พบกะเหรี่ยงแดนตะวันตกประสบปัญหาสัญชาติอื้อ “ครูแดง”ลงพื้นที่แนะสำรวจ-แยกแยะข้อมูลเสนอรัฐ ชาวบ้านทุกข์ซ้ำโดนอุทยานแก่งกระจานทับที่ดินยกหมู่บ้าน

0

เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2561 ที่โรงเรียนบ้านป่าเด็งวิทยา อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)และคณะได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ชาวบ้านซึ่งส่วนใหญ่มีเชื้อสายกะเหรี่ยงร้องเรียนเกี่ยวกับการประสบปัญหาสถานะบุคคล โดยชาวบ้านกว่า 10 หมู่บ้านในภาคตะวันตกใน 3 จังหวัดคือราชบุรี เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธุ์ กว่า 400 คนเดินทางมาให้ข้อมูล

นายแซมซั่น ศรีประเสริฐ ครูสอนศาสนาบ้านป่าเด็ง กล่าวว่าชาวบ้านจำนวนมาเผชิญความเดือดร้อน บางส่วนพ่อแม่มีบัตรประชาชนแล้วแต่ลูกๆยังไม่มีบัตรเพราะข้อมูลของลูกหายที่อำเภอ บางส่วนลูกๆมีบัตรแต่พ่อแม่กลับยังไม่มีบัตร ทั้งนี้ปัญหาหนึ่งเกิดจากในการสำรวจมีปัญหาเรื่องภาษาที่สื่อสารกับเจ้าหน้าที่รัฐไม่เข้าใจเนื่องจากชาวบ้านจำนวนมากพูดได้แต่ภาษาปกาเกอะญอ ทั้งๆที่บ้านป่าเด็งเป็นชุมชนดั้งเดิมซึ่งประวัติศาสตร์หมู่บ้านนานกว่า 100 ปี แต่ยังมีชาวบ้านอีกจำนวนไม่น้อยยังประสบปัญหาสถานบุคคล บางคนมีทั้งบัตรชาวเขาสีฟ้า สีส้ม สีเขียวขอบแดง สีชมพู แต่ยังไม่ได้บัตรประชาชนสักที บางคนได้บัตรชาวเขาแต่กลับกลายมาเป็นบัตรต่างด้าวในภายหลัง บางคนเมื่อเจ้าหน้าที่ให้ไปพิสูจน์สิทธิก็ไม่รู้จะไปที่ไหน หากพิสูจน์ดีเอ็นเอก็ไม่มีเงินจ่าย ทำให้ต้องอยู่กันมาอย่างปัจจุบัน

“ที่ป่าเด็งผู้ประสบปัญหาสถานะ 398 คน โดยเป็นนักเรียนกว่า 100 คน ทำให้ไปไหนมาไหนไม่ได้ สิทธิในการเรียนต่อแม้ทางกฎหมายจะอนุญาตให้เรียนต่อได้ แต่ความเป็นจริงแล้วลำบากมาก บางคนเรียนเก่งแทนที่จะได้รับทุนก็ไม่ได้เพราะถูกจำกัด ปัจจุบันมีเด็กที่ไร้รากเหง้า 11 คนเพราะพ่อแม่เสีย จึงต้องอาศัยอยู่บ้านพักเด็กของมูลนิธิ”นายแซมซั่นกล่าว

นายแซมซั่นกล่าวว่า นอกจากนี้ชาวบ้านทั้ง 10 กว่าหมู่บ้านยังประสบปัญหาเรื่องที่ดิน เพราะช่วงประกาศอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานตั้งแต่ปี 2524 ได้ประกาศทับที่ดินของชาวบ้าน บางแห่งทับทั้งหมู่บ้าน โดยบอกว่าจะปักหลักจัดสรรให้ทีหลัง บางหมู่บ้านไม่รู้มาก่อนเลยว่าถูกอุทยานฯประกาศทับ พึ่งมารู้เมื่อไม่นาน

นางสาวขนิษฐา อยู่เจริญ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านป่าหมาก อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯกล่าวว่า ในชุมชนมี 155 ครอบครัว 691 คนโดยประสบปัญหาสถานบุคลล 23 รายโดยมีบัตรสีชมพู ทั้งนี้บ้านป่าหมากเป็นชุมชนเก่าแก่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองโดยชาวบ้านปกาเกอะญอที่นี่ประกอบอาชีพทำไร่ และในจำนวนนี้เป็นเด็กนักเรียน 2-3 รายที่ไม่มีบัตรประชาชนทำให้ไม่กล้าไปเรียนต่อ

นายจำลอง โคสิน ชาวบ้านแพรกตะคร้อ สมาชิกอบต.บึงนคร อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ กล่าวว่ามีเด็กในหมู่บ้านไปสมัครทหารและฝึกไปแล้ว 6 เดือน เขาต้องการสอบนายสิบทหาร แต่ถูกห้ามไม่ให้สอบเพราะพ่อแม่ไม่มีบัตรประชาชน มีเพียงบัตรสำคัญประจำตัวต่างด้าว ทั้งที่ตัวเขาเองมีบัตรประชาชน ถือว่าเป็นการเสียสิทธิอย่างน่าเสียดาย ทั้งนี้พ่อแม่เขาอยู่มากว่า 30 ปีแล้วโดยอพยพมาจากฝั่งพม่า แต่ทางอำเภอบอกว่าไม่สามารถออกบัตรประชาชนให้ได้

“บ้านแพรกตะคร้อของเรา เดิมเป็นหมู่บ้านสวนทุเรียน ที่ถูกอุทยานประกาศทับทั้งหมด เราถูกให้ย้ายมาปี 2539 เพราะทหารบอกว่าเป็นห่วงด้านความมั่นคง เขาจัดสรรให้ครอบครัวละ 3 ไร่ให้พวกเรา 60-70 ครอบครัว แต่ที่ดินไม่พอทำกิน เราขยับขยายอยากกลับไปที่เดิม เพราะมีที่ดินทำกินเดิมที่เป็นสวนอยู่ เราคิดว่ามีช่องทางไหนที่เราจะกลับเข้าไปอยู่บ้านเกิดได้ ผมเองก็มีสวนทุเรียนดั้งเดิมอายุนับร้อยปี 100 ปีที่ปลูกกันมาหลายชั่วคน” นายจำลอง กล่าว

ขณะที่นางเตือนใจ ดีเทศน์ กสม. กล่าวว่าจากการประชุมวันนี้จะรวบรวมประเด็นเพื่อนำไปหารือกับจังหวัดและอำเภอ โดยจะประชุมที่จังหวัดเพชรบุรีในวันพรุ่งนี้ (29 มกราคม) และเครือข่ายชาวบ้านก็ได้มีแกนนำ และเมื่อมีงบประมาณหลังจากนี้จะจัดอบรมแกนนำ และลงสำรวจข้อมูลเพื่อจัดกลุ่มกรณีปัญหาต่างๆ เพื่อให้ผู้ประสบปัญหาสามารถแก้ปัญหาได้สอดคล้องกับสภาพปัญหา ซึ่งพบว่าหลายกรณีสามารถดำเนินการแก้ปัญหาได้เลย บางส่วนต้องใช้กฎกระทรวงมหาดไทย พ.ศ.2545 ที่เน้นปัญหาชนกลุ่มน้อย ซึ่งงานแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของพื้นที่นี้จะครอบคลุมพื้นที่ชายแดนไทย-พม่า เทือกเขาตะนาวศรี 6 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
—————–

Share.

Comments are closed.