วอนรัฐบาลตั้งชุดเฉพาะกิจพิสูจน์กระดูกแรงงานประมงไทยกลับบ้านเกิด หลังปล่อยทิ้งร้างไว้บนเกาะในอินโดนีเซีย LPN เตรียมระดมทุนนำร่อง เผยยังมีหลุมฝังศพอีกนับร้อยบนเกาะต่างๆ

0


เมื่อวันที่ 14 กันยายน นายสมพงค์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 16 กันยายน ได้จัดแถลงข่าว “พาลูกเรือกลับบ้าน” ขึ้น ณ ห้อง Friend of Bacc ชั้น 6 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ในเวลา 12.00-17.00 น. เนื่องด้วย ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือลูกเรือประมง (SAC) กลุ่มสหภาพลูกเรือประมงไทยและข้ามชาติ (TMFG) มูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) จัดให้มีโครงการภารกิจพิเศษ “พาลูกเรือกลับบ้าน” หลังจากในปี 2558 รัฐบาลไทย ได้ให้การช่วยเหลือลูกเรือประมงไทยในประเทศอินโดนีเซีย ที่เคยถูกหลอกลงเรือประมง ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และส่วนหนึ่งตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน จำนวนกว่า 1,500 คนให้ได้กลับประเทศไทย โดยในจำนวนนี้ มีนายสมเกียรติ สีเมืองโข ที่ได้ติดต่อกับครอบครัวเพื่อขอให้ช่วยประสานงานนำกลับประเทศไทย แต่ไม่ทันจะได้รับการช่วยเหลือ นายสมเกียรติ ได้เสียชีวิตอย่างปริศนา

นายสมพงค์กล่าวว่า ครอบครัวจึงขอให้มีการตรวจพิสูจน์อัตตลักษณ์บุคคล เพื่อยืนยันว่าศพที่เสียชีวิตคือ นายสมเกียรติ เนื่องจาก นายสมเกียรติ เสียชีวิตในชื่อชาวกัมพูชา โดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงจาการ์ตา ได้ประสานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติของอินโดนีเซียและสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ของไทย ตรวจพิสูจน์ DNA ซึ่งผลยืนยันว่าเป็นนายสมเกียรติ ชาวไทย จริง ครอบครัวจึงร้องขอให้มีการนำกระดูกของนายสมเกียรติ กลับมาทำพิธีทางศาสนา แต่ด้วยกระบวนการที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ทำให้ล่าช้ามากว่า 3 ปี จนล่าสุดแม่ของนายสมเกียรติ ที่มีโรคหัวใจเริ่มอายุมาก จึงอยากให้นำกระดูกของนายสมเกียรติ กลับประเทศไทยโดยเร็ว

“ทำไมต้องพาเขากลับบ้าน ทั้งๆ ที่มีแค่ร่างที่ผุพังไร้ชีวิต เพราะการปฏิบัติการที่ผ่านมาคือการนำพา แรงงานลูกเรือประมงไทย เมียนมาร์ กัมพูชา และลาวในเกาะอัมบล ตวล และเบนจิน่ากลับบ้านเกิดขณะที่มีชีวิตอยู่ แต่ครั้งนี้ เป็นภารกิจที่สำคัญและมีมูลเหตุต่อเนื่อง เพราะ มารดา ญาติพี่น้องและลูกสาวมีความประสงค์อยากให้ลูกเรือที่เสียชีวิต นำกระดูกกลับบ้านเพื่อนำมาบำเพ็ญกุศล ณ บ้านเกิด”นายสมพงค์ กล่าว

