สนช.รับเพิ่งตาสว่าง หลังฟังก.ยุติธรรมโอ่ผลงานจนหลงเข้าใจผิดคิดว่าช่วยชาวเลราไวย์แล้ว ส่งไม้ต่อให้ยกมธ.สิ่งแวดล้อมดำเนินการ

0

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 10.00 น. นายนิรันดร์ หยังปาน ชาวเลชุมชนราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ตพร้อมตัวแทนชาวเล 10 ราย เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อขอให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวเล

ทั้งนี้ชาวเลได้ร้องเรียนถึงกรณีที่รัฐบาลตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหาที่ดิน ที่ทำกิน และพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชาวเล พร้อมทั้งมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ช่วยเหลือสืบค้นข้อมูล หาพยานหลักฐานเพื่อช่วยให้ชาวเลนำไปต่อสู้ในศาล โดยดีเอสไอยืนยันข้อมูลว่าถึงการอยู่อาศัยมาก่อนของชาวเล และจัดทำข้อเสนอให้เสนอให้อธิบดีกรมที่ดิน เพิกถอนเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกมิชอบทับที่ดินชุมชนชาวเลราไวย์ แต่กรมที่ดินกลับเพิกเฉย ขณะศาลยกฟ้องกรณีเอกชนฟ้องขับไล่ชาวเลราไวย์มาแล้ว แต่ปัญหาปัญหาของชาวเลราไวย์ยังไม่ได้รับการแก้ไข

ภายหลังการยื่นหนังสือ นายจำนงค์ จิตนิรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเลอันดามัน ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังการรับหนังสือนายสุรชัยได้พูดคุยกับชาวบ้านและยอมรับว่าทาง สนช. เอง. เข้าใจผิดว่าการแก้ไขปัญหาของชาวเลราไวย์กลายเป็นมติ ครม.แล้ว และเพิ่งทราบข้อเท็จจริงจากชาวเลมายื่นหนังสือครั้งนี้นี่เองว่า การนำเสนอผลงานของกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับการแก้ปัญหาที่ดินชาวเลราไวย์เป็นเพียงการแจ้ง ครม.เพื่อรับทราบ แต่เท่าที่รู้ข้อมูลเพิ่มเติมทราบว่า กระบวนการตัดสินยังไม่ถึงที่สิ้นสุด สนช.จึงจำเป็นต้องให้ความสนใจ และติดตาม โดยทราบดีว่ามีคดีที่ฟ้องร้องกันอยู่ มีคดีที่ทางเอกชนชนะ และแพ้คดีในตอนหลัง ซึ่งชาวเลราไวย์สามารถนำคำพิพากษาของศาลมายืนยันได้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ นายสุรชัยแจ้งว่า จะมอบให้กับทางคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม สนช.ไปเร่งดำเนินการ และระบุว่าหากว่างลงพื้นที่ยินดีจะไปร่วมรับฟัง

“เวลาที่คุยกันมีไม่มาก แต่ทางชาวเลอ่านข้อเสนอแบบรวบรัดและใช้เวลาเจรจายืนยันว่าแม้ว่าคดีไม่สิ้นสุด เพราะเอกชนยื่นอุทธรณ์สู้คดี แต่เรื่องที่ดินนั้น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตัวแทนดีเอสไอ และหลายส่วนก็เคยรับทราบและพยายามนำเสนอข้อมูลชี้ชัดว่าชาวเลอยู่ก่อน ซึ่ง หาก สนช.จะเมตตาและลงพื้นที่ไปติดตามก็เป็นข่าวดีสำหรับชาวเลราไวย์ เนื่องจากเวลามีจำกัด ทาง สนช.ยังไม่ได้ให้คำตอบถึงกรณี การตรวจสอบการทำหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดิน แต่ส่วนตัวเชื่อว่าหากราไวย์ได้รับการแก้ปัญหา ก็เป็นตัวอย่างและบรรทัดฐานแก่พื้นที่อื่นได้” นายจำนงค์ กล่าว

Share.

Comments are closed.