว่าการลงพื้นที่ราไวย์ทำให้พบประเด็นน่าสนใจมากมาย แต่ไม่อยากเอาประเด็นเรื่องความขัดแย้งขึ้นมานำจึงใช้เรื่องรองเง็งเดินเรื่อง

นางอรวรรณ หาญทะเล กล่าวว่า ทุกคนรักในหลวงและบ้านของชาวเลทุกหลังจากมีภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อพระองค์ท่านสวรรคต ชาวเลทุกคนเสียใจมาก บางบ้านกินข้าวไม่ลง และเมื่อมีกิจกรรมปลูกต้นไม้ต่างๆ ชาวเลต่างพร้อมใจกันเข้าร่วม

“ฉันอยู่ในยุคที่พ่อแม่ห้ามออกจากบ้าน ห้ามเรียนหนังสือ และถูกด่าจากคนไทยว่าสกปรก เราถูกสอนว่าต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัว แต่ฉันโชคดีที่ได้มีโอกาสช่วยเหลือชาวบ้านที่ทับตะวัน เราต้องเสียสละพื้นที่ในทะเลให้กับอุทยานฯและนักท่องเที่ยว เราต้องปรับตัว เราต้องใช้รองเง็กเป็นสื่อ เราเอาคำพูดคำสอนของในหลวงเรื่องความพอเพียงมาปรับใช้ ถ้าชาวเลอยู่ในประเทศไทย เราไม่สามารถหลบเลี่ยงการท่องเที่ยวได้ ดังนั้นเราจะปรับตัวอย่างไร”นางอรวรรณ กล่าว

นายเดียว ทะเลลึก ชาวเลจากเกาะลันตา จ.กระบี่ กล่าวว่าในหลวงเป็นพ่อของชาวเลทุกคนโดยพระองค์เสด็จไปที่กระบี่และเกาะลันตาโดยพระราชทานที่ดินและที่ทำกิน รวมทั้งนามสกุลให้ชาวเล ทำให้ชาวเลมีที่ดินของตัวเองและชาวเลรู้สึกภูมิใจที่มีที่อยู่และบัตรประชาชนไทย โดยเมื่อครั้งที่ท่านเสด็จมาท่านแอบเดินไปบ้านหัวแหลมและเจอชาวเล โดยถามชาวบ้านว่าทำไมไม่ไปเฝ้าสมเด็จย่า ชาวบ้านบอกว่าเข้าไม่ถึงในที่สุดในหลวงจึงให้ทุกคนได้เข้าเฝ้า

“ชาวเลไม่ได้เรียนหนังสือ การที่จะก้าวสู่โลกปัจจุบันทำให้ต้องก้าวกระโดด ทำให้ชาวเลไม่รู้เท่าทัน จนต้องได้รับความลำบากมากเพราะตั้งรับไม่ทัน”นายเดียว กล่าว

นางสุมิตรา กันทาใจ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดโรงแรมบูกิตตา จ.ภูเก็ต กล่าวว่า เราอยากให้มีการจัดมุมสำหรับวิถีวัฒนธรรมของชาวเลอยู่ในโรงแรม ทั้งพิธีลอยเรือและรำรองเง็ง เพราะตนเองเคยเห็นรองเง็งมาตั้งแต่เด็ก อยากให้มีการใช้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวซึ่งปัจจุบันใช้รำไทย

Share.

Comments are closed.