ปลัดทส.รับปากให้ความเป็นธรรมชาวเลราไวย์หลังถูกจับ-ดำเนินคดีจับปลาในเขตอุทยานฯ “พล.อ.สุรินทร์”แนะเปิดพื้นที่ให้คนอยู่ก่อนหากิน ชาวบ้านวอนเข้าใจวิถี

0

ขอบคุณภาพจากเครือข่ายชาวเล

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2561 นายนิรันดร์ หยังปาน ชาวเลในชุมชนราไวย์ จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีที่ชาวเล 6 รายถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถควบคุมตัวในข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยาน ระหว่างจอดพักจอดเรือเพื่อช่วยเหลือเพื่อนชาวเลที่ป่วยเนื่องจากน้ำหนีบภายหลังออกทะเลหาปลาในจังหวัดพังงาว่า ล่าสุดทั้งหมดได้รับการประกันตัวแล้ว อย่างไรก็ตามขณะนี้เรื่องข้อหาที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ แจ้งดำเนินคดีนั้น อยู่ระหว่างการรอสอบสวน ซึ่งชาวเลทั้งหมดได้รับการประกันตัวโดยข้าราชการในพื้นที่ออกมาแล้ว และหวังว่ากระบวนการสอบปากคำจะมีความเป็นธรรม เพราะชาวเล เป็นชาติพันธุ์ที่พึ่งพาทะเล

“การจอดเรือพักกลางทะเลซึ่งเป็นพื้นที่ความรับผิดชอบของอุทยาน ฯ ก็ไม่ได้เป็นไปเพื่อหาปลา หาสัตว์น้ำเหมือนที่อุทยานกล่าวหา ชาวบ้านอยู่ระหว่างการช่วยเหลือกันและกัน”นายนิรันดร์ กล่าว

นายนิรันดร์ กล่าวต่อว่า 1 ใน 6 คนที่ถูกจับกุม ชื่อ นายทนงศักดิ์ เกาะงาม อายุ 42 ปี ผู้ป่วยจากน้ำหนีบซึ่งขณะนี้กำลังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต และอาการค่อนข้างน่าเป็นห่วง ทางญาติแจ้งว่า หูฟังไม่ได้ยิน ตาพร่ามัว และไม่แน่ใจว่า หลังออกจากโรงพยาบาลจะสามารถให้ปากคำสะดวกหรือไม่ จึงอยากให้อุทยานฯเห็นใจและเข้าใจวิถีชีวิตชาวเล ซึ่งการจับกุมครั้งล่าสุด เป็นการจับกุมแบบไม่มีมูล ไม่มีความเข้าใจอาการป่วยน้ำหนีบ ทำให้การส่งตัวผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลช้า อยากให้อุทยานเข้าใจประเด็นนี้

“ เส้นทางที่ชาวเลทำประมงก่อนถูกจับ คือ การออกเรือไปที่ เกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดระนอง และล่องออกไปตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม ซึ่งเส้นทางดังกล่าว ก็ทำมาหากินมาโดยตลอด มีรายได้พออยู่ พอกิน แต่ระยะหลังชาวเลหลายรายต้องถูกจำกัดพื้นที่หากิน เลยต้องออกทะเลไปไกล ไปดำน้ำลึก ซึ่งทำให้เกิดอาการน้ำหนีบได้ และขณะนี้อัตราการป่วยก็เพิ่มขึ้น นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาที่ชาวเลได้รับ “ นายนิรันดร์ กล่าว

ขณะที่ http://www.krobkruakao.com ได้รายงานคำสัมภาษณ์ของนายวิทูร เดชประมวลพล หัวหน้าอุทยานฯติสิรินาถ และ หัวหน้าชุดจับกุม โดยระบุว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากช่วง 3 วันที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบดำน้ำจับสัตว์ทะเลในเขตอุทยานฯ สิรินาถ ในแนวปะการังพื้นที่ทางทะเล จึงสั่งการให้ เครือข่ายช่วยเฝ้าระวัง กระทั่งเมื่อเช้าวันที่ 8 มกราคม ได้รับแจ้งจากเครือข่ายว่ามีการลักลอบดำน้ำจับสัตว์ทะเลในพื้นที่อุทยานฯ จึงนำชุดปฏิบัติการสายตรวจปราบปราม พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ 8 นาย เข้าตรวจสอบพบเรือจอดอยู่ 1 ลำ ซึ่งกำลังลงดำยิงสัตว์น้ำจึงเข้าทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา 6 คน ประกอบด้วย นายปัญญา เกาะงาม อายุ 46 ปี นายพิชิต บางจาก อายุ 42 ปี นายอนัน บางจาก อายุ 56 ปี นายทะนงศักดิ์ เกาะงาม นายทวีเลิศ หาญทะเล อายุ 50 ปี และ ด.ช.อายุ 14 ปี พร้อมของกลางสัตว์ทะเล 22 ชนิด อาทิ กุ้งแดง กุ้งมังกร ปลาเก๋า ปลากระพงแดง รวมทั้งสิ้น 123 ตัว น้ำหนักกว่า 59.4 กิโลกรัม และของกลางอื่นๆที่ใช้ในการกระทำความผิด เช่น เรือ เครื่องปั๊มอากาศ ท่อสายยาง หน้ากากดำน้ำ เหล็กแหลมยิงปลา และอื่นๆ รวม 18 รายการ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึด และนำตัวมาสอบสวน ทำบันทึกที่สำนักงานฯ ซึ่งระหว่างนั้นชาวเลทั้ง 6 คนไม่ได้แจ้งว่ามีอาการน้ำหนีบ หรือแจ้งว่าป่วยแต่อย่างใด

