“เจ้าคุณนิมิตร”ได้บัตรประชาชนแล้ว เปิดใจถึงสาเหตุสวมบัตรชื่อคนอื่น ระบุยอมรับกติกาผลของคดี ผู้ใหญ่บ้านเผยคนเฒ่าในอ.แม่อายอีกหลายสิบถูกลืม

0


เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 ที่ว่าการอำเภอแม่อาย อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการเรียกสอบพยานบุคคลเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพิ่มเติมกรณีที่พระราชรัชมุนี(เจ้าคุณนิมิตร)เจ้าอาวาสวัดสวนดอก และเจ้าคณะอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ยื่นขอสัญชาติไทยภายหลังจากพบว่าเป็นคนไทยตกหล่นและถูกดำเนินคดีในข้อหาสวมสิทธิ์บัตรประชาชนผู้อื่น ซึ่งได้มีญาติพี่น้องและเครือญาติของเจ้าคุณนิมิตร ผู้ใหญ่บ้านและพระมหานิคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสอารามหลวงวัดท่าตอน มาร่วมเป็นสักขีพยาน

นายสิทธิศักดิ์ อภิกุลชัยสุทธิ นายอำเภอแม่อาย กล่าวว่าครั้งนี้เป็นการเอาพยานบุคคลและผลการตรวจดีเอ็นเอมายืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเจ้าคุณนิมิตรซึ่งผลการตรวจดีเอ็นเอพบว่าตรงกับพี่น้องทุกคนซึ่งมีบัตรประชาชนหมดแล้ว ดังนั้นการทำบัตรประชาชนเจ้าคุณนิมิตรจึงไม่มีปัญหาอะไรเพราะเป็นคนไทยมาตั้งแต่เกิดเนื่องจากเกิดในแผ่นดินไทย แต่สาเหตุที่ล่าช้าและต้องรอถึงวันนี้เพราะต้องรอหลักฐานต่างๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องคดีความที่ท่านเจ้าคุณนิมิตรถูกกล่าวหาว่าสวมสิทธิ์ผู้อื่นจะส่งผลกับการทำบัตรประชาชนหรือไม่ นายสิทธิศักดิ์กล่าวว่าประเด็นนี้ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังกรมการปกครองและได้รับคำตอบว่าเป็นคนละเรื่องกัน โดยเรื่องคดีความก็ต้องว่ากันไปซึ่งทราบว่าเรื่องถึงชั้นอัยการและได้มีการขอหลักฐานเพิ่มเติม

“ที่แม่อายยังมีปัญหาเรื่องสถานะบุคคลอยู่มาก แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของพื้นที่เขตชายแดน ตอนนี้ที่เป็นปัญหาเยอะคือเด็กเกิดใหม่ในประเทศไทยที่มีพ่อแม่เป็นคนต่างด้าว เราพยายามให้ความช่วยเหลือสำหรับคนที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย ซึ่งได้ดำเนินการให้ไปแล้วกว่า 400 คน ต้องยอมรับว่าคนสองฝั่งเขาเป็นเครือญาติกัน จึงมีการเคลื่อนย้ายกันไปมา บางคนเข้ามาทำงานชั่วคราว ปัญบางคนมาอยู่นานหน่อย สิ่งเหล่านี้เราต้องจัดการให้ดี” นายอำเภอแม่อายกล่าว

ด้านพระมหานิคม กล่าวว่าปัญหาเรื่องสถานะบุคลของชาวแม่อายที่ยังเกิดอยู่เสมอเนื่องจากในหลายประเด็นยังเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจึงจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้ดุลพินิจหรือวิจารณญาณให้ถ่องแท้ เพราะมิฉะนั้นปัญหาก็วนเวียนกลับมาอีก ดังนั้นควรมีการวางมาตรฐานให้ชัดเจน ที่สำคัญภาครัฐกับชาวบ้านต้องร่วมกันหาทางออก เพราะบางครั้งเจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่เข้าใจบริบทอื่น เช่น ชาวบ้านเชื้อสายไทยใหญ่ที่เข้ามามีทั้งรุ่นเก่า รุ่นกลางและรุ่นใหม่ ดังกรณีของเจ้าคุณนิมิตรซึ่งมารดาเป็นคนไทยและบิดาเป็นคนไทยใหญ่ในรุ่นเก่า ซึ่งคนรุ่นนี้ควรได้รับสัญชาติไทยหมดแล้ว เช่นเดียวกับคนล้านนา ส่วนคนไทยใหญ่รุ่นกลางที่อพยพเข้ามาก็ได้สัญชาติแล้วบ้าง ไม่ได้บ้าง

