เผยการลงทุนของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังสั่นคลอนจากกระแสสิ่งแวดล้อม บรรดาบริษัทจีนเจอกับข้อเรียกร้องด้านสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้นทั้งในประเทศจีนเอง และจากต่างประเทศ

0

 

เมื่อวันที่ 26 มีนาที่ผานมา  เว็บไซต์นิตยสาร นิคเคอิ เอเชียน รีวิว (Nikkei Asian Review) ของญี่ปุ่นนำเสนอบทความ “Greens take on China’s infrastructure projects in Southeast Asia” ซึ่งเขียนโดย MARWAAN MACAN-MARKAR, ผู้สื่อข่าวจากภูมิภาคเอเชีย ได้รายงานถึงสถานการณ์การลงทุนของจีนในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ว่าเริ่มมีการสั่นคลอน หลังการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมของทางภาคประชาชนผ่านทั้งการชุมนุม ประท้วงและการต่อสู้ในชั้นศาล

หนึ่งในการขับเคลื่อนภาคประชาชนด้านสิ่งแวดล้อมของไทยเกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงราย โดยภาคประชาชนและกลุ่มอนุรักษ์ได้ประสบความสำเร็จในการเรียกร้องให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระงับการซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนในประเทศลาว ที่ก่อสร้างโดยบริษัทต้าถัง (Datang Corporation) จากประเทศจีน ซึ่งเขื่อนดังกล่าวกำลังมีข้อพิพาทในเรื่องสิทธิการใช้แม่น้ำโขง ของประชาชนในพื้นที่ ทั้งในฝั่งไทยและฝั่งลาว โดยในกรณีนี้ นางสาวเพียรพร ดีเทศน์  ผู้อำนวยการฝ่าย รณรงค์ประจำประเทศไทย องค์การแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) กล่าวว่า ชุมชนในพื้นที่ได้ ส่งจดหมายถึงกฟผ. เพื่อให้มีการพิจารณาสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากเขื่อนปากแบง ซึ่ง การสร้างเขื่อนปากแบงที่กำลังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่นี้ จะส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก โดยขณะนี้มีคดีที่ชาวบ้านฟ้องเกี่ยวกับกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งศาลปกครองสูงสุดรับอุทธรณ์แล้ว

นอกเหนือจากเรื่องการชะลอการซื้อไฟฟ้าของไทยจากบริษัทจีนแล้ว การลุงทนของจีนอีกสองแห่ง ก็กำลังอยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน โดยโครงการของบริษัท China Communications Construction Company Second Harbor Consultant ที่ได้รับสัมปทานในโครงการปรับปรุงร่องน้ำเพื่อการเดินเรือพาณิชย์ (ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง)  เพื่อเปิดเส้นทางการเดินเรือให้กับเรือสินค้าขนาดใหญ่ ก็ถูกระงับเอาไว้เช่นกันในตอนนี้ หลังจากการพูดคุยระหว่างตัวแทนไทยกับจีน

สถานการณ์นั้นไม่ได้ต่างไปจากบริษัทของรัฐบาลจีนอย่าง บริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (China Ming Ta Potash Corporation)  ที่มีแผนลงทุนในเหมืองแร่โปแตส ที่จังหวัดสกลนคร โดยในโครงการนี้ได้รับการคัดค้านจากชาวบ้านในพื้นที่มากหมาย ที่กังวลถึงวิถีชีวิตที่จะเปลี่ยนไป โดยศตานนท์ ชื่นตา ตัวแทนกลุ่มรักอำเภอวานรนิวาส ได้กล่าวว่า “พวกเราจะเพาะปลูกและทำมาหากินกันได้ยังไง ถ้ามีเหมืองนี้มาตั้งอยู่หลังบ้านเรา”

