กองทัพพม่าและกองทัพรักษาชายแดน BGF กว่า 50 นาย ยึดฐานที่มั่นกองทัพรัฐมอญ NMSP ในเมืองไจ้ก์มะยอ แต่ไม่มีรายงานเหตุปะทะ

0


สื่อของมอญและสื่อพม่ารายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา กองทัพพม่าและกองกำลังรักษาชายแดนกะเหรี่ยง (Border Guard Force – BGF) ได้เข้ามายึดฐานที่มั่นของกองทัพมอญ หรือพรรครัฐมอญใหม่ New Mon State Party (NMSP) ในหมู่บ้านคะนาโล ในเมืองไจ้ก์มะยอ มีรายงานด้วยว่า ทางกองทัพพม่ายังได้ทำลายเสาธงชาติของมอญ โดยฐานที่มั่นดังกล่าวมีทหารมอญประจำอยู่ราว 10 นาย ซึ่งได้ไหวตัวทันและชิงหนีไปก่อน จึงไม่มีเหตุปะทะสู้รบ อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า เหตุใดทางกองทัพพม่าได้ยึดครองฐานที่มั่นของมอญ ทั้งนี้ มอญ NMSP เป็นกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์อีกกลุ่มที่เพิ่งลงนามหยุดยิงแห่งชาติกับรัฐบาลพม่าไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2555 การเจรจาระหว่างกองทัพพม่าและมอญนั้นได้มีข้อตกลงที่จะให้จัดตั้งฐานที่มั่นของมอญได้ที่จุดบริเวณที่ชื่อว่า เป็น เหน่ เถ่า ซึ่งห่างจากหมู่บ้านคะนาโลไปประมาณ 16 กิโลเมตร แต่ทางมอญได้ตั้งฐานที่มั่นในหมู่บ้านแทน โดยชาวบ้านเปิดเผยจากข้อมูลที่ได้รับมาจากกองทัพพม่าว่า เหตุที่ทหารพม่ามาดำเนินการกวาดล้างและยึดฐานที่มั่นของกองทัพมอญ เนื่องจากไม่อนุญาตให้กองทัพมอญตั้งฐานที่มั่นในชุมชน โดยระบุจะต้องตั้งฐานที่มั่นไว้ในป่าเท่านั้น มีรายงานด้วยว่า ทหารพม่าสามารถยึดเครื่องแต่งกายทหาร NMSP และกระสุนปืนได้จำนวนหนึ่งที่ฐานดังกล่าว ด้านเจ้าหน้าที่ทหารของ NMSP ยืนยันเป็นเรื่องจริงแต่ยังไม่มีการร้องเรียนในเรื่องนี้แต่อย่างใด

ทั้งนี้ หมู่บ้านคะนาโล มีบ้านเรือนจำนวน 420 หลังคาเรือนและประชากรอาศัยอยู่ราว 1,900 คน โดยฐานแห่งนี้จัดตั้งขึ้นมาเป็นเวลากว่า 3 ปี กองทัพมอญ NMSP ได้ลงนามหยุดยิงกับกองทัพพม่าเมื่อวันที่ 13 เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางด้านสำนักข่าวไทใหญ่อย่างเว็บไซต์ข่าวป๋างโหลงเคยได้วิเคราะห์เอาไว้ว่า เหตุที่มอญตัดสินใจลงนามหยุดยิงมีอยู่หลายสาเหตุ ยกตัวอย่างเช่น หากทางพรรครัฐมอญใหม่ยังคงมีท่าทีเหมือนเช่นที่ผ่านมาจะทำให้ประสบความยากลำบากยิ่งขี้นในอนาคต และเมื่อเร็ว ๆ นี้ทางกองทัพพม่าได้เข้าไปตรวจสอบโรงเรียนแห่งชาติมอญที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ควบคุมของพรรครัฐมอญใหม่เหมือนเป็นการกดดันอีกฝ่าย

อีกทั้งที่ผ่านมา พรรครัฐมอญใหม่ยังมีปัญหากระทบกระทั่งกับทางกลุ่มติดอาวุธกะเหรี่ยงอย่าง KNU จึงคล้ายกับว่า พรรครัฐมอญใหม่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก จึงต้องลงนามหยุดยิงในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังวิเคราะห์อีกว่า คนมอญเป็นจำนวนมากได้กลายเป็นคนพม่าไปแล้ว และอีกสาเหตุที่คนมอญอาศัยอยู่กระจัดกระจาย ไม่เฉพาะแต่ในรัฐมอญเท่านั้น แต่ยังพบคนมอญอาศัยอยู่ในหลายพื้นที่ทางตอนกลางของประเทศ เช่น เขตอิรวดี เขตมะเกว เขตย่างกุ้ง ทำให้คนมอญไม่สามารถรวมตัวกันได้เป็นปึกแผ่น และส่งผลกระทบในการสนับสนุนกองทัพมอญในท้ายที่สุด สอดคล้องกับผู้นำมอญบางส่วนที่มองว่า การตัดสินใจลงนามครั้งนี้เชื่อว่า มอญจะได้เปรียบทางการเมือง และถึงแม้หากทุกอย่างจะไม่เป็นดังที่มอญหวัง แต่ทางมอญยังเชื่อว่าสามารถหันกลับมาจับปืนต่อสู้ได้อีกครั้ง

แต่อีกกระแสหนึ่งมีรายงานว่า เหตุที่มอญลงนามหยุดยิงเนื่องจากผู้นำมอญมีทรัพย์สินจำนวนมากในรัฐมอญจึงไม่ต้องการกลับไปลงสนามรบ นอกจากนี้เผชิญกับปัญหากำลังพลขาดแคลน ไม่สามารถต่อกรกับทหารพม่าในยามศึก ถึงแม้จะมีตัวเลขทหารมอญอยู่คร่าวๆ จำนวน 1,500 นาย แต่ทหารส่วนใหญ่ได้แยกจากกองทัพกลับไปอยู่กับครอบครัว จึงอยู่ในสถานการณ์ไม่พร้อมรบ อีกทั้งยังวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่มอญลงนามหยุดยิงเพราะความสิ้นหวังหลังสภาสหพันธรัฐแห่งสหภาพ (United Nationlities Federal Council : UNFC) ได้ล่มสลายลง หลังทางกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์หลายกลุ่มที่เคยเป็นสมาชิกได้ทยอยออกจากกลุ่ม เช่น กะเหรี่ยง KNU ไทใหญ่ SSPP/SSA เป็นต้น และหลังจากมอญและลาหู่ได้ลงนามหยุดยิงกับพม่า ขณะนี้ UNFC ก็เหลือแค่คะเรนนี KNPP และกลุ่มยะไข่ ALP เท่านั้น ก่อนหน้านี้มี 12 กลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกของ UNFC

ที่มา Mon News Agency/Irrawaddy
แปลและเรียบเรียงโดย สำนักข่าวชายขอบ

Share.

Comments are closed.