นายสมพงค์กล่าวว่า คณะทำงานจึงต้องมีการเปิด โครงการภารกิจพิเศษ “พา ลูกเรือ กลับบ้าน” เพื่อระดมทุน จากผู้มีจิตศรัทธา บริจาคเพื่อสนับสนุนการดำเนินการนำ “กระดูก” ลูกเรือประมงที่เสียชีวิตกลับมายังบ้านเกิด เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศล โดยจะมีการเดินทางไปที่ประเทศอินโดนีเซียในวันที่ 24 – 30 กันยายน 2561 และนำกระดูกไปบำเพ็ญกุศลที่ จ.สุรินทร์ ระหว่างวันที่ 1-6 ตุลาคม 2561 และมอบให้เป็นทุนการศึกษาให้กับลูกของนายสมเกียรติ สีเมืองโขด้วย และเป็นการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากการตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์

นายชัยรัตน์ ราชปักษี อดีตแรงงานประมงไทยที่ถูกบังคับให้ทำงานบนเรือประมงในอินโดนีเซีย กล่าวว่า แม้ตนและเพื่อนๆนับร้อยคนได้รับความช่วยเหลือกลับมาเมื่อ 3 ปีก่อน แต่หลายคนยังไม่ได้การเยียวยาและตกอยู่ในอาการหวาดผวา บางคนยังไร้อาชีพ และอีกจำนวนหนึ่งยอมกลับไปรับจ้างเป็นลูกเรือประมงอีกครั้งเพราะไม่มีหนทางไปเนื่องจากถูกบังคับและกักตัวให้ทำงานอยู่บนเรือประมงนานจนพ่อแม่เสียชีวิตและครอบครัวแตกกระสานซ่านเซ็น เพียงแต่การลงเรือประมงครั้งนี้อยู่ในน่านน้ำไทย แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องค่าจ้างและสวัสดิการ

“หลังจากที่ผมกลับมา ทาง LPN ได้เรียกร้องให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างตามกฎหมาย แต่ในเรื่องคดีที่นายจ้างทำผิดกฎหมายในข้อหาค้ามนุษย์เพราะได้มีการบังคับขู่เข็ญ ตัวผมเองก็ถูกกักขังอยู่ถึง 3 เดือน ตอนแรกก็มีตำรวจมาสอบถาม แต่ตอนหลังเรื่องก็เงียบหายไป เขาทำผิดกฎหมายทั้งเรื่องการหลอกลวง การจ่ายค่าจ้าง แต่กลับไม่มีการดำเนินดคีใดๆ” นายชัยรัตน์ กล่าว

นายชัยรัตน์ซึ่งได้รวมตัวกับแรงงานประมงจัดตั้งกลุ่มสหภาพลูกเรือประมงไทยและข้ามชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีหลุมฝังศพของแรงงานประมงอีกหลายร้อยหลุมอยู่ตามเกาะต่างๆในอินโดนีเซียที่กำลังรอการพิสูจน์โดยจำนวนนี้มีกระดูกของลูกเรือประมงไทย ซึ่งบางรายญาติพี่น้องได้มาร้องกับ LPN ว่าให้ช่วยตามหาลูกชายที่ไปเป็นแรงงานประมงในอินโดนีเซียแล้วหายไป แต่ผ่านมาแล้ว 3 ปีกลับไม่มีการพิสูจน์ ซึ่งรัฐบาลควรตั้งชุดเฉพาะกิจขึ้นมาตรวจสอบ เพราะลำพังให้บางหน่วยงานดำเนินการก็อาจไม่สำเร็จเนื่องจากบางหน่วยงานเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการหลอกลวงแรงงานไปลงเรือประมงในครั้งนี้

“อย่างกรณีของคุณสมเกียรติ สีเมืองโข ในซีแมนบุ๊ค (หนังสือคนประจำเรือ)ระบุว่าเขาเป็นชื่อคนกัมพูชา ทำให้เขาไม่สามารถกลับประเทศไทยได้ และเสียชีวิตก่อนที่จะได้กลับบ้าน แต่ในที่สุดผลตรวจดีเอ็นเอออกมาชัดเจนแล้วว่า เขาคือคุณสมเกียรติ ไม่ใช่แรงงานกัมพูชา”นายชัยรัตน์ กล่าว
//////////////////

Share.

Comments are closed.