เชียงใหม่ร่วมจัดงานระดมทุนช่วยคนไทใหญ่ในศูนย์อพยพ หวังข้าวสารช่วยต่อชีวิตชาวบ้านหลังถูกตัดความช่วยเหลือ เผยลำบากหนักขาดแคลนอาหาร

0

เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 นายภราดล พรอำนวย นักดนตรีและเจ้าของร้าน North Gate เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ จะมีการจัดกิจกรรม Shan Refugee Concert ซึ่งเป็นงานระดมทุนช่วยเหลือชาวบ้านไทใหญ่ ที่อยู่ในค่ายผู้อพยพหนีภัยการสู้รบบริเวณชายแดนไทยซึ่งจัดขึ้นที่ Thapae East ถ.ท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เวลา 18.00 – 23.00 น. โดยงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือของนักดนตรี เอ็นจีโอ เครือข่ายความมั่นคงทางอาหาร เครือข่ายเกษตรอินทรีย์ พี่น้องกะเหรี่ยง และภาคเอกชนในเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียงในการจัดงานครั้งนี้

นายภราดล กล่าวต่อว่า ในงานจะจัดแสดงวงดนตรีหลากหลาย ได้แก่ วงดนตรีของไทใหญ่, วง Chang Puak Jazz Collective, North Gate groups เป็นต้น และมีซุ้มอาหารท้องถิ่นหลากหลายขายเพื่อช่วยระดมทุน รวมถึงการจับฉลากของรางวัล และเปิดประมูลผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่โรงแรมและห้างร้านต่างๆ รวมบริจาคมาให้ นอกจากนี้เพื่อรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ในงานจะไม่ใช้ภาชนะพลาสติก โดยหากนำกระบอกน้ำมาเอง ทางผู้สนับสนุนจะสมทบเงินบริจาคเพิ่มให้ด้วย

“ตอนนี้เราเน้นบริจาคข้าวสารเป็นหลัก เพราะเป็นปัจจัยที่ขาดแคลนมากที่สุด และเครื่องนุ่งห่มเพราะเข้าสุ่ฤดูหนาวแล้ว ส่วนเงินบริจาคก็จะนำไปอุดหนุนเกษตรกรที่ปลูกข้าวออแกนิค ในงานเราก็รณรงค์เรื่องขยะพลาสติกด้วย เพราะไม่ต้องการให้การทำสิ่งหนึ่งต้องไปกระทบอีกสิ่งหนึ่ง แต่ต้องเป็นการสนับสนุนอีกสิ่งหนึ่งด้วย” นายภราดล กล่าว

นายภราดล กล่าวอีกว่า ตอนนี้ชาวบ้านไทใหญ่ในค่ายอพยพต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะถูกตัดความช่วยเหลือจากต่างประเทศ ข้าวสารที่จะนำไปบริจาคน่าจะเป็นการช่วยพยุงเวลาในระหว่างการต่อรองการช่วยเหลือกับภาครัฐและองค์กรต่างประเทศให้เข้าไปช่วยเหลือในระยะยาว โดยสัปดาห์ที่แล้วตนเข้าไปที่ค่ายผู้อพยพที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นค่ายเดียวที่ตั้งอยู่ในฝั่งไทย จากทั้งหมด 6 ค่าย ที่ได้สัมผัสทำให้รู้ว่าชาวบ้านยังมีความหวดระแวงและกังวลต่อการผลักดันให้กลับหมู่บ้านเดิม เพราะยังมีการสู้รบของกองกำลังชาติพันธุ์กับทหารพม่า และชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม การกลับไปก็ยังไม่มีการรับรองสิทธิเรื่องที่ทำกิน หรือกลับไปก็ต้องทำเกษตรในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยกับระเบิด จึงไม่ใช่โอกาสที่เหมาะสมจะผลักดันชาวบ้านกลับไป อีกทั้งชาวบ้านยังไม่ลืมความหวาดกลัวจากเหตุการณ์ความรุนแรงในอดีตที่ชาวไทใหญ่ถูกกระทำจากทหารพม่า อีกทั้งยังไม่นับรวมปัญหาที่กลุ่มทุนกำลังเข้ามาแย่งชิงทรัพยากรในพื้นที่ที่มีความขัดแย้ง ดังนั้นนโยบายการสร้างสันติภาพของพม่าจึงต้องใช้เวลา

“ความรุนแรงที่เกิดกับคนไทใหญ่เมื่อ 20 ปีก่อน ก็ไม่ต่างจากสถานการณ์ที่เกิดกับคนโรฮิงยาตอนนี้ ถ้าชาวบ้านกลับไปจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าจะมีความปลอดภัย จะมีสิทธิ มีที่ทำกิน ทำไร่ไถนาจะไม่ต้องเสี่ยงกับระเบิดที่ฝังไว้ งานนี้ก็จะเป็นโอกาสได้สื่อสารให้สังคมเข้าใจปัญหา เข้าใจความเป็นมนุษย์ รู้ร้อนรู้หนาว และให้การช่วยเหลือ เพราะเราอยู่ในสังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรม คนไทใหญ่ก็อยู่ในประเทศไทจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคเหนือ บางคนเป็นแรงงาน บางคนเป็นเจ้าของกิจการ ก็อยากเห็นการอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ ก็หวังว่ากิจกรรมนี้จะเป็นส่วนช่วยลดความขัดแย้งในมิติอื่นๆ ด้วย” นายภราดล กล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังกิจกรรม Shan Refugee Concert ที่จะจัดขึ้นวันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ ยังสามารถติดต่อเพื่อร่วมบริจาคหรือสมทบทุนช่วยเหลือได้ที่ Shan State Refugee Committee (Thai Border) โทร 086 188 9827 หรือ Shan Human Right Foundation โทร 081 603 6655

อนึ่ง ปัจจุบันมีค่ายผู้หนีภัยสงคราม 9 แห่ง ตามแนวชายแดนไทย-พม่า โดยมีชาวบ้านกว่า 1 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นคนกะเหรี่ยงและคนไทใหญ่ ได้ถูกลดการช่วยเหลือจากองค์กรสาธารณะกุศลจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นไปตามแผนงานสันติภาพของพม่า ที่ต้องการผลักดันชาวบ้านกลับถิ่นฐาน แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงมีการสู้รบและเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อกับระเบิด ผู้หนีภัยจึงไม่ยอมกลับ โดยล่าสุดเครือข่ายกะเหรี่ยงและเครือข่ายไทใหญ่กำลังจัดกิจกรรมรณรงค์หาทุนซื้อข้าวสารไปบริจาคให้ค่ายผู้หนีภัยการสู้รบ

Share.

Comments are closed.