ศึกษาการ“จัดการป่า”ของญี่ปุ่น เคารพสิทธิ์คนอยู่ก่อนอุทยาน

0

โดย สมเกียรติ เขื่อนเชียงสา

แผ่นดินตะวันออกทอแสงแรกบนโลก ปรากฏเป็นภาพดวงอาทิตย์สีแดงบนสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาว ชาวญี่ปุ่นยุคสงครามส่วนหนึ่งบอกเล่าสืบต่อกันมาว่า ธงผืนนั้นไม่ใช่ธงชาติ การร้องเพลง ชักธงขึ้นสู่ยอดเสา ไม่ได้บอกถึงความเป็นชาติในการปกครองของใคร แต่บ่งบอกถึงการเคารพพระอาทิตย์ เคารพธรรมชาติ อันก่อให้เกิดสรรพชีวิตและเผ่าพันธุ์มนุษยชาติ

บนเกาะกลางทะเลด้านตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี-ทะเลญี่ปุ่น คือมหาสมุทรแปซิฟิก ภูมิประเทศของญี่ปุ่นประกอบด้วยหมู่เกาะมากกว่า 3,000 เกาะ โดยมี 4 เกาะ หลักเรียงจากเหนือถึงใต้ จากฮอกไกโด ฮอนชู ชิดโกกุ คิวชู และรั้งท้ายด้วย “โอกินาว่า” พื้นที่เปราะบางเรื่องสิทธิซึ่งเป็ฯที่ตั้งของฐานทัพอเมริกัน

ญี่ปุ่นประสบกับชะตากรรมจากภัยธรรมชาติทั้งแผ่นดินไหวและสึนามิอย่างต่อเนื่ อง รวมถึงการสูญเสียพื้นที่ป่าเพื่อการพัฒนาประเทศ 70% ของพื้นที่ประเทศคือภูเขามีความลาดชันสูง จึงต้องวางแผนฟื้นฟูภัยพิบัติ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและหมู่บ้านในชนบท

เขตอุทยานอะโสะ-คุจุ เนชั่นเนลพาร์ค หลังเหตุการณ์พายุใต้ฝุ่นและแผ่นดินไหว เกิดแลนด์สไลด์ครั้งใหญ่ใน ค.ศ.2016-2017 สร้างความเสียหายกับบ้านเรือนชาวบ้านมากถึง 10,000 หลัง จาก 28 หมู่บ้าน ประชาชนเสียชีวิต 3,000 คน มูลค่าความเสียหาย 200,000 ล้านเยน มีการฟื้นฟูป่าเอกชน และแก้ไขปัญหาการพังทะลายของดินด้วยการสร้างเขื่อนป้องกันทราย สร้างเหมือนเขื่อนกั้นน้ำ

คำถามและคำตอบที่น่าสนใจเรื่องการฟื้นฟูป่าเอกชนว่า “ทำไมชาวบ้านมีกรรมสิทธิ์พื้นที่ป่าในเขตอุทยาน” คำตอบอย่างมั่นใจว่า “ ชาวบ้านอยู่มาก่อนการประกาศเขตอุทยาน” ซึ่งแตกต่างจากบ้านเราที่เอากฏหมายไปทับสิทธิและขับไล่ชุมชน

ขณะที่เมืองโมโรสึกะซึ่งเป็นมรดกโลกด้านเกษตรกรรม การจัดการป่าเพื่อเศรษฐกิจในพื้นที่เอกชน “สนซีด้า” คือไม้แปรรูปส่งออกโดยมีวิธีการปลูกและนำมาใช้ประโยชน์หมุนเวียนคล้ายๆกับการทำไร่หมุนเวียนของชาวกะเหรี่ยงในไทย ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความต้องการขนาดตามวงรอบของเนื้อไม้ซึ่งราวห้าปีขึ้นไป โดยมีพื้นที่แทรกอยู่ตามป่าธรรมชาติด้านล่างของสันเขา ซึ่งในเอกสารข้อมูลพื้นที่เขียนไว้ว่า “ชุมชนเรียนรู้ที่จะอยู่กับป่าอย่างหวงแหน จากรุ่นสู่รุ่น โดยยึดถือคติที่ว่า “Life of coexistence with the fores is nothing out of the ordinare และในปี 2004 พวกเขาก็ได้รับรางวัล FSC – Forest Stewardship Council และต่อเนื่องในปีถัดไป 2015 ก็ไดรับรางวัล World Agricultural Heritage นั่นเพราะสิทธิชุมชนดั้งเดิมของคนกับป่าได้รับการยอมรับ พวกเขาจึงสามารถจัดการป่าได้อย่างสมดุล ไม่ขัดแย้งกับหน่วยงานรัฐ

เมืองคามิคัตสึ ชุมชนแห่งการแยกขยะ Zero-waste ภายในปี 2020 โดยความร่วมมือระหว่างชาวบ้าน เทศบาลเมือง และ องค์กรพัฒนาเอกชนไม่แสวงผลกำไร มีหมู่บ้านได้รับขึ้นทะเบียนเป็นหมู่บ้านที่ดีหนึ่งในร้อยของญี่ปุ่น เล็กในลำดับที่ 65 บนเกาะชิโกกุ เกาะเดียวกับบ้านลุงฟาง มาซาโนบุ ฟูกุโอกะ ที่เมืองงิโยะ จังหวัดเอฮิมะ คนไทยรู้จักเขากับเรื่องราว เกษตรกรรมธรรมชาติว่าด้วยการปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว

