วิจารณ์จีนขรมเอาเปรียบประเทศเล็ก-ค้ากำไรเกินควรดันเรือใหญ่ 500 ตันขนสินค้าจนต้องระเบิดแก่งแม่น้ำโขง “ครูตี๋” เตือนอธิปไตยชาติเสี่ยง-หวั่นพี่น้องไทย-ลาวต้องทะเลาะกันเหตุเขตแดนเปลี่ยน เผยผลการสำรวจพบชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างกังวล-ไม่เห็นด้วยในโครงการ

0


เมื่อวันทื่ 4 มกราคม 2562 ที่ห้องประชุมอาคารบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลตำบลเวียง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย บริษัททีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) ได้มีการประชุมรับฟังความเห็นของประชาชนต่อผลการศึกษาร่างมาตรการป้องกัน แก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในโครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง หรือโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง โดยมีชาวบ้าน 15 ตำบลกว่า 100 คนและผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมเจ้าท่า สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) รวมทั้งผู้แทนบริษัท CCCC Second Harbor Consultants ซึ่งได้รับสัมปทานโครงการฯเข้าร่วม

ทั้งนี้ในเอกสารประกอบการประชุมระบุว่า แม่น้ำโขงช่วงที่ผ่านประเทศไทยระยะทาง 96 กิโลเมตรส่วนใหญ่อยู่บริเวณภูเขาซึ่งมีความลาดชันไม่มากนัก มีเกาะที่เป็นกรวดกระจัดกระจายอยู่ทั่วลำน้ำและมีแก่งในบางช่วงรวม 15 แห่ง แบ่งเป็นเกาะจำนวน 7 แห่งและลำน้ำช่วงอันตราย 8 แห่ง ในฤดูแล้งจะเป็นช่วงที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ

ในเอกสารระบุว่า ร่องน้ำส่วนใหญ่ที่ดำเนินการปรับปรุงจะเป็นแนวร่องน้ำลึกหรือร่องน้ำเดิมในแม่น้ำโดยวิธีที่เหมาะสม เช่น การกำจัดหินที่เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ ซึ่งการดำเนินการจะไม่เปลี่ยนแปลงแนวเขตแดนระหว่างประเทศ ส่วนแนวทางการปรับปรุงร่องน้ำประกอบด้วย ดำเนินการปรับปรุงเกาะแก่ง 148 แห่ง(จากหลักกิโลเมตร 243 ถึงหลวงพระบาง) ด้วยวิธีขุด ระเบิดหินใต้น้ำและการทำเขื่อนป้องกันตลิ่ง โดยสิ่งกีดขวางที่อยู่ในร่องน้ำทางเดินเรือจะถูกย้ายออก และจะมีการติดตั้งเครื่องช่วยเดินเรือตลอดแนวร่องน้ำจำนวน 915 แห่ง และก่อสร้างพื้นที่จอดเรือเพิ่ม 9 แห่ง

“การย้ายหิน จะทำทั้งที่อยู่บนผิวน้ำและใต้น้ำ การเจาะและการระเบิดด้วยเครืองเจาะแบบอัดลมจะใช้สำหรับกรย้ายหินผิวน้ำ ส่วนการเจาะใต้น้ำและการระเบิดจะให้เครื่องมือเจาะสำหรับใช้ใต้น้ำ เมื่อมีการระเบิดหินแล้ว ในส่วนที่อยู่ผิวน้ำจะให้รถแบ็คโฮตักเอาเศษขึ้นไว้บนเรือท้องแบนเพื่อขนไปทิ้ง ส่วนเศษหินจากการเจาะและการระเบิดใต้น้ำจะใช้ที่ตักดินขนาด 2 ลูกบาศก์เมตร ตักขึ้นมาและขนส่งด้วยเรือท้องแบนไปยังพื้นที่ทิ้งซึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์ทั้งในฝั่งไทยและฝั่งลาว แต่ละครั้งปริมาณระเบิดจะถูกคำนวณให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้เกิดความสั่นสะเทือนต่ออาคารและสิ่งก่อสร้างโดยรอบ ทั้งนี้ในการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือระยะทาง 631 กิโลเมตร ใช้เวลา 60 เดือน แบ่งเป็นการก่อสร้าง 48 เดือนและการทดสอบการเดินเรือ 12 เดือน” ในเอกสารระบุ

