ปิดตำนานผู้เฒ่ากะเหรี่ยงป่าแก่งกะจาน “ปู่คออี้”สิ้นลม-คืนร่างสู่ป่าใหญ่ด้วยวัย 107 ปี

0


เมื่อเวลา 04.14 น.วันที่ 5 ตุลาคม 2561 นายโคอิ มีมิ หรือ “ปู่คออี้” ผู้อาวุโสชาวกระเหรี่ยงแห่งบ้านบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี ด้วยโรคปอดติดเชื้อ โดยปู่คออี้ถูกนำตัวส่งโรงพยายาลแก่งกระจานตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนเนื่องจากไม่สามารถทานอาหารได้และไม่รู้สึกตัว ต่อมาได้ถูกส่งต่อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระจอมเกล้าในคืนวันเดียวกัน โดยแพทย์วินิจฉัยว่าปอดติดเชื้อและมีอาการหายใจช้า จนกระทั่งเมื่อเวลา 04.14 น. ปู่คออี้ได้สิ้นลมอย่างสงบ

ปู่คออี้เป็นชาวกะเหรี่ยงเกิดเมื่อพ.ศง2454 ที่บริเวณป่าใหญ่ที่เรียกว่าใจแผ่นดินซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่างจังหวัดเพชรบุรีและราชบุรี โดยชีวิตในวัยหนุ่มได้เป็นพรานซึ่งมีฝีมือดีคนหนึ่งในผืนป่าแก่งกระจาน นอกจากล่าสัตว์มาขายเลี้ยงชีพในยุคก่อนแล้ว ยังเป็นคนนำทางพานักท่องไพรจากกรุงเทพฯที่นิยมการเที่ยวป่า-ล่าสัตว์เมื่อครั้งก่อนที่จะมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่าออกมาบังคับใช้ ก่อนที่ปู่คออี้จะยุติการเป็นพรานในเวลาต่อมา

ปู่คออี้และชาวบ้านบางกลอยดำรงวิถีชีวิตชาวกระเหรี่ยงอยู่ในป่าใหญ่อย่างมีความสุขมายาวนาน โดยหมู่บ้านแห่งนี้เป็นหมู่บ้านดั้งเดิมที่อยู่มานับร้อยปี จนกระทั่งได้มีการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเมื่อปี 2524 และในปี 2539 อุทยานฯได้มีการบังคับย้ายชาวบ้านบางกลอย 57 ครอบครัวซึ่งอยู่ในป่าใหญ่บริเวณใจแผ่นดินมาอยู่ที่บ้านโป่งลึก(ต่อมาเรียกว่าบ้านบางกลอยล่าง) แต่ปู่คออี้และชาวบ้านอยู่ได้ไม่นานก็ต้องหนีกลับไปอยู่ที่เดิม เพราะพื้นที่แห่งใหม่ที่อุทยานฯย้ายชาวบ้านมานั้น ไม่สามารถทำมาหากินได้ ที่สำคัญคืออุทยานฯไม่สามารถจัดสรรที่ทำกินได้ตามสัญญา

ต่อมาในปีจนกระทั่งปี 2554 อุทยานฯได้เปิดยุทธการตะนาวศรี ผลักดันปู่คออี้และชาวบ้านบางกลอยทั้งหมดลงมาไว้ข้างล่างอีกครั้ง โดยได้มีการเผาที่พักและยุ้งฉางของชาวกะเหรี่ยง พร้อมทั้งกล่าวหาว่าเป็นชนกลุ่มน้อยจากฝั่งพม่าที่พัวพันยาเสพติด อย่างไรก็ตามในการอพยพครั้งนี้ ทางการต้องสูญเสียมากมายเนื่องจากเฮลิคอปเตอร์ตกถึง 3 ลำในเวลาไล่เลี่ยกัน โดยในวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 เฮลิคอปเตอร์แบบฮิวอี้ตกลงไปในบริเวณตะเข็บชายแดน พบศพผู้เสียชีวิต 5 นาย ซึ่งต่อมา ในวันที่ 18 กรกฎาคม ทางกองทัพบกไทยได้ส่งทีมช่วยเหลือไปรับศพโดยใช้เฮลิคอปเตอร์แบบแบล็กฮอว์กเป็นพาหนะ แต่สภาพอากาศปิดจึงเลื่อนไปเป็นวันที่ 19 กรกฎาคม โดยส่งทหาร 8 นายและนักข่าว 1 นายเดินทางไปรับศพ ผลปรากฏว่าเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์กได้ตกลงไปในป่า การกระแทกกับพื้นส่งผลให้เฮลิคอปเตอร์แตกกระจาย และผู้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวเสียชีวิตทั้ง 9 รายและต่อมาได้ส่งทีมไปรับศพผู้สูญเสียเจ็ดรายที่เหลือ โดยได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไปแบบ 212 (ฮ.ท.212) (เบลล์ 212) จำนวน 3 ลำ ปรากฏว่าลำสุดท้ายได้ตกลงไปในป่า และเพลิงลุกไหม้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

การถูกบังคับกัดดันให้ย้ายออกจากป่าใหญ่ใจแผ่นดินมาอยู่ด้านล่างของปู่คออี้และชาวบ้านบางกลอย ได้รับความเห็นใจอย่างมากจากประชาชนจำนวนมาก และได้มีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ซึ่งเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ศาลได้ตัดสินว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำตามอำเภอใจและเป็นการใช้อำนาจเกินความจำเป็นและไม่สมควรแก่เหตุ เจ้าหน้าจึงต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน อย่างไรก็ตามในประเด็นของการขอคืนกลับไปอยู่บ้านเดิมนั้น ศาลเห็นว่าปู่คออี้ไม่มีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหลักฐานแสดงการได้รับอนุญาติจากทางการให้ทำประโยชน์ ดังนั้นศาลจึงไม่อาจกำหนดบังคับให้กลับไปอยู่ที่เดิมได้

Share.

Comments are closed.