คนริมโขงยังไม่เฮหลัง “ดอน”เผยจีนยกเลิกระเบิดแก่งให้เป็นของขวัญปีใหม่ “ครูตี๋”ชี้สารพัดโครงการพัฒนากันสะเปะสะปะ แนะรัฐบาลประเทศลุ่มแม่น้ำโขงหารือทิศทางพัฒนา-ดึงภาคประชาชนร่วมกำหนด

0

เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า จากการเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งที่ 3 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้เห็นถึงความร่วมมือของกลุ่มประเทศในลุ่มน้ำโขงที่มีความก้าวหน้าอย่างมาก และความก้าวหน้าที่สำคัญมากเรื่องหนึ่ง คือ ที่ประชุมดังกล่าวได้หารือถึงการที่ประเทศจีนต้องการระเบิดแก่งหินเพื่อปรับปรุงสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือในแม่น้ำโขง โดยจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศวิทยา และวิถีชีวิตของประชาชน

นายดอนกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเคยถูกหยิบยกมาพูดคุยกับจีนเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาว่าอาจเกิดปัญหาบานปลาย กระทั่งหลังจากการประชุมกรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง ครั้งล่าสุดนี้ จีนจึงแสดงท่าทีที่สร้างสรรค์ว่า จากเดิมที่เขาคิดว่าโครงการจะเป็นประโยชน์ แต่กลับสร้างปัญหาให้คนไทยในภาคเหนือ จีนจึงพร้อมที่จะพิจารณายกเลิกหรือปรับปรุงโครงการนี้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับคนไทยที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำโขง ถือเป็นของขวัญปีใหม่อย่างหนึ่งจากจีนที่ได้แสดงท่าทีตอบสนองกับความต้องการของคนไทยในภาคเหนือ และจะไม่สร้างปัญหาที่กระทบกับเขตแดนระหว่างไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาวด้วย

ด้านนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือครูตี๋ ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จากคำสัมภาษณ์ของนายดอนที่ระบุว่าจีนยกเลิกเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทยนั้นก็ต้องขอขอบคุณ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำโขงนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องระเบิดแก่งเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกมากมายที่กระทำกับแม่น้ำโขง สิ่งที่เราอยากเห็นคือภาพการจัดการพัฒนาแม่น้ำโขงอย่างเป็นระบบโดยมีภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเข้าไปมีส่วนร่วมสำคัญในการออกแบบให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งทุกรัฐบาลในลุ่มแม่น้ำโขงควรที่จะกำหนดเป็นวาระสำคัญร่วมกันเพราะที่ผ่านมาเป็นการพัฒนาที่สะเปะสะปะมาก เช่น การสร้างเขื่อนไซยะบุรี ก็พูดแต่เรื่องเขื่อนไซยะบุรีแต่ไม่มีการศึกษาอย่างจริงๆ จังๆ โดยเฉพาะการศึกษาภาพรวมทั้งหมดเพื่อให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์และมั่งคั่งของแม่น้ำโขง และจะได้ร่วมกันตัดสินใจในอนาคต

“ทุกวันนี้ยังไม่มีรัฐบาลใดหรือหน่วยงานใดศึกษาและสร้างความพร้อมในเรื่องการให้องค์ความรู้ของแม่น้ำโขงโดยภาพรวม ดังนั้นหากคุณยังไม่ยึดมติร่วมกันในการจัดการ ลำพังแค่เรื่องยุติการระเบิดแก่งเพียงอย่างเดียว ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ทำลายแม่น้ำโขงได้” นายนิวัฒน์ กล่าว

น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ประเทศไทย องค์กรแม่น้ำนานาชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราเห็นภาพของจีนที่ขยายเข้ามาลงทุนในลุ่มแม่น้ำโขงทั้งด้านคมนาคมและการสร้างเขื่อน ซึ่งเห็นว่าทั้งหมดเป็นเรื่องเดียวกัน ดังนั้นแค่เรื่องชะลอหรือปรับโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงนั้นไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะจีนได้รุกเข้ามาในด้านต่างๆ อย่างหนัก โดยในเขตประเทศจีนเองก็ได้สร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงไปแล้ว 8 แห่งซึ่ง 20 ปีที่ผ่านมาจีนไม่เคยยอมรับว่าเกิดผลกระทบต่อประชาชนท้ายน้ำ ทั้งในไทย ลาว กัมพูชาและเวียดนาม โดยเฉพาะในประเทศลาวและกัมพูชาก็จะมีโครงการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงที่จีนลงทุนอีกอย่างน้อย 6 โครงการ โดยเฉพาะเขื่อนปากแบงที่ห่างจาก จ.เชียงรายเพียง 92 กิโลเมตร เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ตั้องพูดกันโดยองค์รวม และที่สำคัญ โครงการลงทุนต่างๆ ของจีนทั้งหมดนี้ไม่ได้มีมาตรฐานในการทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น

Share.

Comments are closed.