รัฐบาลลาวเชิญผู้เชี่ยวชาญสากลร่วมตรวจสอบสาเหตุของเขื่อนแตก

0

ภาพจาก https://www.facebook.com/idsalapage

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2561 สำนักข่าวเวียงจันทน์ไทม์ รายงานว่า รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่ เตรียมเชิญผู้เชี่ยวชาญสากลเข้าร่วมการตรวจสอบกรณีเขื่อนดิน D ของเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกและส่งผลกระทบหนักต่อประชาชนในเมืองสนามไซย แขวงอัตตะปือ

ดร.ดาววง โพนแก้ว อธิบดีกระทรวงพลังงานและบ่อแร่และเป็นหัวหน้าคณะกรรมการตรวสอบ กล่าวว่า กระบวนการตรวจสอบต้องเกิดขึ้นเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถยืนยันได้ว่ากระบวนการตรวจสอบจะเสร็จเมื่อไหร่ ทั้งนี้ภายใต้ข้อตกลงในการแต่งตั้งคณะกรรมการ ที่แต่งตั้งเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2018 ที่ผ่านมา กระบวนการตรวจสอบจัดตั้งขึ้นร่วมกับบริษัทผู้พัฒนาโครงการ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงรายหนึ่งกล่าวว่า รัฐบาลได้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญจากออสเตรเลียและแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาเพื่อค้นหาสาเหตุหลักของเขื่อนที่แตกในครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าการเชิญผู้เชี่ยวชาญสากลเข้าร่วมจะหลีกเลี่ยงข้อครหาความลำเอียงและเพื่อความยุติธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน

ดร.ไซยปะเสิด พมสุพา ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจพลังงานของกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ กล่าวว่า ประเทศลาวมีกฎหมายมาตรฐานด้านเทคนิคและความปลอดภัย ที่ผู้พัฒนาโครงการด้านพลังงานไฟฟ้าในประเทศต้องปฏิบัติตาม ซึ่งประเด็นสำคัญที่คณะกรรมการและผู้เชี่ยวชาญสากลต้องดูว่า บริษัทผู้พัฒนาโครงการนั้นปฏิบัติตามกฎหมายด้านมาตรฐานเทคนิคและความปลอดของลาวหรือไม่

เขากล่าวอีกด้วยว่า กฎหมายด้านมาตรฐานเทคนิคและความปลอดภัยของลาวครอบคลุมทุกด้าน โดยได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญสากลหลายประเทศรวมทั้งญี่ปุ่น รวมถึงประเด็นที่สาธารณะอยากให้รัฐบาลตรวจสอบ ถ้าผู้สร้างเขื่อนไม่ติดตั้งระบบเตือนภัยในการปฏิบัติ ตลอดระยะเวลา 6 วันที่ผ่านมา มีการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตจำนวนมากที่เมืองสนามไซย แขวงอัตตะปือ ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ชาวบ้านไม่ไดรับการแจ้งเตือนที่เหมาะสมและการสั่งอพยพไม่ทันการทำให้ต้องติดในภาวะน้ำท่วม ปัจจุบันนยังมีจำนวนผู้สูญหายนับร้อย และไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่

ขณะที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในอัตตะปือแถลงว่า มีความยากลำบากที่จะเข้าไปยังพื้นที่น้ำท่วม เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นและมีโคลนตมหนาซึ่งเรือเข้าไม่ถึง มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าเพราะไม่มีระบบแจ้งเตือนและสั่งการอพยพที่ไม่เหมาะสมทำให้ชาวบ้านเตรียมการและหนีไม่ทัน ก่อนที่น้ำจะพัดบ้าน พังเสียหาย
ที่มา http://www.vientianetimes.org.la/sub-new/Business/Business_International.php

Share.

Comments are closed.