ในเอกสารระบุว่า ผลการสำรวจจากประชาชน 474 รายที่อยู่ในรัศมีแม่น้ำโขง ส่วนใหญ่วิตกกังวลต่อการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เสียและความสั่นสะเทือนจากการปรับปรุงร่องน้ำ ผลกระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตขุมชน รวมถึงการกัดเซาะตลิ่งเกินความควบคุม โดยประชาชนกลุ่มใหญ่เห็นว่าโครงการนี้ไม่มีประโยชน์ต่อชุมชนจึงหวัดเชียงรายและประเทศไทยเนื่องจากโครงการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและอาชีพของคนในชุมชน มีประโยชน์ต่อนายทุนมากกว่าครัวเรือน ในอนาคตประเทศไทยอาจเป็นเพียงทางผ่านเพราะรัฐบาลไม่ค่อยปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

นายหลิว ลี่ หัว รองประธานบริษัท CCCC ฯ กล่าวแนะนำโครงการว่า ได้ทำการสำรวจโครงการมาแล้วประมาณ 6 ปีโดยรัฐบาลไทยได้ให้ความร่วมมือด้วยดีตลอดมาและในการประชุม 4 ประเทศได้ตั้งเป้าพัฒนาในแม่น้ำโขงโดยส่วนหนึ่งคือการปรับปรุงร่องน้ำ เราจึงต้องทำให้เป้าหมายที่ตั้งไว้เป็นจริงได้ โดยร่องแม่น้ำโขงตอนบนหลังจากพัฒนาแล้วสามารถเดินเรือขนาด 500 ตันได้ แต่ย่านนี้ยังไม่สามารถเดินเรือใหญ่ได้ โครงการนี้เหมือนกับการพัฒนาถนนที่แคบและไม่ราบรื่นให้กว้างใหญ่และมีความปลอดภัย สำหรับคนที่ยังไม่มีรถแต่เดินเท้าอาจยังไม่รู้ว่าถนนนั้นดีอย่างไร โดยโครงการที่เรากำลังพัฒนาทางน้ำนี้จะถูกกว่าโครงการพัฒนาทางถนน และมีต้นทุนการขนส่งที่ถูกกว่า

“ตั้งแต่ 2016-2017 ทางบริษัทได้รับความคิดเห็นจากประชาชนจำนวนมาก ก่อนที่จะพัฒนาเราต้องเอาความคิดเห็นของประชาชนเป็นหลัก เราต้องนึกถึงความปลอดภัย และการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมด้วย”นายหลิว ลี่ หัว กล่าว

ทั้งนี้ในช่วงแสดงความคิดเห็น เหล่าผู้นำท้องถิ่นทั้งผู้ใหญ่บ้าน ปลัดตำบล ประธานสภาวัฒนธรรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้ประกอบการธุรกิจ รวมทั้งชาวบ้านเกือบทั้งหมดต่างไม่เห็นด้วยกับโครงการระเบิดเกาะแก่งในแม่น้ำโขง และหลายคนได้วิพากษ์วิจารณ์บทบาทของจีนซึ่งเป็นประเทศใหญ่แต่กลับเอาเปรียบประเทศเล็ก บางคนถึงขนาดฝากเตือนไปยังรัฐบาลจีนว่า หากจีนยังคงเอารัดเอาเปรียบประเทศท้ายน้ำ อนาคตชาวบ้านอาจจะร่วมต่อต้านจีนครั้งใหญ่ เช่นเดียวกับที่เคยมีการต่อต้านสินค้าญี่ปุ่น

นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของกล่าวว่า ปัจจุบันแม่น้ำโขงเมื่อเขื่อนอยู่แล้วตอนบน 10 แห่ง ประชาชนต่างรับรู้ถึงผลกระทบ แถมยังมีกำลังสร้างเขื่อนในแม่น้ำโขงตอนล่างอีก 11 แห่ง แม่น้ำโขงกำลังป่วย ดังนั้นหากมีโครงการใดๆสิ่งที่ต้องทำอันดับแรกคือการศึกษาประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและยุทธศาสตร์ แต่โครงการระเบิดแก่งครั้งนี้ยังไม่ได้ทำ ที่เป็นปัญหาคือกิเลสปัญหาของบางประเทศที่ต้องการคควบคุมและเอาเรือใหญ่มาเดิน ทำให้ทำต้องทำลายแม่น้ำโขง และเรือ 500 ตันเข้ามาวิ่งประชาชนและเรือน้อยจะอยู่ได้หรือไม่ ถือว่าเป็นการบุกรุกชีวิตของประชาชน โดยเรื่องการระเบิดเกาะแก่งมีมากว่า 18 ปีแล้วโดยเดิมเคยมีข้อตกลงที่เราเสียเปรียบ เช่น ห้ามใส่มอง ห้ามล่องแพ ห้ามเก็บไม้ที่ไหลมากับน้ำ ซี่งสิ่งเหล่านี้ประชาชนไม่เคยมีส่วนร่วมเลย

