เครือข่ายชาวบ้านอีสานประณาม กกพ.เร่งรีบออกใบอนุญาตโรงงานไฟฟ้าชีวมวล-ประกาศไม่เจรจากับผู้ประกอบการ

0

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2561 นายสิริศักดิ์ สะดวก ที่ปรึกษากลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบาย เปิดเผยว่าเครือข่ายประชาชนภาคอีสานได้ออกแถลงการณ์ล่าสุดคัดค้านกรณีที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมกรรมชีวภาพ และอนุญาตให้มีการตั้งโรงงานน้ำตาลใหม่ในอีสาน 28 โรงงาน และโรงงานขยายกำลังการผลิตในโรงงานเดิม 1 โรงงาน พ่วงด้วยโรงไฟฟ้าชีวมวลทุกโรงงาน ซึ่งส่งผลกระทบกับประชาชนหลายพื้นที่ โดยขอประณามคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ที่เร่งรัดการพิจารณาใบอนุญาตโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลขนาด 61 เมกะวัตต์ ในตำบลเชียงเพ็ง ซึ่งละเลยที่จะรับฟังเสียงคัดค้านของประชาชน และกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายและภาคีเครือข่ายได้ยื่นเรื่องคัดค้านประกอบการพิจารณาเพื่อชะลอการออกใบอนุญาตไว้แล้ว ในขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรได้แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นการมีส่วนร่วม ทรัพยากร และสุขภาพ


นายสิริศักดิ์ กล่าวว่าการเร่งรัดพิจารณาออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ถือเป็นการละเลยผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ เครือข่ายประชาชนภาคอีสานขอสนับสนุนข้อเรียกร้องของกลุ่มอนุรักษ์ลำน้ำเซบายและภาคีเครือข่าย คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจะต้องชะลอการพิจารณาออกใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการไว้ก่อน จนกว่ารัฐบาลจะทำการศึกษาและประเมินผลกระทบในทุกมิติ และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสีย ประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้องในทุกพื้นที่ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมสำหรับการดำเนินนโยบายสาธารณะซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อระบบนิเวศ สังคม และประชาชนในภาคอีสาน

นายสิริศักดิ์ กล่าวว่า เครือข่ายมีข้อเรียกร้องในทุกครั้งว่า รัฐบาลต้องยุติการอนุมัติอนุญาตใด ๆ ต่อโครงการทั้งหมดแก่ผู้ประกอบการไว้ก่อน รัฐต้องใช้กระบวนการนโยบายสาธารณะดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลความเข้าใจที่เพียงพอจะนำมาประกอบการพิจารณาความเหมาะสมของแต่ละโครงการ และขอให้มีการทบทวนแผนยุทธศาสตร์อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2558 – 2569 และแผนการพัฒนาไบโอฮับ ซึ่งวางเป้าหมายที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนบางกลุ่มอย่างชัดเจน

“ช่วงเวลาที่ผ่านมารัฐบาลยังเพิกเฉยไม่ฟังเสียงคัดค้านของประชาชนที่ได้รับผลกระทบและยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ตามข้อเรียกร้อง และผู้ประกอบการรายใหญ่โดยฝ่ายมวลชนสัมพันธ์ได้หาช่องทางเพื่อขอเจรจากับคณะทำงานเครือข่ายประชาชนภาคอีสาน โดยติดต่อผ่านทางเจ้าหน้าที่ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์กรมหาชน) หรือ พอช. พวกเราได้ลงความเห็นร่วมกันไม่ขอเจรจากับผู้ประกอบการรายดังกล่าว และ พอช. หรือสภาองค์กรชุมชน ก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ในการตัดสินใจหรือการแสดงจุดยืนของพวกเรา”นายสิริศักดิ์ กล่าว

Share.

Comments are closed.