หมู่บ้านคามิคัตสึ ในอดีตเคยมีประชากรมากถึง 6,000 คน ปัจจุบันเหลือเพียง 1,579 คน โดย70 % มีอายุ 65 ปีขึ้นไป เป็นเรื่องที่ต้องเผชิญในสังคมทั้งประเทศ ภูมิประเทศบนพื้นที่ลาดชันยากสำหรับทำการเกษตร ซึ่งมากกว่า 80% ของป่าไม้เป็นป่าที่ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ จากแนวคิดจัดการตนเอง เปลี่ยนแปลงสังคม สู่ความมั่นคงของธรรมชาติ หมู่บ้านนี้ไม่มีรถบริการเก็บขยะ แต่คัดแยกกันเองโดยขยะสดจัดการในครัวเรือน ส่วนขยะอื่นๆแยกย่อยออกเป็น 45 ประเภท ขึ้นทะเบียนคนแก่เป็นข้อมูลให้อาสาสมัครช่วยเหลือคำปรึกษา มีกองทุนสนับสนุนถังขยะปุ๋ยจากครัวเรือน ขยะแยกชิ้นรายครัวเรือนสู่โรงงาน และบริหารจัดการ “Kuru-kuru” ผู้คนในหมู่บ้านจะใคร่ครวญ เรื่องการใช้ การบริโภค เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมตลอดเวลา นอกจากการจัดการขยะ หมู่บ้านแห่งนี้ยังมีรายได้จากการเก็บใบไม้ส่งออกไปขายในเมืองตามร้านอาหาร เพื่อประดับในเมณูอาหาร เกือบทุกเมนู

ผมมีโอกาสเดินทางไปยังเมืองทากายาม่า ซึ่งเป็นหน้าด่านโบราณมีทางออกทะเลญี่ปุ่น คาบสมุทรเกาหลี และล้อมรอบไปด้วยกำแพงภูเขา โดยหมู่บ้านฮิดะในอดีตมีความเชี่ยวชาญเรื่องการทำไม้ และมีช่างไม้ที่ร่วมสร้างความงดงามทางศิลปะจากไม้ให้กับพระราชวัง วัดวาอาราม เมืองหลวงเก่าโตเกียว ผ่านมาพันกว่าปี

ผู้คนเดินทางมาญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว บางพื้นที่บางหมู่บ้านเริ่มเกิดปัญหาลุกล้ำความเป็นส่วนตัว แต่สิ่งที่ทำให้คนสนใจประเทศนี้คงไม่พ้นเรื่องของความงามของธรรมชาติที่มีอยู่ทุกซอกทุกมุมทุกฤดูกาล 70 % ของพื้นที่คือภูเขา

“เราไม่ได้ต้องการรางวัลหมู่บ้านตัวอย่างของประเทศ เราไม่ได้ต้องการรางวัลให้เป็นเมืองมรดกโลก สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นภายหลัง อดีตเราเคยอยู่อย่างโดดเดี่ยว ต่อสู้กับสภาพอากาศอันเหน็บหนาว จนไม่สามารถเพาะปลูกพืชใด้ท่ามกลางหิมะ และภัยแห่งสงคราม แต่เราภูมิใจในความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่จะรักษาประเพณีวัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติ บ้านกัสโซสึคุริ ที่สร้างจากวัสดุท้องถิ่น มุงด้วยหญ้า รูปทรงยกมือพนมที่ยังเหลืออยู่ 115 หลัง อายุกว่า 250 ปี ดูแลรักษาไว้เพื่อแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษ”

คำบอกเล่าของลูกหลานของคนในหมู่บ้าน ซึ่งทำหน้าที่ในเทศบาลชิราคาวาโกะ สิ่งที่ต้องดูแลเพิ่มขึ้นคือผู้คนที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลกไม่ต่ำกว่าวันละสองพันคนเยอะกว่าเจ้าของบ้าน บางครั้งจึงต้องขอร้องให้งดการเยี่ยมชม

”ยังมีผลกระทบจากการพัฒนา-ด้านลบยังคงอยู่ เช่น ประชาชนในเมืองอุตสาหกรรมมินามาตะ เมืองเศรษฐกิจ โตเกียว โอซาก้า โยโกฮาม่า ฯลฯ แม่น้ำสายหลักทุกสายเสียสมดุลทางนิเวศน์ เพื่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า การละเมิดสิทธิประชาชนบนเกาะ โอกิน่า ทั้งจากรัฐบาลและกองทัพอเมริกา เนื่องเพราะคนโอกินาวา มีอิสรภาพของรัฐมาก่อนเขตรัฐชาติญี่ปุ่น กับการกดขี่ข่มเหงแรงงาน ชาย-หญิง ที่มาจากต่างประเทศ จากกลุ่มนายทุน หรือนายจ้าง”

ย่ำค่ำผมยืนอยู่ตรงเสาไม้โทริอิ ทาด้วยสีแดงขอบบนสีดำ ทางเดินสู่ศาลเจ้าสึโรงะโอกะ ฮาจิมังกู เพื่อนเล่าให้ฟังว่า “โทโรอิ” คือชื่อของนกที่เกี่ยวข้องกับความตายหรือโลกหลังความตาย ถูกบันทึกใว้ในพิธีศพของลูกชายจักรพรรดิองค์หนึ่ง แต่ข้อเท็จจริงของการสร้างเสาโทโรอิที่พบเห็นได้ทั่วไปตามศาลเจ้าทั่วทุกเกาะมีเบื้องหลังเป็นอาณาเขตของเทพเจ้า สร้างไว้เพื่อเตือนสติ หากเดินเข้าไปบริเวณนั้น อย่าเผลอกระทำการอันใดก่อให้เกิดการดูหมิ่นสิ่งศักศิ์สิทธิตามความเชื่อของคนญี่ปุ่น

—————-

Share.

Comments are closed.