ถ่ายทอดประสบการณ์เขื่อนลาวสู่เขื่อนพม่า สื่อมวลชนหม่องสนใจ-ตั้งคำถามคึกคัก

0

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 เวลา 13.30 ที่โรงแรมกรีนฮิล ย่างกุ้ง พม่า องค์กรภาคประชาสังคมได้จัดเวที “ถ่ายทอดประสบการณ์เขื่อนจากลาว สู่พม่า” โดยมีองค์กรเจ้าภาพคือ เครือข่ายปกป้องแม่น้ำสาละวิน Save the Salween Network, กลุ่มจับตาสถาบันการเงินระหว่างประเทศ และมูลนิธิปองกู Pang Ku โดยมีนักอนุรักษ์ชาวพม่า คะฉิ่น มอญ กะเหรี่ยง และชาติพันธุ์อื่นๆ และนักข่าว จากสำนักข่าวต่างๆ เข้าร่วมเป็นจำนวนกว่า 70 คน

นายบรูซ ชูเมกเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญเขื่อนลาว และผู้เขียนหนังสือ “ตายนิ่งในน้ำ” Dead in the Water กล่าวว่าธนาคารโลกได้ผลักดันโครงการเขื่อนน้ำเทิน 2 ในช่วงทศวรรษที่ 1990 ร่วมกับบริษัทจากออสเตรเลีย ต่อมามีการชะลอการลงทุนเนื่องจากวิกฤตการเงินในภูมิภาค และต่อมาเขื่อนต่างๆ ทั่วโลก ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เนื่องจากการศึกษาของจากคณะกรรมการเขื่อนโลก (World Commission on Dam) ที่ชี้ให้เห็นผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมจากเขื่อนทั่วโลก ต่อมาธนาคารโลก ได้ผลักดันและใช้โครงการเขื่อนน้ำเทิน 2 เป็นตัวอย่างของ “เขื่อนยั่งยืน” เพื่อกลับมาสู่ยุคของการสนับสนุนการสร้างเขื่อนอีกครั้ง

“เวลานี้ กลุ่มธนาคารโลก โดย IFC ได้นำแนวคิดเขื่อนยั่งยืน มาสู่พม่า โดยแนวทางการส่งเสริมการลงทุนสร้างเขื่อนโดยเอกชน รูปแบบของเขื่อนในลาว ซึ่งเราพบว่ามีปัญหามากมาย” นายบรูซ กล่าว

นางสาวเพียรพร ดีเทศน์ ผู้อำนวยการรณรงค์ประเทศไทยและพม่า องค์กรแม่น้ำนานาชาติ ได้นำเสนอบทเรียนจากกรณีเขื่อนเซเปียนเซน้ำน้อยแตก ซึ่งเป็นที่สนใจในพม่าเป็นอย่างมาก

หลังการนำเสนอข้อมูล นักข่าวพม่านับสิบสำนักต่างถามคำถามกันอย่างกระตือรือล้น เช่น การสร้างเขื่อนในพม่าจะมีความเสี่ยงแบบในลาวหรือไม่ หลังจากเขื่อนลาวแตกไม่นาน ก็มีเหตุการณ์เขื่อนแตกในพม่า ทำให้ประชาชนตื่นตัวเรื่องความเสียหายจากเขื่อนเป็นอย่างมาก

นักข่าวจากสำนักข่าวท้องถิ่น ถามว่าเหตุการณ์เขื่อนแตกในลาว พบว่ารัฐบาลลาวมีการอพยพประชาชน และดูแลน้อยมาก จึงอยากทราบว่าจริงๆ แล้วกฎหมายของท้องถิ่นเป็นอย่างไร ทำไมการดูแลเยียวทยาความเสียหายจึงไม่เป็นไปตามสากล “หากเป็นที่พม่า ผู้สร้างเขื่อนไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ โดนชาวบ้านรวมตัวกันฟ้องแน่ๆ ในแง่กฎหมายที่ลาวมีแนวทางหรือการช่วยชาวบ้านหรือไม่

นายบรูซ ตอบว่าหากเกิดเหตุแบบนี้ในประเทศอื่นๆ ทั่วไป ชาวบ้านคงรวมตัวกันฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายแน่ๆ เพราะเป็นโครงการลงทุนของบริษัทใหญ่และมีทุนมาก แต่เนื่องจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในประเทศที่รัฐไม่อนุญาตให้กลุ่มไหนเข้าไปรวมชาวบ้าน และใช้เครื่องมือทางกฎหมาย เพราะเขื่อนแตกครั้งนี้ ถือว่าเป็นหายนะที่ทำให้ขายหน้าเป็นอย่างมาก เพราะการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าเป็นนโยบายของรัฐบาล จึงไม่อยากให้เป็นเรื่องมากนัก อยากให้จบๆ ไปเสียที

นายบรูซกล่าวว่า กลุ่มธนาคารโลก โดย IFC กำลังโปรโมทส่งเสริมรูปแบบการลงทุนเขื่อนลาว ในประเทศพม่า ตนหวังว่าประชาชนที่นี่คงเรียกร้องให้รัฐบาลและบริษัทที่จะเข้ามาลงทุน ดูแลและรับผิดชอบและทำได้ดีกว่าที่ลาว เพราะโมเดลของธนาคารโลก เป็นการอำนวยความสะดวกในการลงทุน ทำให้บริษัทเอกชนผู้ลงทุนไม่ต้องรับผิดชอบมากนัก เพื่อให้บริษัทเข้ามาลงทุนมากๆ

สำหรับคำถามของนักข่าวเรื่องความกังวลสำหรับการลงทุนเขื่อนในพม่า นายบรูซตอบว่า เป็นปัญหาขั้นพื้นฐาน คือปัญหาเรื่องความโปร่งใสในระบบของประเทศโดยรวม ปัญหาของลาว คือ ประชาชนไม่มีโอกาสที่จะพูดว่าไม่และไม่สามารถสู้หรือเรียกร้องให้ลดผลกระทบจากโครงการเขื่อนได้ แต่ในพม่าน่าจะมีโอกาส มีความโปร่งใส มีพื้นที่ให้ประชาชนมากกว่า เพื่อไม่ให้การตัดสินใจทำไปเพื่อประโยชน์ของบริษัทโดยไม่ใช่ประโยชน์ของประชาชน

นักข่าวได้ถามความคิดเห็นต่อกรณีโครงการเขื่อนมิตส่ง ซึ่งเป็นการลงทุนจากจีน บนแม่น้ำอิรวดี นางสาวเพียรพร ตอบว่าเป็นผลงานของประชาชนพม่า ที่สนในออกมาเคลื่อนไหวต่อรัฐบาลพม่า เรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคม ที่จะเกิดขึ้นกับแม่น้ำสายสำคัญที่เป็นดังสายเลือดของประเทศพม่า จนทำให้ปัจจุบันโครงการเขื่อนมิตส่งถูกระงับไป

————-

Share.

Comments are closed.