ชื่นชมแต่ไม่แก้ไข ก.ยุติธรรมฉายวีดีทัศน์ผลงานลงพื้นที่ชุมชนชาวเลราไวย์ แต่ยังไม่มีมติแก้ปัญหา ดีเอสไอเผยเสนอให้กรมที่ดินยกเลิกเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยมิชอบแล้ว

0

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2560 พ.อ.ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมสอบสวนพิเศษ หรือดีเอสไอ เปิดเผยว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่มีพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กระทรวงยุติธรรมได้ฉายวีดีทัศน์แสดงผลงานการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยหยิบยกกรณีของชาวเลหาดราไวย์ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งประธานได้ชื่นชมและบอกให้กระทรวงต่าง ๆ นำไปเป็นตัวอย่างของการดูแลประชาชน

พ.อ.ประวุธกล่าวว่า ที่ประชุมครม.ไม่ได้มีมติอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่ดินของชาวเลหาดราไวย์ แต่ในส่วนของดีเอสไอนั้น ได้ดำเนินการจนแล้วเสร็จพร้อมทั้งเสนอให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยมิชอบทั้ง 3 แปลง จำนวน 19 ไร่ ซึ่งมีชาวเลอาศัยอยู่กว่า 2,000 คน

“เราเสนอแนะไปว่า ควรมีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยมิชอบ และเยียวยาผู้ที่ซื้อที่ดินไปด้วยความสุจริต เพราะบางแปลงมีการขายต่อเป็นทอด ๆ และควรนำที่ดินผืนนั้นให้ชุมชนชาวเลนำไปพัฒนากันต่อไป” รองอธิบดีดีเอสไอกล่าว

ทั้งนี้เมื่อเย็นวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา รายการเดินหน้าประเทศไทยซึ่งมักนำมติครม.มาชี้แจงกับประชาชนได้นำวีดีทัศน์ที่กระทรวงยุติธรรมฉายให้ครม.ดู มาออกอากาศเผยแพร่ทั่วประเทศ แต่ไม่ได้พูดถึงว่าครม.มีมติอย่างใดหรือไม่ ทำให้ชาวเลที่ดูอยู่ต่างเข้าใจผิด คิดว่าครม.มีมติคืนที่ดินให้ชาวเลราไวย์เหมือนในผลงานที่นำมาฉาย ทำให้หลายคนต่างแสดงความดีใจ

ด้านพลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ภายหลังวันที่ 15 ตุลาคม 2560 นี้จะมีการเรียกประชุมตัวแทนชาวเลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางอีกครั้ง หลังจากตัวแทนดีเอสไอได้นำเสนอข้อมูลข่าวสารต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมาเพื่อชี้แจงกรณีที่ศาลจังหวัดภูเก็ตได้ไต่สวนและพิพากษาพบว่า การครอบครองที่ดินของเอกชนบางรายเป็นการครอบครอบมิชอบตามกฎหมาย

“เท่าที่ทราบคือ มีการชี้แจงในที่ประชุม ครม. ว่ามีที่ดินที่หาดราไวย์ถูกออกโฉนดไม่ชอบธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมายและดีเอกสไอตรวจสอบพบแล้ว แต่ที่ดินไม่ถูกเพิกถอน คณะกรรมการของเราเคยเสนอแล้วว่าให้เพิกถอน แต่หน่วยงานที่รับผิดชอบยังนิ่งเฉย ซึ่งผมจะเรียกประชุมอีกที เพราะต้องการให้แก้ปัญหาที่ดินให้ชาวเลอย่างจริงจัง ในทุกที่ อันไหนที่มันได้มาไม่ชอบก็ต้องคืน แต่อันไหนที่มันว่างเปล่า อย่างที่หลีเป๊ะ เป็นที่ดินของรัฐ แต่ถูกเอกชนออกเอกสารสิทธิ์ทับรับต้องยึดคืนแล้ว ถ้าชาวเลไม่มีที่อยู่ก็ควรมีการจัดสรรให้ แต่กรณีที่ดินเอกชนรายใหญ่ที่มีที่มาที่ไปของที่ดินแบบไม่ชอบมาพากลต้องตรวจสอบขั้นตอนให้ดี ส่วนที่ราไวย์ คือ มันชัดแล้ว พิสูจน์แล้ว และศาลก็ตัดสินไปแล้ว บางทีก็ต้องคืนที่ดินให้ชาวเลเลยนะ” พลเอกสุรินทร์ กล่าว

Share.

Comments are closed.