ประชาสัมพันธ์ผลงานเว่อ ชาวเลยื่นสนช.สอบกระทรวงยุติธรรม-อธิบดีกรมที่ดิน

0


เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2560 นายไมตรี จงไกรจักร ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเล 5 จังหวัดอันดามัน เปิดเผยว่า ในวันที่ 9 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ตัวแทนชาวเลราไวย์ จังหวัดภูเก็ต จะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย. รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) เพื่อขอให้ดำเนินการใน 3 ประเด็น คือ 1.ให้ สนช.ตรวจสอบการทำงานของอธิบดีกรมที่ดินหลังจากไม่ใช้อำนาจหน้าที่ในการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ซึ่งโดยมิชอบตามข้อเสนอของกรมสอบสวนพิเศษหรือดีเอสไอ 2.ให้ สนช.ตรวจสอบการสื่อสารของคณะรัฐมนตรี (ครม) ที่มีการประชุมกันเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมากรณีรัฐบาลเผยแพร่ข่าวสารต่อสื่อมวลชนและสาธารณะให้เข้าใจว่ามีการแก้ปัญหาชาวเลราไวย์แล้ว ทั้งที่การประชุมนั้นเป็นการแจ้งเพื่อทราบโดยที่ยังไม่มีมติใดๆแก้ปัญหาให้ชาวบ้านเลย

“เราพบว่ามีการนำเนื้อหาดังกล่าวที่กระทรวงยุติธรรมเสนอในที่ประชุม เป็นเพียงการกล่าวชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่เท่านั้น แต่ในที่ประชุมไม่ได้มีมติอะไร ซึ่งช่วงที่นายทุนมีการฟ้องร้องไล่ชาวเลออกจากพื้นที่ 12 ไร่ ในหาดราไวย์ ศาลมีคำสั่งยกฟ้องเนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนหลายประการ เช่น กรณีที่มีภาพถ่ายในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จเยือนชุมชนเมื่อปี 2502 และเมื่อเป็นเช่นนั้นเอกชนก็ไม่ควรจะมีสิทธิ์ครอบครอง ดังนั้นกรมที่ดินควรเพิกถอน นั่นคือการแก้ปัญหา ไม่ใช่การเอาประเด็นมาพูดออกสื่อ ออกรายการแล้วระบุว่าแก้ปัญหา สังคมควรรู้ข้อเท็จจริง ไม่ใช่รับรู้ในมุมประชาสัมพันธ์ข้อมูลที่ยังไม่จริงแล้วชาวเลต้องแบกรับกับปัญหาไม่จบ” นายไมตรี กล่าว

นายไมตรีกล่าวด้วยว่า อีกประเด็นที่อยากเสนอ สนช. เป็นประเด็นที่ 3 คือ อยากให้แก้กฎหมายที่ดิน มาตรา 61 คือไม่ควรให้อำนาจอธิบดีกรมที่ดินในการเพิกถอนเอกสารสิทธิ แต่ควรเป็นอำนาจคณะกรรมการภายใต้กระทรวงยุติธรรมแทน ข้อนี้สำคัญนะเพราะหากแก้ได้จะมีผลกับหลายพื้นที่ เช่นที่ หนองกินเพล อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ก็มีกรณีที่ศาลปกครองพิพากษาแล้วและมีคำสั่งให้เพิกถอนแต่กรมที่ดินไม่ทำหน้าที่ตามคำสั่งศาล ถ้า สนช.แก้ปัญหาได้ คนจนที่สู้มาโดยตลอดจะไม่รู้สึกสูญเปล่า

ด้านนายนิรันดร์ หยังปาน กล่าวว่า ที่ดินที่ศาลยกฟ้องในราไวย์หลังเอกชนฟ้องขับไล่ มีเนื้อที่12 ไร่ และที่ดินตรงนั้นชาวเลอยู่กันมานาน และนอกจากที่ดิน 12 ไร่ดังกล่าวแล้ว ยังมีที่ดินอีกหลายส่วนที่ชาวเลถูกเอกชนฟ้องและพยายามขับไล่ออกจากพื้นที่ มีทั้งคดีที่สิ้นสุดแล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการ มีที่สาธารณะอีกที่ชี้ชัดว่าบุกรุก แต่ไม่มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ในระหว่างการกระชุมคณะรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรมได้นำเสนอผลงานโดยการฉายวีดีทัศน์การลงพื้นที่แก้ไขปัญหาชาวเลชุมชนราไวย์ ของดีเอสไปที่เข้าไปตรวจสอบดีเอ็นเอชาวบ้านจนเป็นหลักฐานสำคัญพิสูจน์ว่าชาวเลอยู่ในพื้นที่หาดราไวย์มานอนก่อนที่จะถูกเอกชนนำที่ดินไปออกเอกสารสิทธิ์ และดีเอสไอได้มีข้อเสนอไปยังกรมที่ดินให้มีการเพิกถอนที่ดินแปลงดังกล่าว แต่เรื่องกลับเงียบหาย อย่างไรก็ตามในระหว่างการประชุมกลับไม่มีการหยิบยกกรณีปัญหาที่กรมที่ดินเพิกเฉยหารือกัน หรือมีมติใดๆที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาของชาวบ้านหาดราไวย์ แถมในช่วงเย็นรายการเดินหน้าประเทศไทยยังนำวีดีทัศน์ดังกล่าวมาประชาสัมพันธ์ไปทั่วประเทศ จนชาวบ้านจำนวนมากเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าครม.ได้มีมติแก้ไขปัญหาให้ชาวเลหาดราไวย์แล้ว.

Share.

Comments are closed.