“ขั้นตอนแรกคือต้องศึกษาก่อนว่าประเทศไทยและประชาชนไทยได้อะไร แต่เปิดเอกสารหน้าแรกก็บอกว่าเป็นผลการสำรวจด้านวิศกรรม ชลศาสตร์และธรณีวิทยา มันคิดกันคนละอย่าง สิ่งที่คุณจะระเบิดออกไปแต่เป็นเรื่องนิเวศเศรษฐศาสตร์ คุณต้องคิดว่าหินก้อนหนึ่งมันราคากี่ล้าน คิดมูลค่าให้หมดก่อนว่าเราจะได้อะไร เสียอะไร แถมการศึกษาก็ทำโดยบริษัทของจีนที่จ้างบริษัทของไทย ก็เห็นชัดเจนอยู่ว่าเขาทำเพื่อต้องการทำ แต่ไม่ทำเพื่อให้เห็นว่าจะทำหรือไม่ทำ การระเบิดเกาะแก่งที่ผ่านมากกว่า 10 ปีได้มีการศึกษาบ้างหรือไม่ว่าเกิดความเสียหายอะไร”

นายนิวัฒน์กล่าวว่า 13 แห่งที่ระเบิดหิน แต่ใช้คำว่าย้ายหิน แถมต้องขุดลอกอีกกว่า 6 กิโลเมตร แถมเอาหินผาออกอีกนับรวมหลายกิโลเมตร รวมทั้งหมดเอาหินออกเกือบ 2 หมื่นตัน แถมกำลังสร้างเขื่อนปากแบง นี่คือการวางแผนทั้งหมดของจีน โดยโครงการนี้เขาจะเอาหินผาไปไว้ข้างตลิ่ง บางส่วนเอาไปถมในแอ่งน้ำลึกซึ่งก็คือคกที่เป็นระบบนิเวศที่สำคัญจองแม่น้ำโขง เห็นได้ว่าวิศกรรมคิดแต่ระเบิดอย่างเดียว โครงการ 60 เดือนหรือ 5 ปี รับรองแม่น้ำโขงแหลกเหลวแน่ ที่สำคัญที่สุดที่ไม่ได้พูดถึงคือความเปราะบางของป่าแม่น้ำโขง ซึ่งได้รับผลกระทบแน่นอน

“ เราเข้าใจและดีใจที่มีเรือมาจอดที่เชียงแสนมากมาย แต่ถ้าเราปล่อยให้เขาระเบิดบริเวณชายแดน 96 กิโลเมตร แล้วให้เรือแล่นผ่านไปถึงหลวงพระบาง บ้านเรากลายเป็นแค่ทางผ่านแล้วคุณจะเก็บภาษีได้จากใคร ที่บอกว่าการท่องเที่ยวจะดีขึ้น ผมถามว่าดีขึ้นกับใคร ดีกับทุนแต่ประชาชนไม่ได้อะไร เขาพยายามบอกว่าโครงการนี้จะไม่มีผลต่อเขตแดน แต่จริงๆแล้วทุกวันนี้การปักปันเขตแดนระหว่างไทย-ลาวยังไม่สำเร็จ และสนธิสัญญาที่เราทำไว้กับฝรั่งเศสก็เสียเปรียบ เช่น บอกว่า ยกเว้น 8 เกาะแม่น้ำโขงในภาคอีสานเท่านั้นที่เป็นของไทย ที่เหลือเป็นของลาวหมด แถมแนวเขตแดนยังใช้ร่องน้ำลึก หากระเบิดเกาะแก่งร่องน้ำเหล่านี้ย่อมเปลี่ยนแปลง พี่น้องที่เคยออกไปหาปูหาปลาได้ ดีมั้ยดีก็ต้องไปทะเลาะกับพี่น้องลาวอีก ทุกวันนี้จีนส่งเรือคุ้มกันมาประจำที่สามเหลี่ยนทองคำเพื่อดูแลผลประโยชน์ของเขา ถ้าเรือพาณิชย์ขนาดใหญ่เขาแล่นเข้ามา เขาก็ย่อมส่งเรือคุ้มกันเขามาด้วย เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องของอธิปไตยของประเทศ จริงๆแล้วการอยู่ด้วยกันอย่างสันติคือจีนต้องลดขนาดเรือลง ลดกำไรลงเพื่อความยุติธรรม”

ขณะที่ปลัดตำบลเวียง กล่าวว่ารู้สึกสะท้อนใจตั้งแต่เราเปิดบ้านให้ต่างประเทศเข้ามาถึงประตูที่อำเภอเชียงแสน แถมจะระเบิดแก่งให้เข้ามาในบ้านอีก ซึ่งโครงการระเบิดแก่งนี้มุ่งเน้นด้านเศรษฐกิจจนมองข้ามด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

Share.

Comments are closed.