ไม่ฟังเสียงประชาชน รัฐบาล NLD อนุญาต 2 บริษัทเดินหน้าขุดถ่านหินในเมืองกึ๋ง ทางใต้รัฐฉาน แม้ชาวบ้านออกมาคัดค้านหลายครั้ง

0

ภาพประกอบโดย Sai Sarm

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง หลัง0จากล่าสุดทางรัฐบาล NLD ได้ออกใบอนุญาตให้ บริษัท Pyae Aung Hein และบริษัท Hein Mitter สามารถกลับไปประกอบกิจการขุดถ่านหินในเมืองกึ๋ง ทางตอนใต้ของรัฐฉานได้อีกครั้ง หลังจากที่ต้องหยุดชั่วคราวเพราะถูกชาวบ้านในพื้นที่ประท้วงอย่างหนักเมื่อปีที่แล้ว โดยรัฐบาล NLD ได้ระบุไว้ว่า ทั้งสองบริษัทจะต้องหาทางเจรจากับคนท้องถิ่นเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง

นายจายลินเมียต สมาชิกของรัฐบาลรัฐฉานและดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และไฟฟ้าได้เปิดเผยกับสำนักข่าวอิรวดีว่า ได้รับจดหมายแจ้งจากรัฐบาลกลางที่ได้ส่งถึงรัฐบาลรัฐฉานว่าได้อนุญาตให้ขุดถ่านหินในเมืองกึ๋ง แต่เรียกร้องให้บริษัทเจรจากับชาวบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง โดยได้รับจดหมายดังกล่าวเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งทั้งสองบริษัทเคยได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการขุดถ่านหินจากรัฐบาลเนปีดอว์เมื่อปี 2557 ในพื้นที่เมืองกึ๋ง ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอหลอยแหลม ทางใต้รัฐฉาน

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวไทใหญ่อย่าง SHAN เคยออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า โครงการขุดถ่านหินดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความเสียหายที่ไม่อาจแก้ไข้ให้กลับคืนมาได้ต่อพื้นที่ป่าต้นสน ภูเขา และพื้นที่เพาะปลูกทำกิน ที่ผ่านมาทั้งสองบริษัทต่างก็ถูกชาวบ้านต่อต้านหลายครั้ง เช่นเดียวกัน ส.ส.จากในพื้นที่ รวมถึงผู้นำชุมชนได้ส่งจดหมายไปยังรัฐบาลและรัฐสภาให้พิจารณาออกคำสั่งให้หยุดการทำถ่านหินในพื้นที่ โดยเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ชาวเมืองกึ๋งกว่า 4,000 คนได้ออกมาร่วมแรงประท้วงการขุดถ่านหินในเมืองบ้านเกิดของตน รวมถึงทำพิธีสาปแช่งบริษัทที่เข้ามาแสวงหาผลกำไรจากในเมืองกึ๋งด้วย

ทางด้านนายจายโลน นักการเมืองจากเมืองกึ๋งระบุว่า ได้ทราบข่าวว่า ทางบริษัทที่จะมาขุดถ่านหินจะเข้ามาเจรจากับชาวบ้าน โดยเฉพาะกับผู้นำพระสงฆ์ “ผมมองว่า ประชาชนจะไม่ยอมรับบริษัทขุดถ่านหิน ถึงแม้จะได้รับอนุญาตจากรัฐบาลกลางให้กลับมาขุดถ่านหินในเมืองของเราได้แล้วก็ตาม บริษัทควรที่จะออกจากพื้นที่ไป นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุด” เขากล่าว

ส่วนนายจายฉ่วยเต็ง สมาชิกอาวุโสของพรรค NLD ในเมืองกึ๋งระบุว่า ถึงแม้จะมองไม่เห็นข้อดีที่บริษัทขุดถ่านหินจะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ แต่ก็มีความจำเป็นที่จะต้องทำให้มีความโปร่งใส “มีทั้งส.ส.จากพรรคการเมืองและผู้นำชุมชนในเมืองกึ๋งที่บริษัทประกอบกิจการขุดถ่านหินจะต้องหาทางเจรจาด้วยกับคนเหล่านี้ หากมีความโปร่งใส คนพื้นที่ชาวไทใหญ่คงไม่เรียกร้องให้พวกเขาออกไปจาก”เขากล่าว

นายจายฉ่วยเต็งยังมองว่า บริษัทเหล่านี้จำเป็นจะต้องแบ่งรายได้จากการทำเหมืองให้กับชุมชน ตลอดจนสนับสนุนโครงการด้านสุขภาพและการศึกษา และสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ดีขึ้นให้กับคนท้องถิ่น โดยยังแนะให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อสังเกตการณ์และติดตาม ว่าบริษัทได้กระทำส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือทำให้ดีขึ้นตามที่สัญญาไว้หรือไม่ เป็นต้น

ทั้งนี้ พื้นที่ทำเหมืองอยู่บนต้นน้ำของแม่น้ำที่หล่อเลี้ยงชาวเมืองกึ๋ง ซึ่งชาวบ้านได้แสดงความกังวลว่าจะส่งผลกระทบการทำเกษตรกรรมในพื้นที่และสุขภาพของคนในพื้นที่ อีกทั้งพื้นที่ทำแหมืองก็อยู่ไม่ไกลจากชุมชน และการเข้ามาทำถ่านหินในเมืองกึ๋งเริ่มส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว เช่น ป่าไม้เป็นจำนวนมากถูกตัดโค่น ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน โดยมีรายงานว่า บริษัทได้รับอนุญาตให้ทำถ่านหินกินพื้นที่ 2,500 ไร่

ที่มา Irrawaddy/Tai Freedom

แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ

Share.

Comments are closed.