กองทัพพม่าห้ามก่อสร้างรูปปั้นวีระบุรุษกะเหรี่ยง “ซอ บา อูจี” ด้าน KNU ชี้ พม่าทำลายเอกภาพและปิดกั้นการแสดงออกของกลุ่มชาติพันธุ์

0

ภาพจาก เฟซบุ๊ก KNU/KNLA

สำนักข่าวอิรวดีรายงานว่า กองทัพพม่าได้พยายามขัดขวางการนำรูปปั้นของ ซอบาอูจี ซึ่งถูกยกย่องในฐานะเป็นผู้นำและวีรบุรุษของคนกะเหรี่ยงไปตั้งไว้ที่สำนักงานของ KNU ในเมืองกาอินเซกจี ทางใต้ของรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งอยู่ในเขตควบคุมของ KNU โดยรูปปั้นดังกล่าวถูกนำมาจากชายแดนด่านเจดีย์สามองค์ โดยมีการเปิดเผยว่า นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่กองทัพพม่าได้พยายามขัดขวาง โดยอ้างว่า ทาง KNU ต้องขอนุญาตจากรัฐบาลพม่าก่อน

มีรายงานว่า ทาง KNU ต้องการนำรูปปั้นของซอบาอูจีไปตั้งไว้ที่สำนักงานตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคมของปีที่แล้ว แต่ก็ถูกขัดขวางจากทหารพม่า และทาง KNU ได้มีความพยายามที่จะนำรูปปั้นดังกล่าวมาตั้งไว้ที่สำนักงานของตัวเองอีกครั้ง เพื่อให้ทันวันชาติกะเหรี่ยงครบรอบ 70 ปี ในวันที่ 11 ก.พ.ที่จะถึงนี้ โดยมีประชาชนบางส่วนได้ติดตามคณะของ KNU ตลอดเส้นทาง และมีชาวกะเหรี่ยงให้การต้อนรับและได้ทำการแสดงทางวัฒนธรรมกะเหรี่ยง เช่น ร้องรำทำเพลง แต่ชาวบ้านต่างก็ต้องผิดหวังหลังทราบว่า กองทัพพม่าไม่อนุญาตให้นำรูปปั้นดังกล่าวไปตั้งไว้ที่สำนักงานของ KNU ในเมืองกาอินเซกจี

บนหน้า Facebook เพจ Karen Land ยังเผยแพร่วิดีโอที่ทางคณะของ KNU ได้พยายามเจรจาต่อรองกับทหารพม่าในพื้นที่เพื่อนำรูปปั้นซอบาอูจีไปไว้ที่สำนักงานตน แต่ก็ถูกทางกองทัพพม่าปฏิเสธ โดยอ้างว่าทาง KNU ต้องขออนุญาตจากรัฐบาลพม่าเสียก่อน “นี่เป็นประวัติศาสตร์และมรดกของชาวกะเหรี่ยง แต่พวกเขาไม่ให้เราแสดงออก แล้วพวกเขาจะสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศนี้ได้อย่างไร โดยวิธีการปฏิบัติเช่นนี้หรือ?” ซอหม่องฉ่วย จาก KNU กล่าวแสดงความคิดเห็น

ก่อนหน้านี้สำนักข่าวกะเหรี่ยงอย่าง Karen News เปิดเผยว่า กองทัพพม่าได้สั่งห้ามให้สร้างรูปปั้นใดๆ ที่จะเป็นการยั่วยุให้ชาวกะเหรี่ยงรุ่นใหม่ต่อต้านรัฐบาล ทางด้านนายมาน อ่อง พยี โซ รองหัวหน้าพรรคการเมือง Phalon-Sawow Democratic กล่าวว่า เขาไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกองทัพพม่า “รูปปั้นดังกล่าวไม่ได้นำไปสู่การปฏิวัติในประเทศ เป็นรูปปั้นที่สร้างขึ้นเพื่อให้คนกะเหรี่ยงได้แสดงความเคารพต่อผู้นำของพวกเขาเท่านั้น กองทัพไม่ควรห้ามชาวกะเหรี่ยงในการสร้างรูปปั้น” เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในสายตาของรัฐบาลพม่า อูบาซอจีอาจเป็นศัตรูของชาติ แต่ในสายตาของชาวกะเหรี่ยง เขาคือนักปฏิวัติที่ต่อสู้เพืิ่อความเท่าเทียมของชาวกะเหรี่ยง

เช่นเดียวกับ Saw Closay ชาวกะเหรี่ยงรายหนึ่งได้กล่าวแสดงความเห็นว่า “ชาวกะเหรี่ยงจดจำซอบาอูจีในฐานะผู้นำที่ชาญฉลาดและซื่อสัตย์ เป็นผู้นำที่เสียสละเพื่อต่อสู้เรียกร้องการปกครองตนเองของชาวกะเหรี่ยง การห้ามสร้างรูปปั้นของซอบาอูจีไม่ได้ทำให้วิสัยทัศน์ของเขาหายไป ซอบาอูจี เปรียบเสมือนฮีโร่ในชาติของเราเฉกเช่นเดียวกับนายพลอองซานเป็นฮีโร่ของชาวพม่า ผมรู้จักเขาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ ชาวกะเหรี่ยงรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ต่างรู้จักเขาและยอมรับเขาในฐานะเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์”

ซอบาอูจี มาจากครอบครัวขุนนางกะเหรี่ยงและเติบโตในเมืองพะสิม เรียนจบจากมหาวิทยาลัยย่างกุ้งในปี ค.ศ. 1925 หลังจากนั้นได้เดินทางไปเรียนต่อด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กรุงลอนดอน และทำงานเป็นนักกฎหมายอยู่ที่อังกฤษอยู่หลายปี จนในปี ค.ศ. 1937 ได้เดินทางกลับพม่าและรับตำแหน่งรัฐมนตรีในหลายกระทรวง หลังยุติบทบาททำงานกับรัฐบาลพม่าเพราะความสัมพันธ์ระหว่างชาวกะเหรี่ยงและพม่าร้าวฉาน ซอบาอูจี ได้เดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อระดมชาวกะเหรี่ยงให้มีความสามัคคีเป็นปึกแผ่น ทั้งนี้ก็เพื่อต่อต้านพม่าและเรียกร้องให้กับรัฐกะเหรี่ยงเป็นอิสระจากพม่า รวมถึงเคยเป็นตัวแทนไปยื่นหนังสือขอเอกราชให้กับรัฐกะเหรี่ยงที่ประเทศอังกฤษในปี ค.ศ. 1947 โดยเขายังเป็นประธานคนแรกของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNU ซอบาอูจีถูกทหารพม่านับร้อยสังหารจนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ปี 1950 ที่ชานเมืองพะสิม เนื่องจากถูกมองว่าเป็นเสี้ยนหนามของพม่า ทุกวันที่ 12 สิงหาคมของทุกปีจึงเป็นวันที่ชาวกะเหรี่ยงระลึกถึงผู้นำรายนี้

ที่มา Irrawaddy/Karen News/Wikipedia
แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ

Share.

Comments are closed.