กองทัพพม่าอ้าง เตรียมสอบสวนทหารใต้บังคับบัญชา กรณีถูกกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐอาระกัน ล่าสุดตัวเลขผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญามากกว่า 5 แสนคนทะลักเข้าบังกลาเทศ

0

ภาพ The Irrawaddy

กองทัพพม่าได้ออกมาประกาศตั้งทีมสืบสวนทหารใต้บังคับบัญชาว่าได้มีส่วนเกี่ยวข้องทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวโรฮิงญาทางตะวันตกของประเทศหรือไม่ หลังจากทางกองทัพพม่าถูกกล่าวหาว่าได้ใช้ปฏิบัติการทางทหารกวาดล้างและละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวโรฮิงญา จนทำให้มีชาวโรฮิงญากว่าครึ่งล้านทะลักเข้าบังกลาเทศ ที่มีพรมแดนติดกับพม่า หลังเกิดเหตุกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาโจมตีสถานีตำรวจพม่าเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และทำให้ทางการพม่าได้ตอบโต้กลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาอย่างหนัก และสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ยังคงตึงเครียด

ทางกองทัพพม่าอ้างว่า ขณะนี้ทีมสืบสวนได้เริ่มทำการสืบสวนว่าทหารใต้บังคับบัญชาได้ทำตามหน้าที่หรือปฏิบัติตามกฎของกองทัพระหว่างปฎิบัติการในรัฐอาระกันหรือไม่ โดยหากมีข้อมูลที่เพียงพอ ทางกองทัพลั่นจะนำออกมารายงานอย่างเป็นทางการ

ท่าทีของกองทัพพม่าในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีชาวมุลลิมโรฮิงญามากกว่า 500,000 คน จากทางเหนือของรัฐอาระกัน หรือรัฐยะไข่ ได้อพยพหนีข้ามไปยังบังกลาเทศ ขณะที่ปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาของกองทัพพม่าถูกนานาชาติกล่าวหาว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่นการฆ่าสังหาร การข่มขืน และการเผาทำลายหมู่บ้านชาวโรฮิงญา

ทั้งนี้ สหประชาชาติได้ยกตัวอย่างปฎิบัติการของกองทัพพม่าว่าเหมือนตัวอย่างตำราเรียนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กลุ่มชาติพันธุ์ โดยกล่าวหาอีกว่า กองทัพพม่ามีเจตนาขับไล่ประชากรชาวมุสลิมโรฮิงญาออกจากประเทศ และการทำลายทรัพย์สินของชาวโรฮิงญาก็เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวโรฮิงญาเดินทางกลับพม่า อย่างไรก็ตาม แม้ท่าทีของกองทัพพม่าที่ระบุว่าจะออกมาเปิดเผยรายงาน หากพบมีทหารใต้บังคับบัญชาละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐอาระกันก็ตาม แต่ก็ไม่มีการเปิดเผยชัดเจนว่าจะออกมาเปิดเผยรายงานดังกล่าวเมื่อไหร่

ขณะที่อีกด้านหนึ่งมีรายงานว่า ชาวโรฮิงญา หรือชาวเบงกาลีที่ทางการพม่าเรียก อีกหลายพันชีวิตได้รออยู่ตามชายฝั่งแนวชายแดนพม่า-บังกลาเทศเพื่อเดินทางเข้าบังกลาเทศ เหมือนเช่นนายมาฮาหมัด ทารัส วัย 25 ปี พร้อมภรรยาและลูกอีก 7 คน ที่ระบุว่า เขาจะไม่มีทางเดินทางกลับไปที่หมู่บ้านของเขาที่ตั้งอยู่ในเมืองบูทีดอง โดยขณะนี้เขาและครอบครัวยังเดินทางเข้าบังกลาเทศไม่สำเร็จ และอาหารที่เตรียมมาก็กำลังจะหมดลงในไม่ช้า “เราสามารถไปถึงบังกลาเทศได้ หากเรามีเงิน การไม่มีเงินทำให้เราต้องรออยู่ตรงนี้เป็นเวลานาน ผมจะไม่กลับไป แม้ต้องตายอยู่ตรงนี้เพื่อรอเข้าบังกลาเทศก็ตาม” นายมาฮาหมัดยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ชาวโรฮิงญาจำนวนมากหนีออกมาจากหมู่บ้าน เนื่องจากเกรงว่าจะถูกทำร้ายโดยชาวยะไข่

ขณะที่ทางการพม่าเตรียมที่จะดำเนินการแผนพิสูจน์สัญชาติให้กับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในบังกลาเทศ โดยหากพบว่าเป็นชาวโรฮิงญาที่มาจากพม่าจริงก็จะรับกลับมาพม่า อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่ง ชาวยะไข่และชาวพื้นเมืองอย่างชาว Mro และชาว Dainet ซึ่งอาศัยอยู่ในรัฐอาระกันเช่นเดียวกัน เมื่อทราบถึงแผนการรับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญากลับพม่าต่างแสดงความกังวลและไม่เห็นด้วย โดยระบุไม่สามารถอยู่ร่วมกับชาวโรฮิงญาได้ เนื่องจากหวั่นไม่ปลอดภัย

ทั้งนี้ เหตุการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2555 ได้สร้างความบาดหมางระหว่างชุมชนชาวมุสลิมและชาวพุทธ และทำให้ทั้งสองชุมชนต่างไม่มีความเชื่อใจต่อกันนับตั้งแต่นั้นมา ด้านรัฐบาลพม่า โดยเฉพาะนางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐกำลังถูกนานาชาติกดดันอย่างหนักเกี่ยวกับประเด็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นในรัฐอาระกัน

ที่มา Irrawaddy/Myanmar TImes

แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ

Share.

Comments are closed.