“ขอยืนยันเจ้าหน้าที่ทำตามกระบวนการกฎหมาย ไม่ได้กลั่นแกล้งพี่น้องชาวเล แต่เจตนาทำเพื่อปกป้องทรัพยากรทางทะเล ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีการลักลอบจับสัตว์ทะเลในพื้นที่อุทยานฯในลักษณะดังกล่าวบ่อยครั้ง แต่ไม่สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ ส่งผลให้สัตว์ทะเลลดน้อยลง และปะการังในบริเวณพื้นที่อุทยานฯเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว หากยืนยันความบริสุทธิ์ขอให้ต่อสู้ในขั้นตอนตามกฎหมาย”นายวิทูร กล่าว

ด้านพล.อ.สุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าได้โทรศัพท์คุยกับปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.)เพื่อแจ้งข้อเท็จจริงให้ทราบแล้วโดยปลัดทส.รับปากว่าจะดูแลให้เกิดความเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม
จริงๆแล้วคณะกรรมการฯได้พิจารณาหาทางออกปัญหาระหว่างชาวเลกับอุทยานฯไว้แล้วโดยจัดทำเป็นข้อเสนอ 7 ข้อให้กับปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ตนไม่แน่ใจว่าข้อเสนอเหล่านี้ได้รับการพิจารณาจากหน่วยงานหรือไม่ ซึ่งโดยหลักการแล้ว ควรอนุญาตให้ชาวเลได้ทำมาหากินในพื้นที่บ้างเพราะอุทยานฯไปประกาศทับพื้นที่ของพวกเขาซึ่งอยู่มาก่อน และข้อเสนอนี้ยังได้ส่งไปยังคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)แล้วเช่นกัน

“เขาอยู่กันมาเป็นร้อยๆปีรักษาทะเล รักษาปลามาได้ ห้ามชาวเลจับปลา แต่เปิดทางให้นักท่องเที่ยวไปดำน้ำอยู่บนยอดปะการัง มันใช่มั้ย ประเทศเราจมปลักอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะไปทำบาปทำกรรมกับคนที่ช่วยสร้างประเทศเหล่านี้ การแก้ปัญหาที่ดินของรัฐ เอาแค่ปฎิบัติตามกฎหมายและข้อเท็จจริงเท่านั้นก็พอ ไม่ต้องมีนโยบายพิเศษหรอก เพราะมันจะกลายไปเป็นเครื่องมือและข้ออ้างให้หน่วยงานราชการมากกว่า”พล.อ.สุรินทร์ กล่าว

อนึ่งข้อมูลเกี่ยวกับ โรคน้ำหนีบในเว็บไซต์สาธารณสุข ระบุว่าเป็นอาการที่เกิดจากการที่แก๊สละลายเข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายขณะดำน้ำแล้วแก๊สนั้นรวมตัวกันเป็นฟองอากาศอยู่ภายในเส้นเลือดและเนื้อเยื่อต่างๆ สาเหตุมาจากการดำน้ำลึกมากกว่า30 ฟุตและใช้เวลานานเกินกำหนดแล้วขึ้นสู่ผิวน้ำ โดยไม่หยุดลดความกดดันภายในร่างกายให้เป็นปกติเหมือนการเขย่าขวดน้ำอัดลมหากมองตาเปล่าจะไม่เห็นฟองอากาศ แต่หากเขย่าขวด ฟองอากาศก็จะขยายใหญ่ขึ้นจนเกิดแรงดันออกมา

อาการของ “โรคน้ำหนีบ” มี 2 ชนิด

ชนิดที่ 1 อาการมักเริ่มภายใน 1 ชม. หลังขึ้นจากน้ำ

โดยรู้สึกเพลียกว่าปกติหลังจากดำน้ำ มีผื่นคันเป็นผื่นนูนตรงจุดกลางสีม่วงคล้ำปวดแสบปวดร้อน มีอาการปวดตามกล้ามเนื้อ และข้อต่อ โดยเฉพาะปวดข้อไหล่ เนื่องจากมีฟองอากาศแทรกตามเนื้อเยื่อรอบๆ ข้อ ทำให้เนื้อเยื่อเกิดความบอบช้ำ และฉีกขาด ลักษณะปวดลึกๆ และรบกวน ไม่ปวดมาก มีความรู้สึกวูบวาบ หรือมีอาการชาตามผิวหนัง ขา เท้า มีอาการมึนงง

ชนิดที่ 2 อาการรุนแรงกว่าชนิดที่ 1 มีการเกิดฟองอากาศจำนวนมากในอวัยวะสำคัญ

เช่น ไขสันหลัง และเส้นเลือดรอบๆ ฟองไนโตรเจนจะอุดกั้นเส้นเลือดดำ มีอาการเสียการรับรู้ อัมพาตครึ่งตัว ปัสสาวะไม่ออก, หูชั้นใน มีอาการหูหนวก มีเสียงดังหึ่งๆ ภายในหู เวียนศีรษะ ตากระตุก, กล้ามเนื้อ และข้อต่อ มีอาการปวดแนวสันหลังหรือสะโพก ปวดร้าวกลางหลัง ทั้งสองข้างลำตัว กล้ามเนื้ออ่อนแรง

Share.

Comments are closed.