อียูเตรียมออกกฏหมายใหม่ห้ามผลิตพลาสติกใช้แล้วทิ้ง เผยวิจัยขยะท้องทะเลพบจาน-ช้อน-ก้านสำลีมากสุด แนะวิธีกำจัดขยะพิษ

0


เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2561 ที่ขัวศิลปะเชียงราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ได้มีการจัดนิทรรศการภูมิทัศน์ที่มีชีวิต อิง กก โขง ( “Living landscape art exhibition) ซึ่งได้มีการแสดงภาพเขียนของกลุ่มศิลปินในจังหวัดเชียงรายซึ่งได้ถ่ายทอดเรื่องราวลุ่มน้ำและวิถีชุมชน ทั้งนิเวศวัฒนธรรมและเรื่องราวความสัมพันธ์ของผู้คนที่หลากหลายที่อยู่ภายใต้ภูมิทัศน์ลุ่มน้ำเดียวกัน เพื่อสื่อสารให้เกิดความตระหนัก รับรู้และมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาร่วมกัน

นายเจอโรม พอนส์ ผู้แทนจากสหภาพยุโรป หรืออียู กล่าวว่า สหภาพยุโรปได้ให้ความสำคัญเรื่องสิ่งแวดล้อมโดยออกกฏใหม่มาเพื่อบังคับใช้ใน 28 ประเทศ โดย 1 ในนั้นคือการห้ามไม่ให้ใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เช่น จานหรือช้อนพลาสติก โดยอุปกรณ์เหล่านี้ห้ามทำออกมาอีก เช่นเดียวกับแก้วใส่เครื่องเดิมที่ใช้แล้วทิ้ง ขณะเดียวกันก็ออกกฏหมายบังคับภาคธุรกิจสำหรับอุตสหกรรมที่ผลิตสิ่งของต้องเสียใช้จ่ายโดยผู้ผลิตพลาสติกต้องนำสิ่งที่ผลิตร้อยละ 90 กลับมาใช้ได้ ที่สำคัญกฎหมายใหม่คือรัฐต้องให้ความตระหนักรู้กับอย่างต่อเนื่องประชาประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ภายในงานยังได้มีเสวนา “จากต้นสายถึงปลายน้ำกับการพัฒนาที่ยั่งยืนภายใต้ภูมิทัศน์ล่มน้ำเดียวกัน” โดยนายสมเกียรติ์ เขื่อนเชียงสา ตัวแทนภาคประชาสังคมลุ่มน้ำอิง-โขง กล่าวว่า ความอุดมย์สมบูรณ์ของธรรมชาติในภาคเหนือทำให้มีกลุ่มชาติพันธุ์มาอยู่กว่า 30 ชาติพันธุ์ โดยอดีตชาวบ้านไม่ต้องใช้สารเคมีช่วยเลย แต่เวลาผ่านไม่กี่ปีความอุดมสมบูรณ์เหล่านั้นลดลงอย่างมาก ถือว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการพัฒนาในเวลาไม่นาน

“แม่น้ำโขงมีความพิเศษของระบบนิเวศ ผ่านมาถึงบ้านเรากว่า 2 พันกิโลเมตร ไปจดถึงเขมร และเวียดนาม เช่นเดียวกับแม่น้ำกกและอิงที่เคยมีความอุดมสมบูรณ์ เพียงแต่เมื่อมีการพัฒนาเกิดขึ้นทำให้ระบบนิเวศเกิดความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ พื้นที่ป่าต้นน้ำได้รับผลกระทบจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวไม่กี่ชนิด เรื่องนี้ประชาชนต้องร่วมกันมองว่าอนาคตเราอยากเห็นสิ่งเหล่านี้อย่างไรหรือ เราควรทบทวนที่ได้กระทำต่อแม่น้ำและรักษาสิ่งที่ยังเหลืออยู่อย่างไร”นายสมเกียรติ กล่าว

นายเจอโรม พอนส์ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงกรณีที่อียูเตรียมออกกฏหมายใหม่เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมว่า กฎหมายดังกล่าวอยู่ระหว่างการรออนุมัติของสภาสหภาพยุโรปโดยคาดว่าจะมีผลบังคับใช้กับสมาชิก 28 ประเทศในเดือนพฤษภาคม 2562 โดยมุ่งเน้นไปที่ผู้ผลิตอุปกรณ์พลาสติกต่างๆที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ทั้งนี้ก่อนหน้านั้นได้เคยมีการทำวิจัยพบว่าขยะ 10 อันดับแรกที่พบในทะเลซึ่งคิดเป็นร้อยละ 80 ของปริมาณขยะที่พบ อาทิ จานพลาสติก ช้อนพลาสติก ถุงพลาสติก หลอดพลาสติก ก้านลูกโป่ง ก้านสำลี ดังนั้นในการออกกฏหมายใหม่จึงมุ่งควบคุมขยะเหล่านี้

“หลักการง่ายๆ คือใครเป็นผู้ก่อขยะ คนๆ นั้นก็ต้องเป็นผู้กำจัดขยะ ไม่ใช่ผลักภาระให้ผู้บริโภค ในยุโรป เราได้มีการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมตั้งแต่เด็กๆ และมีโฆษณาดีๆออกมาเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนใส่ใจสิ่งแวดล้อม”นายเจอโรมกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงการจัดการขยะพิษในยุโรปดำเนินการอย่างไร นายเจอโรมกล่าวว่า มีกฎหมายบังคับว่าขยะพิษประเภทใดควรนำไปไว้ที่ไหน เช่น ใครเอาแบตเตอรี่เก่าไปทิ้งฝังดินก็ถือว่าผิดกฎหมาย แต่จะมีที่ทิ้งขยะประเภทนี้ให้ และหากใครฝ่าฝืนจะจ่ายค่าปรับสูงมาก หรืออย่างกรณีขยะกระดาษที่ส่งขายไปประเทศจีน เราก็ต้องเดินทางไปตรวจสอบถึงต้นตอโรงงานว่ามีการนำไปผลิตใหม่จริงหรือไม่ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจอุตสหกรรม อย่างกรณีของประเทศฝรั่งเศสซึ่งมีเทคโนโลยีทำความสะอาดขยะนิวเคลียร์ ประเทศในสหภาพยุโรปก็จะส่งขยะประเภทนี้ไปยังฝรั่งเศส อย่างไรก็ตามสมาชิกบางประเทศก็ยังมีการส่งขยะพิษไปยังประเทศในอียูเช่นกัน

Share.

Comments are closed.