ท่องเที่ยวเทรนด์ใหม่ สื่อต่างประเทศรายงานต่างชาติแห่เดินป่า-ผจญภัยในเขตพื้นที่สู้รบรัฐฉาน

0

สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า ในเขตพื้นที่ขัดแย้งซึ่งตั้งอยู่รอบนอกของเมืองสี่ป้อ ทางเหนือของรัฐฉาน กำลังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวปลายทางแห่งใหม่ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่รักการผจญภัยกำลังให้ความสนใจเข้ามาท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเดินป่า ปีนเขา และชมวิถีชีวิตชาวบ้าน แม้รู้ดีว่าเป็นพื้นที่สีแดง และตั้งอยู่ในเขตควบคุมของกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์

มีรายงานว่า การเดินทางไปยังในเขตพื้นที่ควบคุมของกลุ่มชาติพันธุ์จะต้องเดินเท้าเป็นเวลา 2 ชั่วโมงจากตัวเมืองสี่ป้อ ผ่านไร่ชา นาข้าว และป่าต้นปาล์ม โดยมีไกด์ท้องถิ่นนำทาง นักท่องเที่ยวหลายคนที่หันมาท่องเที่ยวยังเมืองเล็กๆ ที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักอย่างเมืองสี่ป้อต่างก็มีประสบการณ์เบื่อหน่ายกับแพ็คเก็จทัวท่องเที่ยวที่พุกามและทะเลสาบอินเล ขณะที่เมืองสี่ป้อมีประชากรเพียง 20,000 คน รอบด้วยภูเขาและมีแม่น้ำตู้ไหลผ่าน สถานที่รอบๆ ตัวเมืองสี่ป้อเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยือน แม้เป็นพื้นที่ขัดแย้งระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ด้วยกันเอง เช่น ระหว่างไทใหญ่กับปะหล่อง หรือระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์กับกองทัพพม่า

“ทหารเหล่านี้คือทหารของกองทัพรัฐฉาน” ไกด์ท่องถิ่นบอกกับกลุ่มนักท่องเที่ยว ระหว่างที่เดินทางมาถึงจุดตรวจแห่งหนึ่ง ผู้เขียน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ร่วมเดินทางได้บอกเล่า โดยการท่องเที่ยวไปยังในพื้นที่ควบคุมของสภากอบกู้รัฐฉาน/กองทัพรัฐฉาน (RCSS/SSA) ภายใต้การนำของเจ้ายอดศึกจะเป็นการเดินป่า ปีนเขา สัมผัสกับธรรมชาติเป็นเวลา 2 วัน โดยหลังจากผ่านจุดตรวจของทหารไทใหญ่แล้ว นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาถึงยังหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อว่า หมู่บ้านนามน (Nar Mon) มีบ้านเรือนไม่เกิน 20 หลังคาเรือนและใช้พลังงานไฟฟ้าจากแผงโซล่าเซลล์ ซึ่งเป็นพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวที่ชาวบ้านในพื้นที่นี้หามาได้


“ทหารหนุ่มกองทัพรัฐฉาน SSA ต่างจ้องมองมายังพวกเราอีกครั้ง แต่เมื่อพวกเขาเผยยิ้มให้ ทำให้บรรยากาศผ่อนคลาย ไม่นาน พวกเราทักทายพวกเขาด้วยภาษาไทใหญ่ ทหารเหล่านั้นบางคนจึงยอมให้เราถ่ายรูป” นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้าน Pankam ห่างจากเมืองสี่ป้อไปราว 20 กิโลเมตร เป็นอีกจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมักหยุดแวะพัก บ้านเรือนของผู้คนที่นี่ยังเป็นบ้านเรือนแบบท้องถิ่นดั้งเดิม และมีไวน์ข้าวไว้ให้แขกผู้มาเยือนได้ลองชิม อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในพื้นที่ก็ยังไม่สงบ ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ได้บอกกับกลุ่มนักท่องเที่ยวว่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันยังคงได้ยินเสียงปืนดังในหมู่บ้านใกล้ๆ ทหารปะหล่อง TNLA ยังคงออกมาต่อต้านทหารพม่าและทหารกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ เพื่อต้องการครอบครองหมู่บ้านเหล่านี้

