มอแกลนพาเที่ยวชุมชนทับตะวัน จัดงานรวมญาติชาวเลคึกคัก

0

นางลาภ หาญทะเล ชาวเลทับตะวันกำลังเล่าเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพ่อตาสามพันให้นายปอย ชาวมันนิจากพัทลุง ฟังอย่างออกรสออกชาติ

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 ที่ชุมชนชาวเลบ้านทับตะวัน อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ได้มีการจัดงานวันรวมญาติชาติพันธุ์ชาวเลครั้งที่ 8 ขึ้น โดยมีชาวเลจากพื้นที่ต่างๆในทะเลอันดามันเข้าร่วม นอกจากนี้ยังมีชาวมันนิจากพัทลุง และชาวบ้านจากเครือข่ายต่างๆ รวมทั้งนักพัฒนาและนักวิชาการเข้าร่วมกันอย่างคับคั่ง โดยภายในงานได้มีการจัดนิทรรศการที่สะท้อนถึงวิถีวัฒนธรรมชาวเล รวมทั้งการแสดงต่างๆ

เวลา 10.00 น.ทีมเยาวชนชาวเลทับตะวันได้จัดกิจกรรมเรียนรู้ท่องเที่ยววิถีมอแกลน “มอแกลนพาเที่ยว” โดยพาผู้ที่มาเยือนไปเที่ยวชมพื้นที่ต่างๆบริเวณโดยรอบชุมชนทับตะวัน โดยจุดแรกคือขุมเขียวซึ่งชาวมอแกลนเรียกว่า “ปาดังก่อมะเฒ่านึ่ง” ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งทะเลโดยในอดีตเคยเป็นเหมืองแร่ แต่เมื่อหมดยุคสัมปทานพื้นที่ดังกล่าวได้ฟื้นตัวเป็นป่าชายเลนที่เป็นแหล่งทำมาหากินและพื้นที่จอดเรือของชาวเล แต่ต่อมาได้มีบุคคลภายนอกอ้างกรรมสิทธิครอบครองและเกิดความขัดแย้งกับชุมชน ซึ่งชาวบ้านเคยร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบหลายครั้งเพราะต้องการให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันของชุมชน แต่เรื่องกลับเงียบหายไป

ในจุดที่สองที่ทีมเยาวชนทับตะวันพาไปเที่ยวชมคือชายทะเล “หัวกรัง”ซึ่งเป็นแนวปะการังขนาดใหญ่หลายหัวแหลม โดยบริเวณนี้เป็นแหล่งทำมาหากินที่สำคัญของชาวเลเพราะมีความอุดมสมบูรณ์มาก โดยเฉพาะหมึกสายชนิดหนึ่งที่ชาวมอแกลนเรียกว่า “ดาหวาก”หรือที่ชาวปักษ์ใต้เรียกว่า “โวยวาย”ที่มักอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ชุกชุมและกลายเป็นแหล่งอาหารและรายได้ที่สำคัญของชาวเล

นอกจากนี้เยาวชนบ้านทับตะวันยังได้พาไปเยี่ยมชมศาลพ่อตาสามพันซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำชุมชน โดยทุกๆเดือน 4 จะมีพิธีกรรมกราบไหว้ประจำปี และจุดสุดท้ายคือพื้นที่ปลูกข้าวไร่บนเขาเพื่อต้องการอธิบายให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของบ้านทับตะวันในอดีตที่ชาวเลสามารถปลูกข้าวเลี้ยงดูตัวเองได้ แต่ภายหลังต้องเลิกไปเนื่องจากระบบนิเวศที่เปลี่ยนแปลงจากการทำเหมืองแร่และการถูกบุคคลภายนอกบุกรุกพื้นที่ชุ่มน้ำ

น.ส.พิมนภา นาวารักษ์ เยาวชนบ้านทับตะวันที่ทำหน้าที่มัคคุเทศน์ กล่าวว่าชอบการทำหน้าที่แนะนำให้บุคคลภายนอกได้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวเล โดยเฉพาะวัฒนธรรมต่างๆ อย่างไรก็ตามชาวเลรุ่นตนมักพูดภาษามอแกลนไม่ได้ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย สาเหตุสำคัญเพราะไม่กล้าสื่อสารกันเองด้วยภาษามอแกลนโดยเฉพาะในโรงเรียน แม้จะเป็นชาวเลเหมือนกัน เพราะมักถูกเพื่อนๆที่ไม่ใช่ชาวเลล้อเพราะมักมองว่าชาวเลสกปรก บางคนถึงขนาดมองว่าชาวมอแกลนเป็นชาวพม่า ทำให้ชาวเลรุ่นใหม่ตัดปัญหาโดยการไม่ใช้ภาษามอแกลน ขณะเดียวกันหลายคนที่ต้องการเรียนรู้ภาษาของตัวเองก็ไม่รู้จะไปเรียนเพิ่มเติมที่ไหนเพราะไม่มีการสอนภาษาของตัวเองในชุมชน

ดร.นฤมล อรุโณทัย นักวิจัยจากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าการให้นำเที่ยววิถีชีวิตและวันฒธรรมโดยชาวเลเป็นทางออกหนึ่งที่จะทำให้ชาวเลมีทางเลือก แต่จะใจร้อนไม่ได้เพราะต้องมีการเตรียมการโดยเฉพาะชุมชนต้องเก็บข้อูลและค้นหาของดีของตัวเองให้พบก่อน ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวก็ไม่ควรคาดหวังกับไกด์ที่เป็นชาวเลมากนัก เพราะต้องค่อยๆเรียนรู้กันไป สิ่งที่สำคัญคือชาวเลจะรู้สึกภูมิใจที่เรื่องราวของพวกเขาได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว

Share.

Comments are closed.