เกาะหลีเป๊ะเหม็นคลุ้งประจานรัฐต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว ปล่อยน้ำท่วมขังยาวนานกว่า 3 เดือน อ้างเครื่องสูบน้ำเสียตลอด ชุมชนเดือดร้อนถ้วนหน้า-ชาวเลป่วยเป็นผื่น-โรคน้ำกัดเท้าระนาวแถมห้องน้ำใช้การไม่ได้

0

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2560 ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวชายขอบได้ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมืองจังหวัดสตูล หลังจากได้รับแจ้งว่าชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเลกำลังเดือดร้อนอย่างหนักหลังจากประสบสภาวะน้ำท่วมขังมาเป็นเวลายาวนานต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้ว ซึ่งจากการสำรวจพบว่าสภาพโดยรอบของชุมชน รวมทั้งบ้านเรือน ร้านค้า ร้านอาหารและรีสอร์ทต่าง ๆ ถูกน้ำท่วมขังและยังมีฝนตกต่อเนื่อง


นางสารีป๊ะ ชามริน เจ้าของร้านอาหารฮาลาล เปิดเผยว่า ตนเข้ามาประกอบการร้านอาหารได้ 2 ปี แล้วถือว่าโชคร้ายเนื่องจากปีนี้น้ำท่วมรุนแรงและส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง แม้ในช่วงเดือนแรกทางการจะพยายามเข้ามาช่วยโดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกสู่ทะเล แต่ไม่นานมานี้ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามารับผิดชอบเรื่องการระบายน้ำอีกเลยโดยอ้างว่าเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสียและต้องซ่อมบำรุง แต่ไม่มีใครแจ้งข่าวมาว่าเครื่องสูบน้ำจะใช้การได้และพร้อมจะเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้านได้อีกเมื่อใด


“ปีที่แล้วน้ำท่วมเกาะหลีเป๊ะแค่ 2-3วันเองนะ ฉันเข้ามาเปิดร้านอาหารก็ทำธุรกิจได้ปกติ นักท่องเที่ยวก็มีจำนวนมากแต่ปีนี้ใกล้ถึงฤดูกาลท่องเที่ยวแล้วโดยบนเกาะจะเปิดการท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการประมาณวันที่ 15 ตุลาคมไปขนาดนี้ แต่สภาพน้ำท่วมขังยังไม่บรรเทาลงและไม่แน่ใจว่านักท่องเที่ยวจะลงมาเที่ยวเกาะหรือไม่ สภาพนี้ไม่ได้แค่ส่งผลกระทบภาคท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ชาวบ้านทั้งหมด ตอนนี้ห้องน้ำก็ใช้งานไม่ได้ ต้องไปเช่าอาคารที่พักที่น้ำไม่ท่วมเดือนละประมาณ 3,000 บาท คิดว่าถ้ายังท่วมขังอยู่เช่นนี้ เมื่อสิ้นฤดูกาลท่องเที่ยวก็อาจจะย้ายกลับเข้าฝั่งเนื่องจากไม่คุ้มทุนกับการลงทุนขายของที่นี่” นางสารีป๊ะ กล่าว

นางสารีป๊ะ กล่าวต่อว่า ช่วงนี้กิจการการขายอาหารแย่ลงมากเนื่องจากลูกค้ามีความต้องการใช้ห้องน้ำแต่เมื่อแจ้งว่าไม่มีห้องน้ำลูกค้าก็จะไม่มาซื้อของตรงนี้ เราต้องยอมรับและแจ้งเขาไปตรงๆเนื่องจากเราไม่สามารถบริการเขาได้เพราะน้ำในห้องน้ำท่วมขังและส้วมเต็มหากเปิดให้ใช้บริการก็จะประสบผลต่อสุขภาวะภายในร้านด้วย

นางพรกนก กาทอง ผู้ประกอบการร้านกาแฟและขนมหวาน กล่าวว่าตนต้องลงทุนซื้อเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำออกด้วยตนเองโดยใช้ทุนประมาณ 10,000 บาท อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือเรื่องการสูบน้ำ-ระบายน้ำด้วยเนื่องจากใกล้ถึงฤดูเปิดกล่องเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้ว หากปล่อยเช่นนี้ผู้ประกอบการและชาวบ้านจะแย่ลง

“เรื่องภาพลักษณ์ของเกาะไม่อยากให้คิดมาก เข้าใจว่าหากมีภาพน้ำท่วมออกไปมากๆคุณอาจจะไม่มาเที่ยว แต่เราก็ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงเพราะตอนนี้มีชาวบ้านล้มป่วยถูกน้ำกัดเท้าและมีผื่นคันเต็มไปหมดโดยเฉพาะชาวเกาะ ที่เป็นผู้สูงอายุต้องนอนติดบ้าน เหตุที่ครั้งนี้เกาะท่วมหนักเนื่องจากบ้านพักและสถานประกอบการหลายแห่งไม่มีการจัดการระบบบำบัดน้ำเสียจึงส่งผลกระทบระยะยาวและปีนี้รุนแรงกว่าทุกปี” นางพรกนกกล่าว

 

ขณะที่ชาวเลหลายคนบนเกาะหลีเป๊ะซึ่งป่วยด้วยโรคน้ำกัดเท้าระบุว่า ต้องไปรับยาเพื่อรักษาน้ำกัดเท้าและผื่นคัน และต้องย้ายเข้ามานอนบนแคร่ภายนอกบ้าน เนื่องจากภายในบ้านถูกน้ำท่วมขัง และหากมีรถที่ผ่านเข้ามา น้ำจากกระเพื่อมเข้าไปในตัวบ้านทำให้ไม่สามารถนอนหลับได้ และอีกอย่างคือเสี่ยงกับการถูกไฟฟ้าช็อตหรือไฟฟ้าลัดวงจร จึงต้องหลบเลี่ยงความเสี่ยงด้วยการนอนนอกบ้านกับลูกหลาน และยังไม่รู้ว่าน้ำจะลดลงเมื่อไหร่

“ปีนี้เป็นปีแรกที่เกาะมีน้ำท่วมขังยาวนานมากกว่าสามเดือน ซึ่งโดยปกติแล้วน้ำที่ก่อนนี้จะท่วมแค่ 3-4 วันแล้วไหลลงทะเล การระบายน้ำจำเป็นจะต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างคนในชุมชนและผู้ประกอบการเพื่อเปิดทางน้ำให้น้ำไหลลงสู่ทะเล และหากปล่อยเป็นอย่างนี้ยาวนานเช่นทุกวันนี้ น้ำก็จะเน่าเหม็นคลุ้งและส่งผลต่อสุขภาพของชาวบ้าน” ชาวเลรายหนึ่งกล่าว

Share.

Comments are closed.