จีนพึ่งตื่น-เร่งควบคุมสร้างมาตรฐานนำเข้ากล้วยหอมที่ปลูกในลาว

0


เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2561 เว็บไซต์ producerreport รายงานว่า เมื่อปลายเดือนมกราคม 2561 ที่ผ่านมา สำนักงานการควบคุมคุณภาพการตรวจสอบและกักกันสินค้าของจีน ได้ออกประกาศเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกกล้วยในประเทศลาว ตามข้อตกลงระหว่างจีนและลาวที่ได้ลงนามพิธีสารเกี่ยวกับการตรวจสอบและการกักกันเพื่อการส่งออกกล้วยจากลาว ระบุว่า กล้วยที่ปลูกในลาวต้องเป็นไปตามข้อกำหนดเท่านั้นจึงจะสามารถส่งออกไปยังจีนได้ นับเป็นครั้งแรกที่มีการกำหนดมาตรฐานขึ้นระหว่างสองประเทศ ตั้งแต่มีการค้าขายกล้วยไปยังจีนในปี 2013

เว็บไซต์ดังกล่าว ยังรายงานว่าข้อตกลงดังกล่าวระบุว่า กล้วยที่จะนำเข้าจากลาวต้องเป็นไปตามข้อกำหนดังนี้ ประการแรก ระยะเวลาในการเก็บกล้วยต้องเป้น 10-11 สัปดาห์ขึ้นไปนับแต่ออกดอกและกล้วยสุกไม่สามารถนำเข้าได้

ประการที่สอง การส่งออกกล้วยต้องเป็นไปตามกฎระเบียบด้านพืชของจีน เช่น กล้วยที่พบสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายจะต้องถูกทิ้งทันที

ประการที่สาม การส่งออกกล้วยต้องไม่มีเหง้า, ใบ หรือดินติดมาด้วยในระหว่างการขนส่ง

ประการที่สี่ การขนส่งสินค้าต้องส่งไปยังสถานที่ตามกำหนดข้อบังคับของจีน

ทั่งนี้การส่งออกกล้วยจากลาวไปยังจีนเติบโตอย่างมากตั้งแต่ปี 2556 ตามที่กระทรวงเกษตรและป่าไม้ของลาวระบุว่า การส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของลาวในการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ จากข้อมูลของศุลกากร ในปี 2014 ลาวได้ส่งออกกล้วยจำนวน 43,000 ตัน มีมูลค่าถึง 162 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปี 2559 ปริมาณการส่งออกกล้วยทะลุไปถึง 220,000 ตัน มีมูลค่ามากถึง 162 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวจาก 410% และ 420% ตามลำดับ ปัจจุบันลาวส่งออกกล้วยเป็นอันดับที่ 2 ไปยังจีน อย่างไรก็ตามในปี 2560 การส่งออกกล้วยได้ลดลงเมื่อรัฐบาลลาวชะลอการพัฒนาพื้นที่ปลูกกล้วยขนาดใหญ่ และมีทีท่าที่จะเข้มงวดมากขึ้นเพราะเกิดปัญหาสารพิษในสวนกล้วย ส่งผลให้สวนกล้วยหลายแห่งไม่สอดคล้องกับมาตรการป้องกันด้านสิ่งแวดล้อมใหม่และถูกบังคับให้ปิดตัวลง

ปัจจุบัน พื้นที่การปลูกกล้วยทั้งหมดในลาวมีประมาณ 65,894 เฮกตาร์ ช่วงที่มีการส่งออกมากที่สุดจากลาวไปจีนคือช่วยเดือนธันวาคม และครึ่งปีแรก เจ้าของสวนกล้วยขนาดใหย่ในลาวเป็นนักลงทุนจีน

หลังปี 2554 มีการไหลเข้าของเงินลงทุนจากต่างประเเทศเป็นอย่างมาก เมื่อนักลงทุนจีนจำนวนมากหันไปสนใจพื้นที่อันอุดมสมบูรณและแรงงานราคาถูกในการปลูกกล้วย การลงทุนของจีนอันมหาศาลได้ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตเป็นอย่างมาก

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของลาวชื่นชมการลงทุนดังกล่าวว่าทำให้เกิดการจ้างงานและค่าแรงที่สูงขึ้นในทางภาคเหนือของลาว แต่ก็ยังโทษการขาดมาตรการที่จะอนุรักษ์ดินและการใช้สารกำจัดศัตรูพืชในปริมาณที่มากและต้นทุนสูงในการทำสวนกล้วย

ในปี 2559 รายงานจากวารสารสถาบันวิจัยเรื่องเพศแห่งชาติ พบว่า มีการใช้สารเคมีที่ไม่เหมาะสมและทำให้เกิดการเจ็บป่วยในแรงงานและมลพิษทางน้ำ รัฐบาลลาวได้แสดงความความรับผิดชอบด้วยการห้ามไม่ให้มีแปลงปลูกกล้วยใหม่ และแปลงเดิมที่ยังได้รับใบอนุญาตยังดำเนินการได้แต่ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงในการรักษาสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น อนาคตของการอุตสาหกรรมกล้วยของลาวและการส่งออกจึงยังไม่มีความแน่นอน

ที่มา http://www.producereport.com/article/china-driven-banana-boom-laos-faces-uncertain-future

Share.

Comments are closed.