เช่นเดียวกับเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทหารพม่าและทหารปะหล่องได้สู้รบกันจนเป็นเหตุให้มีประชาชนมากกว่า 1,200 คนต้องหนีออกจากเมืองจ้อกเม ห่างจากเมืองสี่ป้อไป 35 กิโลเมตร โดยทหารปะหล่องจะจับตัวชาวบ้านไปหากไม่แจ้งข่าวความเคลื่อนไหวของทหารไทใหญ่ RCSS/SSA ชาวบ้านเผย จากรายงานของทางการพม่า ได้เกิดเหตุสู้รบทางทหารในเขตเมืองสี่ป้อจำนวน 11 ครั้งเมื่อปี 2559 ขณะที่เมืองใกล้เคียงอย่างเมืองจ้อกเมและเมืองน้ำสั่น ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดได้เกิดเหตุปะทะกันถึง 90 ครั้ง และการลงนามหยุดยิงในพื้นที่นี้ก็ยังไม่มีเสถียรภาพ นอกจากนี้ยังพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า เขตควบคุมรอยต่อระหว่างกองทัพพม่าและกลุ่มชาติพันธุ์ยิ่งเกิดเหตุสู้รบบ่อยครั้ง

ดังนั้น เมื่อสอบถามถึงความปลอดภัยกับนักท่องเที่ยว ทางไกด์นำเที่ยวได้เปิดเผยว่า ทหารไทใหญ่ RCSS/SSA ต้องการที่จะปกป้องประชาชน ผืนแผ่นดินของพวกเขา และปกป้องนักท่องเที่ยวต่างชาติ การจะเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวจำเป็นจะต้องได้รับอนุญาตจากทหารไทใหญ่ RCSS/SSA เสียก่อน จากการเปิดเผยของไกด์นำเที่ยว การเข้ามาเยือนของนักท่องเที่ยวยังถือเป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่งให้กับกองทัพไทใหญ่ ทางด้านนักข่าวชาวอิตาเลียนอย่าง Michele Penna มองว่า ทั้งกองทัพพม่าและกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ไม่ได้มองว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นศัตรู โดยหากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับชาวต่างชาติ ทั้งสองฝ่ายก็จะได้รับความเสียหายอย่างหนักไปด้วย

อย่างไรก็ตาม Michele Penna กล่าวว่า นั่นไม่ได้หมายความว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติจะไม่ตกอยู๋ในอันตราย เนื่องจากเมื่อปี 2559 เคยเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันและไกด์นำเที่ยวของพวกเขาได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบระเบิดระหว่างที่เดินป่าในเขตเมืองจ้อกเม ดังนั้นจึงแนะนำให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะไปท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด โดยสามารถเช็คข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://tourism.gov.mm/ ที่แสดงรายละเอียดว่า พื้นที่ไหนที่นักท่องเที่ยวสามารถไปท่องเที่ยวได้ นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ tourismtransparency.org ที่เปิดเผยว่ามีพื้นที่ไหนบ้างในพม่าที่นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ควรไป

ด้านทางการอังกฤษได้ออกมาให้ข้อมูลว่า หากต้องการเดินทางไปยังเมืองสี่ป้อ ทางเหนือของรัฐฉาน ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางโดยรถยนต์ แต่ให้เดินทางโดยรถไฟแทน นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำว่า หากต้องการเข้าไปท่องเที่ยวแบบเดินป่าในพื้นที่ ให้เดินทางเป็นกลุ่มเล็กๆ และใช้บริการที่พักเป็นแบบโฮมสเตย์ ซึ่งจะเป็นการสร้างรายได้และสร้างผลประโยชน์ให้กับคนท้องถิ่นจริงๆ รวมถึงใช้บริการไกด์ท้องถิ่นที่มีความชำนาญในพื้นที่

ที่มา South China Morning Post
แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ

Share.

Comments are closed.