“คนที่อพยพเข้ามาในรุ่นเก่าอายุเยอะหรือเสียชีวิตไปแล้ว ลูกหลานของเขาไม่ควรเจอปัญหาแบบเจ้าคุณนิมิตรอีก เราไม่อยากเห็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะสามารถแก้ที่ต้นเหตุได้ เพียงแต่ภาครัฐต้องมีความชัดเจนว่ามองคนอย่างไร และคนที่ส่งมาอยู่มีความรู้พื้นฐานหรือข้อมูลแท้จริงหรือไม่”พระมหานิคม กล่าว

ขณะที่นายพัฒนพงษ์ อินทะนะ ผู้ใหญ่บ้านร่วมไทย อำเภอแม่อาย กล่าวว่าในชุมชนแม่อายยังมีชาวบ้านประสบปัญหาเรื่องสัญชาติอีกมาก โดยเฉพาะคนที่อยู่มานาน เช่น อพยพมาเมื่อ 50-60 ปีที่แล้ว แต่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทยทั้งๆที่ลูกหลานได้บัตรประชาชนกันหมดแล้ว คนเฒ่าเหล่านี้อายุ 80-90 ปีแต่กลับเดินทางไปเยี่ยมหาลูกหลานที่ทำงานอยู่ต่างถิ่นไม่ได้ เพราะไปก็ถูกตำรวจจับ ความช่วยเหลือต่างๆจากภาครัฐก็เข้าไม่ถึง เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ โดยในชุมชนมีคนเฒ่าคนแก่ลักษณะนี้ไม่น้อยกว่า 40-50 คน ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ก็ไม่มีหน่วยงานใดมาเหลียวแล เพราะคนเฒ่าเหล่านี้ไม่มีหลักฐานที่ทางการต้องการเอามายืนยัน

ด้านพระราชรัชมุนีหรือเจ้าคุณนิมิตร กล่าวรู้สึกดีใจที่การสืบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นเพราะจะได้มีเวลาทำงานเพื่อส่วนรวมต่อไป โดยการสืบครั้งนี้ต้องใช้เวลาในการเตรียมการรวบรวมพยานอยู่นาน ซึ่งถือว่าเป็นการได้บัตรประชาชนครั้งแรก ทั้งนี้เกิดและเติบโตในประเทศไทยและเรียนหนังสือในประเทศไทย สาเหตุที่ไม่ได้ทำบัตรประชาชนเพราะหลังจากเรียนจบก็มุ่งสอนหนังสือเพียงอย่างเดียวเหมือนกับร้อนวิชาเนื่องจากอาศัยอยู่ในพุทธศาสนาก็ต้องตอบแทนจึงไม่สนใจเรื่องอื่น

“ตอนนั้นเมื่อมีผู้หวังดีนำมาเสนอให้เราใช้ชื่อนั้นชื่อนี้ เราไม่เข้าใจและทำตามคำแนะนำของเขา สาเหตุหนึ่งเพราะคิดว่าจะสอนหนังสืออยู่แถวนี้ คงไม่ได้ไปไหน อย่างอื่นก็ไม่จำเป็น และเราต้องรีบสร้างบุคลากร”พระราชรัชมุนี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าคิดอย่างไรกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เจ้าคุณนิมิตรกล่าวว่า “ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ให้บทเรียนสำคัญกับอาตมา และให้พัฒนาตัวเองเพื่ออยู่ในสังคมต่อไป อาตมาไม่ได้โกรธอะไร การออกมาพูดจึงทำให้ได้พิสูจน์สัญชาติ มิเช่นนั้นก็ยังครึ่งๆกลางๆ ”

เมื่อถามอีกว่าหากผลของคดีออกมาในทางลบจะมีผลต่อสมณเพศหรือไม่ พระราชรัชมุนี กล่าวว่า “ ให้เป็นไปตามกฏกติกาของสังคมซึ่งอาตมายอมรับได้ทุกอย่าง เป็นไปตามโลกธรรม เมื่อมีลาภก็มีเสื่อมลาภ มีสรรเสริญก็มีนินทา”

Share.

Comments are closed.