การขับเคลื่อนของชาวบ้านแบบนี้เกิดขึ้นทั่วประเทศไทย ทั้งจากทางเหนือจนถึงทางใต้ โดยผลจากกรณีการขับเคลื่อนของทางใต้เห็นได้จากการที่นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของไทย ตกลงจะทบทวนรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ของโครงการโรงโฟฟ้าถ่านหินที่ จ.กระบี่ ทำให้โครงการนี้ที่มีทุนจีนคือ พาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น คอร์เปอเรชั่น ออฟ ไชน่า (China’s Power Construction Corporation) ร่วมกับทุนไทยคือ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ต้องเลื่อนออกไป ชี้ให้เห็นว่า เป็นการถอยหลังครั้งใหญ่ของการลงทุนจากจีนในประเทศไทย

เรื่องราวสถานการณ์การลงทุนของจีนแบบนี้ไม่เพียงแต่เกิดขึ้นเฉพาะในไทยเท่านั้น ในปี 2553 เต็ง เส่ง (Thein Sein) ประธานาธิบดีของประเทศเมียนมาในขณะนั้น ก็ได้ประกาศระงับการสร้างเขื่อนมิตส่ง (Myitsone Dam) ซึ่งจะเป็นเขื่อนที่จีนใช้เงินลงทุนมากที่สุดในประเทศพม่า การระงับโครงการดังกล่าวเกิดจากการเคลื่อนไหวและข้อกังวลของผู้คนท้องถิ่น  ซึ่งผลจากการระงับโครงการลงทุนขนาดใหญ่นี้ทำให้การทูตระหว่างพม่าและจีนยังคงอยู่ในสถานการณ์ไม่ดีนักจะผ่านมาแล้ว 6 ปีก็ตาม

 

ไม่แตกต่างไปจากกรณีของการลงทุนอีกสองแห่งในพม่าคือเขื่อนในแม่น้ำสาละวิน และเหมืองดีบุก ซึ่งได้ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลเมียนมาและชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ เช่นชาวไทใหญ่ที่ประท้วงให้ หยุดการสร้างเขื่อนเมืองโต๋น (Mong Ton Dam) บนแม่น้ำสาละวิน เพื่อปกป้องสัตว์ป่าและพื้นที่ป่าที่อุดมสมบรูณ์

แม้การลงทุนจากจีนจะได้รับการประท้วงและเกิดข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมมากมายจากชาวบ้านจากประเทศทั้งห้าในลุ่มน้ำโขง จนทำให้เกิดการหยุดและถ่อยร่นของการลงทุนจากจีน อย่างไรก็ตามข้อกังวลเหล่านี้ก็ยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในระดับนโยบายของจีนแต่อย่างใด เพียงแต่มีในการประชุมพรรคครั้งที่ 19 เมื่อปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีของจีน สี จิ้น ผิง ของจีนก็ได้มีการกล่าวถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมอยู่บ้าง

นาย โจว ฮอร์น พัธโนทัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและที่ปรึกษาด้านการลงทุนสำหรับบริษัทไทยและจีน กล่าวว่า “ผมได้เห็นประเด็นเรื่องการปกป้องสิ่งแวดล้อมในประเทศจีน จากที่เคยเป็นแค่เรื่องรบกวนใจเล็กๆน้อยๆ จนขยายเป็นหนึ่งในเรื่องใหญ่ที่สำคัญในประเทศจีน เพียงในช่วงไม่กี่ปีผ่านมา” และคาดหวังว่านักลงทุนจากจีนควรจะเริ่มทบทวนแนวทางการลงทุนใหม่

จากสถาณการณ์การเปลี่ยนแปลงทั้งจากภายนอกและภายในประเทศจีนเรื่องสิ่งแวดล้อมเองนั้น คงสะท้อนเห็นได้จากการที่นักลงทุนชาวจีนบนเขื่อนปากแบง ได้จัดการหาปรึกษาหารือกับประชาชน ในจังหวัดเชียงราย แม้ว่าการประชุมนั้นจะไม่ค่อยสำเร็จนักก็ตาม

Share.

Comments are closed.