ผู้ลี้ภัยไทใหญ่ไม่เชื่อลมปากรัฐบาลพม่า ระบุอ้างความช่วยเหลือเพื่อเบี่ยงประเด็นความเหี้ยมโหดที่ทำไว้ เสนอให้ถอนกำลังทหารออกนอกพื้นที่รัฐฉาน

0


เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน คณะกรรมการผู้ลี้ภัยรัฐฉาน (Shan State Refugee Committee –Thai Border) ได้ออกใบแถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีที่นายอูซอเท อธิบดีของสำนักงานที่ปรึกษาแห่งรัฐพม่า ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ทางศูนย์เพื่อความสมานฉันท์และสันติภาพแห่งชาติของรัฐบาลพม่า มีแผนการให้ความช่วยเหลือต่อผู้พลัดถิ่นชาวไทใหญ่ ซึ่งถูกตัดความช่วยเหลือด้านอาหารจากองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ หากมีการร้องขอมา

ทั้งนี้คณะกรรมการผู้ลี้ภัยรัฐฉานระบุว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อโดยตรงจากรัฐบาลพม่าเกี่ยวกับประเด็นนี้ และมีข้อสงสัยว่าเป็นข้อเสนอที่มีความจริงใจหรือไม่ และดูเหมือนว่าจะเป็นเพียงการสร้างภาพเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจที่มีต่อปฏิบัติการทางทหารอย่างต่อเนื่องของกองทัพพม่า เพื่อลดจำนวนประชากรในรัฐกลุ่มชาติพันธุ์ของพม่าอย่างเป็นระบบ โดยผู้พลัดถิ่นชาวไทใหญ่ส่วนใหญ่หลบหนีจากปฏิบัติการกวาดล้างทางทหารของกองทัพพม่าครั้งใหญ่ ในช่วงปี 2539-2541 ในตอนกลางของรัฐฉาน ส่งผลให้ประชาชนกว่า 300,000 คนต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ ชาวบ้านหลายร้อยคนถูกทรมาน ถูกสังหาร และถูกข่มขืน ชาวบ้านส่วนใหญ่จาก 1,400 หมู่บ้านซึ่งถูกบังคับให้โยกย้ายถิ่นฐานเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ก็ยังคงถูกทอดทิ้งแม้จนทุกวันนี้ เนื่องจากกองทัพพม่าได้ยึดและครอบครองที่ดินของพวกเขาไว้

ในใบแถลงข่าวระบุว่า ความโหดร้ายลักษณะเดียวกันกำลังเกิดขึ้นในตอนเหนือของรัฐยะไข่ ในขณะที่ยังคงมีการตรึงกำลังทหารและมีปฏิบัติการโจมตีอย่างกว้างขวางและต่อเนื่องในรัฐคะฉิ่นและฉิ่นในรัฐฉาน เหตุที่กองทัพพม่าโจมตีอย่างต่อเนื่องและใช้ความโหดร้ายทารุณอย่างเป็นระบบต่อประชากรกลุ่มชาติพันธุ์ โดยไม่ต้องรับผิดต่อการละเมิดที่เกิดขึ้น เป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้ชุมชนที่พลัดถิ่นตามแนวพรมแดนรัฐฉาน-ประเทศไทย สามารถเดินทางกลับถิ่นฐานของตนเองได้ ซึ่งการที่รัฐบาลพม่าเสนอให้ความช่วยเหลือต่อผู้พลัดถิ่นชาวไทใหญ่ โดยปิดปากไม่พูดถึงการก่ออาชญากรรมอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องของกองทัพพม่า จึงเป็นคำสัญญาที่ดูว่างเปล่า

“สิ่งที่เราเรียกร้องจากรัฐบาลพม่าคือ ทางออกทางการเมืองต่อปัญหาสงครามความขัดแย้ง โดยควรเป็นแนวทางนำไปสู่การถอนกำลังทหารพม่าออกจากมาตุภูมิของเรา และให้ยุติการปฏิบัติมิชอบของกองทัพ” นายจายแลง จากค่ายผู้ลี้ภัยกุงจ่อ ซึ่งเป็นประธานของคณะกรรมการผู้ลี้ภัยรัฐฉาน กล่าว และว่า “หากสิ่งนี้ไม่เกิดขึ้น เราคงยังไม่สามารถกลับบ้านได้”

ในใบแถลงข่าวระบุด้วยว่า คณะกรรมการผู้ลี้ภัยรัฐฉาน ย้ำถึงข้อเรียกร้องอย่างเร่งด่วนต่อประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อให้มีการกลับมาให้ความสนับสนุนช่วยเหลือโดยตรงต่อผู้พลัดถิ่นและผู้ลี้ภัยชาวไทใหญ่อีกครั้ง จนกว่าพวกเขาจะสามารถเดินทางกลับถิ่นฐานได้โดยสมัครใจ อย่างปลอดภัยและอย่างมีศักดิ์ศรี ในเดือนตุลาคม 2560 แหล่งทุนระหว่างประเทศได้ตัดความช่วยเหลือด้านอาหารที่ส่งให้กับประชาชนกว่า 6,000 คนตามค่ายผู้พลัดถิ่นและผู้ลี้ภัยตามแนวพรมแดนรัฐฉาน-ประเทศไทย

Share.

Comments are closed.