รุกสุสานชาวเล “ปากวีป” ชาวมอแกลนร่ำไห้ วอนเร่งกันแนวเขต “พลเอกสุรินทร์”จวกกรมที่ดินเมินปัญหา จี้รัฐแก้จริงจัง

0


เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2561 น.ส.อรวรรณ หาญทะเล ชาวมอแกลน บ้านทับตะวัน อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เปิดเผยว่า ขณะนี้ชาวเลใน 6 หมู่บ้านกำลังได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากพื้นที่สุสานหรือเปลว “อ่ะบ้น”หรือป่าช้าคลองหัก ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหาดปากวีป ต.คึกคัก ในพื้นที่ 8 ไร่ 1 งานกำลังถูกเอกชนบุกรุก ทั้งๆที่สุสานแห่งนี้เป็นสะสานเก่าแก่นับร้อยปี และมีเอกสารหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) โดยล่าสุดได้มีการนำรถมาไถเพื่อสร้างถนน นอกจากนี้ยังมีการนำขยะมาทิ้งซึ่งทำให้ชาวเลรู้สึกเสียใจมาก

“ทั้งปู่ ย่า น้องชายและหลานของดิฉันก็ฝังอยู่ที่นั่น เราเคยปักหลักและแบ่งเขตกันไว้ชัดเจน แต่เมื่อการท่องเที่ยวขยายตัว เขากลับรุกพื้นที่สุสานเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว”น.ส.อรวรรณ กล่าวและว่าเมื่อไปเห็นสภาพสุสานที่ถูกไถ ทำให้ชาวเลหลายคนถึงกับร้องไห้เสียใจที่บรรพบุรุษถูกกระทำอย่างไม่ให้เกียรติ

นายวิทวัส เทพสง ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวเลอันดามัน กล่าวว่าเมื่อปี 2522 ผู้อาวุโสชาวเลได้ไปยื่นเรื่องเพื่อให้สุสานแห่งนี้เป็นน.ส.ล.ซึ่งได้รับอนุมัติให้เป็นสุสาน ต่อมาเมื่อเกิดสึนามิในปี 2547 ได้มีเอกชนพยายามจะบุกรุกพื้นที่โดยมีการย้ายระวางที่ดินบางส่วนเพื่ออำนวยความสะดวกให้เอกชนรายหนึ่งซึ่งแม้ชาวเลพยายามสอบถามไปทางกรมที่ดินเพราะมีกระดูของชาวเลถูกฝังอยู่ในพื้นที่เดิม แต่ก็ไม่ได้ความชัดเจนใดๆ

“ล่าสุดได้มีตัวแทนทหารจากกองทัพภาค 4 มาลงพื้นที่และได้หารือร่วมกับชาวเลและผู้นำท้องถิ่น แต่ก็ยังไม่ทางออกตามที่ชาวเลเสนอคือกันแนวเขตทั้งหมดของสุสาน รวมทั้งขอให้ประกาศให้พื้นที่ว่าง 1 ไร่จากการย้ายระวางให้เป็นพื้นที่หลวงด้วย เพราะเชื่อว่าบริเวณดังกล่าวมีคนจ้องที่จะเข้าไปครอบครองและอ้างกรรมสิทธิ์”นายวิทวัส กล่าว

ด้านพลเอกสุรินทร์ พิกุลทอง ประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชุมชนชาวเล สำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าได้เคยเดินทางไปดูพื้นที่ดังกล่าวพร้อมกับเรียกทุกฝ่ายเข้ามาหารือร่วมกันแล้วซึ่งก็คิดว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยเพราะนายอำเภอสมัยนั้นได้เคยรับปากเอาไว้ โดยกรณีนี้เมื่อชาวเลแจ้งเรื่องเข้ามาก็จะเร่งพิจารณาให้อีกครั้ง

พลเอกสุรินทร์กล่าวว่า ปัจจุบันมีพื้นที่สุสานและพื้นที่ทางจิตวิญญาณของชาวเล 25-26 แห่งถูกบุกรุก ซึ่งมีปัญหาลักษณะคล้ายกันคือเมื่อความเจริญและการท่องเที่ยวเข้าถึงได้มีเอกชนอ้างกรรมสิทธิเหนือสุสาน โดยบางที่ออกเอกสารสิทธิไว้กับกรมที่ดิน แต่เมื่อให้มีการตรวจสอบกรมที่ดินมักยืนยันว่าเป็นเอกสารสิทธิที่ถูกต้อง ทั้งๆที่หากมีการตรวจสอบสิทธิอันชอบธรรมซึ่งมีทั้งพยานหลักฐานจากโครงกระดูกและพยานบุคคลจะพบว่าพื้นที่เหล่านั้นเป็นสุสานของชาวเลจริงๆ หลายแห่งใช้พื้นที่ฝังศพกันมานับร้อยๆปีแต่กลับถูกรุกอยู่เรื่อยๆ

“เราควรยึดเอาความถูกต้องไว้ ไม่ใช่ปล่อยให้มีการรุกพื้นที่ของชาวเลกันไปเรื่อยๆ บ้างอ้างเอกสารสิทธิตามที่กรมที่ดินออกให้ แต่พอให้ไปตรวจสอบที่มาของเอกสารดังกล่าวกันจริงๆก็ไม่ยอม ถ้าเราเอาความจริงมากองไว้บนโต๊ะแล้วมาร่วมกันแก้ปัญหาก็สามารถทำได้ ที่สำคัญคือหน่วยงานราชการต้องทำงานจริงจังและโปร่งใส”พลเอกสุรินทร์ กล่าว

ทั้งนี้จากข้อมูลที่นายวิทวัสโพสต์ผ่านเฟสบุค ระบุว่า เปลว “อ่ะบ้น” ของชาวเลมอแกลน(ป่าช้าคลองหัก) ที่หาดปากวีป เป็นสุสานฝังศพบรรพชนและประชากรของชาวเลชนเผ่ามอแกลนบ้านปากวีป บนไร่ ทับตะวัน บางขยะ รวมถึงบรรพชนมอแกลนอีกหลายหมู่บ้าน สุสานตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 1 ตำบล คึกคัก อำเภอ ตะกั่วป่า จังหวัด พังงา เนื้อที่ 8 ไร่ 1 งาน 41 เศษ 3 ส่วน 10 ตารางวา (ที่ดินสาธารณะประโยชน์พลเมืองใช้ร่วมกัน ประเภทป่าช้า คลองหัก)

“เปลวอ่ะบ้น” (อ่ะบ้น คือชาวมอแกลนที่ฝังคนแรก ) ใช้ฝังชาวมอแกลนมาหลายชั่วอายุคน (จากการบันทึกข้อมูลของกลุ่มเยาวชนมอแกลนและนักวิชาการ พ.ศ. 2556) โดยคำบอกเล่าของ เฒ่าปาน หาญทะเล อายุ 96 ปี ระบุว่าสุสานแห่งนี้มีมาก่อนเฒ่าปานหลายชั่วคน ซึ่งในยุคก่อนพื้นที่แถบนี้เป็นป่าทึบ ต่อมามีการให้สัมปทานทำเหมืองแร่2เหมือง แต่ไม่ได้ขุดเจาะในพื้นที่สุสาน เพราะเหมืองตั้งเพื่อบังหน้าการเอาแร่ในทะเลมาใช้ มากกว่าการขุดเจาะหาแร่บนบกตามใบสัมปทาน

/////////////////////////////

Share.

Comments are closed.