ขนย้ายช้างป่าตกน้ำทุลักทุเล-นำไปรักษาที่สถาบันคชบาล จ.ลำปาง ชาวบ้านตั้งชื่อ ‘พรายชมภู’ เผยมีช้างอีกหลายโขลง หวังกระตุ้นสังคมช่วยปกป้องรักษาป่า สัตวแพทย์ห่วงอาการทรุด

0

ภาพโดย บุญสืบ เผือกอ่อน

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ความคืบหน้ากรณีการช่วยเหลือช้างป่าขึ้นจากคลองชมภู ต.ชมพู อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก ภายหลังจากถูกน้ำพลัดมาจากโขลงในป่าทุ่งแสลงหลวง โดยเจ้าหน้าที่สามารถนำตัวช้างขึ้นมาจากน้ำได้สำเร็จตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ โดยมีทีมสัตวแพทย์ของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ จ.ลำปาง เฝ้าระวังอาการตลอดทั้งคืน ทั้งนี้พบว่าช้างยังมีอาการอ่อนแรง และเจ็บที่ขาหลังทั้งสองข้างจนลุกขึ้นยืนไม่ได้ จึงต้องใช้เชือกคล้องลำตัวแล้วให้รถแบกโฮยกพยุงตัวไว้ รวมถึงให้น้ำเกลือเพื่อช่วยให้ช้างฟื้น และหากช้างแข็งแรงพอก็จะนำตัวไปรักษาที่ จ.ลำปาง

ทั้งนี้ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น.เจ้าหน้าที่พยายามนำช้างไปขึ้นรถบรรทุกเพื่อเดินทางไปรักษาที่สถาบันคชบาล แต่การขนย้ายเป็นไปโดยลำบากเนื่องจากรถบรรทุกไม่สามารถเข้าไปถึงริมตลิ่งที่ช้างพักอยู่ได้ จึงต้องใช้วิธีให้รถแบกโฮค่อย ๆ ประคองช้างไปยังรถบรรทุก

ภาพโดย บุญสืบ เผือกอ่อน

นายบุญสืบ เผือกอ่อน ชาวบ้านเครือข่ายอนุรักษ์ลุ่มน้ำชมภู กล่าวว่า ชาวบ้านทุกคนรู้สึกดีใจที่ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือร่วมใจจนช่วยเหลือช้างป่าได้สำเร็จ แม้ช่วงที่ขึ้นจากน้ำใหม่ ๆ ช้างจะมีอาการวิกฤติ แต่เมื่อสัตวแพทย์ให้น้ำเกลือและยาบำรุงก็มีอาการดีขึ้นมาจนสามารถเริ่มกินอาหารได้ คาดว่าจะมีการนำตัวช้างไปรักษาต่อที่ลำปางภายในวันนี้ ซึ่งต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ และชาวบ้านที่ให้การสนับสนุนการช่วยเหลือ รวมถึงประชาชนนอกพื้นที่ที่ทราบข่าวแล้วส่งรถบรรทุกและรถแบ็กโฮมาช่วยช้างในครั้งนี้

“เราในฐานะชาวบ้านขอตั้งชื่อช้างตัวนี้ว่า ‘พรายชมภู’ เพราะมันพลัดหลงมากับน้ำป่า อยากให้เป็นเกียรติกับผืนป่าลุ่มน้ำคลองชมภู ที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ในป่าชาวบ้านยังพบโขลงช้างอยู่บ่อยครั้ง โขลงขนาดใหญ่ 10-25 ตัว และมีหลายโขลง ส่วนจระเข้ช่วงนี้ก็พบตัวบ่อย อย่างตัวที่เคยนำไปตรวจดีเอ็นเอแล้วปล่อยคืนธรรมชาติก็ยังเจออยู่ที่วังน้ำเดิมของมัน ก็อยากให้ช่วยกันรักษาเอาไว้ เพราะป่าฝั่งอื่นก็ไม่มีสัตว์เหลือเหมือนบ้านเรา อย่างเขาค้อก็ไม่มีช้างแล้ว จะมีก็แต่แถบป่าบ้านเรา” นายบุญสืบ กล่าว

ก่อนหน้านี้ดร.กาญจนา นิตยะ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่มาดูอาการช้าง พร้อมสอบถามอาการกับนายสัตวแพทย์ ทวีโชค อังควานิช จากสถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปาง ซึ่งช้างบาดเจ็บขาหลังยังไม่สามารถลุกเองได้ ต้องดำเนินการรักษาแบบช้างบ้านโดยขนไปที่ลำปาง เนื่องจากอุปกรณ์การรักษาอยู่ที่นั้นเป็นหลัก ซึ่งถ้าปล่อยไว้ตามธรรมชาติ ช้างป่าเชือกนี้คงไม่รอด ส่วนการขนย้ายกำลังหาวิธีการ เพราะทางที่เข้าไปรับช้างค่อนข้างเละเป็นดินโคลน เบื้องต้นประสานหาแผ่นเหล็กมาเพื่อให้รถบรรทุกวิ่งเข้าไปรับช้างออกมาได้ หรือ ใช้รถแบ็กโฮดึงรถบรรทุกออกมา แต่ยังต้องประเมินวิธีการขนย้ายต่อเนื่องจากช้างข้างดุร้าย เกรงว่าถ้านำใส่รถบรรทุกไปจะตื่นสะบัดตัวทำให้เกิดอุบัติเหตุกับรถที่ขนไปได้ ต้องประเมินสถานการณ์ให้ดีก่อนเคลื่อนย้าย

นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ตนมีความเป็นห่วงและติดตามการให้ความช่วยเหลือช้างอยู่ตลอด พร้อมทั้งสั่งการให้เคลื่อนย้ายได้ตามความเห็นของสัตวแพทย์ ซึ่งมีทีมสัตวแพทย์จากกรมอุทยานฯ และศูนย์อนุรักษ์ช้าง จ.ลำปางอยู่ในพื้นที่ และประเมินสุขภาพช้างว่าขณะนี้สามารถเคลื่อนย้านไปที่สถาบันคชบาลแห่งชาติ จ.ลำปางได้ โดยอยู่ในขั้นตอนการเคลื่อนย้าย คงต้องใช้เวลาซักระยะ เนื่องจากช้างมีขนาดใหญ่ ประกอบกับสภาพื้นที่เป็นดินโคลนที่เดินทางลำบาก

อนึ่ง ก่อนหน้านี้พื้นที่ลุ่มน้ำคลองชมภู ที่มีต้นน้ำอยู่มาจากอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง กรมชลประทานมีแผนการสร้างเขื่อนคลองชมพู ตามแผนการพัฒนาลุ่มน้ำ โดยมีความพยายามผลักดันโครงการหลายครั้ง แต่ถูกกระแสคัดค้านจากชาวบ้านในพื้นที่และกลุ่มนักอนุรักษ์ จึงทำให้โครงการถูกยกเลิก เนื่องจากพบว่าเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของจระเข้น้ำจืดธรรมชาติที่หลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่ง.

Share.

Comments are closed.